บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิว แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

เคล็ดลับรักษารอยด่างดำที่เกิดจากสิวบนใบหน้า

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิวแต่ละอย่าง เช่น สิวอักเสบเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนใต้ผิวหนัง โดยมีสิ่งกระตุ้นหลายทาง เช่น ความแปรปรวนของฮอร์โมนเพศเอสโตรเจนและแอนโดรเจน ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารที่มีโมเลกุลใหญ่(mineral oil,petrolatum,paraffin,lanolin)ความเครียด การอดนอน อาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง ฯลฯ

เมื่อผิวมีการอักเสบไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดๆก็ตาม พอสิวยุบลงมักจะเกิดรอยดำ-รอยแดงขึ้น(รอยแดงเกิดจากเส้นเลือดฝอยขยายตัวตอนที่ผิวอักเสบ)ขั้นตอนการคงอยู่ของร่องรอยอารยธรรมมักจะเกิดขึ้นแรมเดือนไปจนถึงแรมปี การซ่อมตัวเองของเซลล์ผิวจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆในคนที่มีผิวแห้งถึงแห้งมาก(บางครั้งรอยดำจะกลายกระ) แต่จะเกิดอย่างรวดเร็วในคนที่มีผิวมันเนื่องจากผิวมีความชุ่มชื้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

หากเรายังอายุไม่มาก รอยดำมักจะจางลงไปเองในเวลาไม่นาน
แต่บางคนอาจจะอยากให้สีผิวสม่ำเสมอโดยเร็วเพราะรอยดำจากสิว ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในผิวหน้า

มีหลายวิธีที่ค่อนข้างได้ผลดีดังนี้

1.Azeleic Acid 2%(กรดอะเซเลอิก)ชื่อทางการค้าคือ Skinoren เป็นยาทาฝ้าและลดรอยดำซึ่งออกฤทธิ์ต่อเม็ดสีที่ทำงานมาก จึงไม่ทำให้ผิวหนังที่มีเม็ดสีที่ทำงานปกติมีสีจางลง 

ผลแทรกซ้อนคือ ทำให้ผิวระคายเคือง ผิวเห่อแดง คัน ปวดแสบปวดร้อน และลอกเป็นขุย ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ตามทุกครั้งเพื่อป้องกันผิวระคายเคืองหรือลอกเป็นขุย

2.Retinoid(กรดวิตามินเอ) ชื่อทางการค้า คือ Retin-a ออกฤทธิ์โดยเปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์ผิวหนัง เร่งให้เซลล์ผิวหนังชั้นบนที่มีเม็ดสีเมลานินหลุดลอกออก

ในต่างประเทศมีการจ่ายยาผสมสูตรยาทาฝ้าที่มีส่วนผสมของทั้งกรดวิตามินเอ สเตียรอยด์ และไฮโดรควิโนน พบว่าได้ผลเร็วขึ้น

การทายาตัวนี้อาจเริ่มที่ความเข้มข้นต่ำก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของยา ควรทาวันละครั้งก่อนนอน การใช้ในสตรีมีครรภ์ยังไม่ยืนยันความปลอดภัย การใช้ยาอาจทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น

เรตินเอในระดับความเข้มข้นสูงอาจมีผลข้างเคียงคือ หน้าแห้ง ระคายเคือง ผิวลอก ทำให้ผิวบางลงและไวต่อแสงแดด ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ตามทุกครั้งเพื่อป้องกันผิวระคายเคืองหรือลอกเป็นขุย

3.BHA(Beta hydroxy acid)เป็นตัวยาที่สังเคราะห์ในกลุ่มที่ช่วยละลายเคราติน (โปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของผิวชั้นนอก ผม และเล็บ) ใช้รักษาโรคผิวหนังที่มีผื่นหนา เป็นขุย ใช้ใน Chemical peeling เพื่อลดเลือนริ้วรอยและรักษาสิว

สารในตระกูลบีเอชเอตัวหนึ่งที่เรารู้จักกันส่วนใหญ่คือ กรดซาลิกไซลิก(Salicylic Acid) ซึ่งมีคุณสมบัติละลายในไขมันได้ดี ผ่านลงไปในชั้นผิวหนังได้มาก

BHA ออกฤทธิ์โดยไปทำให้เคราตินที่แข็งนุ่มลง ทำให้ผิวที่แห้งเป็นขุยหลุดออกง่ายและลดการอักเสบของสิว

BHA ช่วยให้การหลุดลอกของเซลล์เยื่อบุในรูขุมขนช้าลง ป้องกันการอุดตัน และช่วยสลายสิวอุดตันทั้งชนิดปลายเปิดและปลายปิด(สิวเสี้ยนชนิดหัวดำและหัวขาว) รวมทั้งลดการอักเสบของสิวอักเสบ

บีเอชเอจะมีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าผลัดตัวเร็วขึ้นดีกว่าเอเอชเอ ซึ่งมีคุณสมบัติละลายในน้ำได้ดี ซึมผ่านลงไปในชั้นผิวหนังได้น้อย

ว่านหางจระเข้(Aloe Vera)มีสารประกอบ BHA ตามธรรมชาติ คนที่เป็นสิวหรือมีรอยดำ จะเห็นผลค่อนข้างชัดเจนหากใช้ว่านหางจระเข้อย่างเนื่องสม่ำเสมอ

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่มีอาการคันยิบๆบริเวณที่ทา ควรใช้ในความเข้มข้นที่ค่อนข้างต่ำ
ด้วยเหตุนี้จึงไม่เหมาะกับคนที่มีผิวแห้งเป็นทุนเดิม

ข้อควรระวัง ไม่ควรใช้ BHA ร่วมกับยาทาสิวพวก Benzyl Peroxide, Retinoid ,โฟมที่มีเม็ดบีทส์

4.อาร์บูติน(Arbutin)มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hydroquinone-beta-D-glucoside ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นเซลล์ผิวให้ยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวหมองคล้ำหรือเกิดจุดด่างดำ อีกทั้งยังทำหน้าที่ในการยับยั้งเอ็นไซม์ Tyrosine และ DOPA ในกระบวนการออกซิเดชัน(Oxidation)หรือการสร้างอนุมูลอิสระซึ่งจะส่งผลเสียหลายประการต่อผิวพรรณ

ดังนั้นการใช้อาร์บูตินจึงช่วยให้รอยด่างดำจางหายลงไป ผิวเรียบเนียนแลดูกระจ่างใสขึ้น

อาร์บูตินยังเป็นสารที่ได้มาจากธรรมชาติ 100% โดยส่วนใหญ่จะสกัดมาจากส่วนต่างๆของพืชหลายชนิด ส่วนมากมักเป็นพืชที่พบในเมืองหนาว เช่น ยุโรป อเมริกาเหนือ และแคนาดา โดยเฉพาะประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่เชื่อว่าเป็นแหล่งของอาร์บูตินที่ดีที่สุดในโลก ผลไม้ที่มีอาร์บูติน เช่น แบเบอร์รี่ (Bearberry), บลูเบอร์รี่, แครนเบอร์รี่, มัลเบอร์รี่, ลูกแพร์ เป็นต้น

เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว(ยกเว้นผู้ที่มีผิวแห้ง) โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ

5.การใช้เลเซอร์ (Laser)เป็นวิธีที่ลดรอยดำได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาทายาลดรอยดำนานแรมเดือน

5.1 Q-Switch Laser เป็นเลเซอร์ในกลุ่มที่ใช้รักษา ฝ้า กระ ปาน ลบรอยแผลเป็นและรอยสัก ซึ่งให้ผลประสิทธิภาพดีกว่า IPL

หลักการคือ เป็นการปล่อยพลังงานแสงออกมาเพื่อทำให้เซลล์เม็ดสีแตกตัว หลังจากนั้นเม็ดเลือดขาวจะดูดซึมหรือย่อยสลายเม็ดสีที่ผิดปกติ และจะถูกกำจัดโดยการขับเป็นของเสียออกจากร่างกายโดยไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ ปกติต้องทำเลเซอร์ประมาณ4- 5 ครั้ง

ขอเล่าประสบการณ์ส่วนตัวนิดนึง ช่วงอายุประมาณ 42 ปี ได้ไปลองทำเลเซอร์ Q-Switch 1 ครั้งเพื่อรักษารอยดำจากสิว ราคา~2500 บาทต่อครั้ง ทำแค่ครั้งเดียว

แป้งมีสิวอุดตันขึ้นบริเวณแก้ม 1 จุด พอสิวยุบลงเหลือรอยดำขนาดเม็ดถั่วเกิดขึ้น พอดีพาเพื่อนไปฉีดสิวที่คลินิก เห็นมีโปรโมชั่นเลเซอร์ Q-Switch เลยลองทำดู ปรากฎว่า รอยดำจางหายไปภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งค่อนข้างแปลกใจเพราะเครื่องเลเซอร์ที่ใช้ในคลีนิกนำเข้ามาจากเกาหลี ไม่ได้ผลิตในยุโรปหรืออเมริกา

สอบถามคุณหมอได้ความว่า หากรอยดำเกิดขึ้นมาไม่นาน(ไม่เกิน 1 เดือน)ประสิทธิภาพของเครื่องเลเซอร์ที่ผลิตในเกาหลีจะทำให้รอยดำจางเลือนหายไปราวกับว่า บริเวณผิวตรงนั้นไม่เคยเกิดการอักเสบจากสิวมาก่อน แต่หากเป็นรอยดำที่เกิดขึ้นมานานหลายเดือน จะแทบไม่เกิดผลอะไรเลย
ซึ่งรอยดำจะจางลงนิดเดียวถึงแม้จะทำ 5 ครั้งก็ตาม ยกเว้นเครื่องเลเซอร์ที่ผลิตในยุโรป จะเห็นผลชัดเจน(ขึ้นอยู่กับการประเมินผิวพรรณและการตั้งค่าพลังงานของเครื่อง หมอที่ไม่ได้จบเฉพาะทางด้านผิวหนัง มักจะตั้งค่าพลังงานค่อนข้างต่ำ พอยิงเลเซอร์แล้วเม็ดสีไม่กระจาย แต่ถ้าตั้งค่าพลังงานสูงไป หน้าคนไข้จะเป็นรอยดำ เรียกว่า Post Inflammatory Hyperpigmentation หรือ PIH(เกิดขึ้นหลังจากที่ผิวเกิดการอักเสบหรือได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจะกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสี ผลิตเม็ดสีที่เพิ่มขึ้น)

น.พ.จิโรจ สินธวานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เคยให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันแพทย์ที่ทำงานยังไม่ครบ 1 ปี มักจะถูกซื้อตัวจากคลินิกความงาม โดยที่แพทย์คนนั้นไม่มีความรู้เรื่องผิวหนัง เพียงแต่ทำยอดให้ได้ตามสั่ง ซ้ำยังไม่มีความรู้จริงในการแก้ไขโรค เช่น เมื่อพบความผิดปกติบนใบหน้าก็วินิจฉัยว่าเป็นสิวหรือฝ้าไปหมด

5.2 Dual Yellow เป็นเครื่องเลเซอร์ของบริษัท Norseld จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริษัทเดียวที่สามารถผลิตเลเซอร์ชนิดนี้

Dual Yellow Laser มีแหล่งกำเนิดพลังงานเลเซอร์ คือ สาร Copper และ Bromide ทำให้แสงเลเซอร์ที่เครื่องผลิตออกมามี

2 ชนิดด้วยกัน คือ แสงสีเหลือง ความยาวคลื่น 578 นาโนเมตร และแสงสีเขียว ความยาวคลื่น 511 นาโนเมตร

เมื่อมองในแง่ของ Chromophore absorption พบว่า แสงสีเหลืองสามารถถูกดูดซับได้ดีใน Oxyheamoglobin จึงเหมาะสำหรับการรักษารอยโรคต่างๆที่มีสีแดง ได้แก่ เส้นเลือดผิดปกติ ปานแดง รอยแผลเป็นสีแดง เป็นต้น

ส่วนแสงสีเขียวจะถูกดูดซับได้ดีใน Melanin จึงใช้สำหรับรักษารอยโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสี ได้แก่ รอยแผลเป็นสีดำ กระ หรือรอยดำที่เกิดขึ้นภายหลังการอักเสบของผิวหนัง (Post Inflammatory Hyper-pigmentation) เป็นต้น

นอกจากนี้เครื่อง Dual Yellow Laser new version ยังมี Y10G mode ที่เกิดจากการผสมแสงเลเซอร์ทั้ง 2 ความยาวคลื่นออกมาในสัดส่วน แสงสีเหลือง 100% ร่วมกับแสงสีเขียวอีก 10% เพื่อใช้สำหรับรักษาฝ้าและ Rejuvenation ให้ใบหน้าขาวใสยิ่งขึ้น

Dual Yellow Laser เหมาะกับการรักษารอยแดงและเส้นเลือด เช่น รอยสิว ไฝแดง ปานแดง เส้นเลือดฝอย กระ ฝ้า ปานดำ รอยแผลเป็นสีดำต่างๆ

คลีนิกหลายๆแห่งที่มีค่าคอร์สราคาถูก ส่วนใหญ่มักจะให้พยาบาลหรือผู้ช่วยพยาบาลที่ได้รับการฝึกมา เป็นคนยิงเลเซอร์ให้ลูกค้า ซึ่งเป็นค่าพลังงานกลางๆที่แพทย์เป็นคนตั้งค่าไว้

แต่ในความเป็นจริง ปัญหาผิวและสุขภาพผิวของคนไข้มีหลากหลายแบบ บางคนทายารักษาสิวจนหน้าแห้งหน้าบางขาดความชุ่มชื้นเหลือเพียงรอยดำทิ้งไว้ พอทำเลเซอร์ที่ตั้งค่าพลังงานไม่เหมาะสมกับปัญหาผิว จึงไม่เห็นผล แถมได้รอยดำเพิ่มขึ้นมาอีกต่างหาก


มีน้องชายเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่ง อยากให้ตัวเองหน้าใสตลอดทั้งปี ตัดสินใจทำเลเซอร์Q-Switch เดือนละ 2 ครั้ง ผลที่ได้คือ หน้าใสโดดเด้ง แต่พอทำไปเรื่อยๆจนครบปีเศษ ผิวบริเวณแก้มสองข้างเกิดด่างขาวถาวรเนื่องจากเม็ดสีในผิวหนังหรือเมลานินมีปริมาณลดลง ซึ่งเป็นผลจากการที่เซลล์เม็ดสีในผิวหนังถูกทำลายไปมาก หรือบางครั้งเซลล์เม็ดสีไม่ได้ถูกทำลายไปหมด แต่มีจำนวนลดลงหรือทำงานผิดปกติไป ทำให้ไม่สามารถสร้างเม็ดสีได้ในปริมาณที่เหมาะสม

ก่อนตัดสินใจจะไปทำเลเซอร์อะไรก็ตาม ควรพิจารณาศึกษาข้อมูลให้รอบคอบอย่างถี่ถ้วนเพราะเราจ่ายเงินเพื่อซื้อความสวยเพียงอย่างเดียว ไม่มีใครอยากได้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผิวหลังทำแถมมาด้วย กรณีเช่นนี้ไม่ค่อยมีคลีนิกที่ไหนรับผิดชอบหรอกคะ


ที่มา
ww w . bangkokpattayahospital. c om › ...ผลการค้นเว็บDual Yellow - Bangkok Hospital Pattaya
ตาย... จากยาฝ้า? - บทความสุขภาพ โดยมูลนิธิหมอชาวบ้าน
ww w .doctor. or. th › detailAHA และ BHA ขาวเนียนสดใส จริงหรือ? - บทความสุขภาพ โดยมูลนิธิหมอชาวบ้าน
ww w . tcijthai. c om › scoopธุรกิจ'คลินิกความงาม'แม่เหล็กดูดหมอ ช่องโหว่ทำแพทย์สาขาจำเป็นขาดแคลน - ศูนย์ข้อมูล&ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ)

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

ทรีทเมนต์และเอสเซนต์คืนความแข็งแรงให้ผิวและปราบสิวชะงัด

บนโลกใบนี้มีครีมบำรุงผิวหลากหลายชนิดให้เราได้ลองใช้ แต่ใช่ว่า จะเห็นผลดีทุกกระปุกไป ไล่เรียงมาตั้งแต่ครีมลดริ้วรอยลดฝ้ากระ ผิวขาวใส ยกกระชับผิวหน้า ครีมหน้าเด้ง ฯลฯ แต่แป้งยังไม่เคยเห็นครีมบำรุงผิวยี่ห้อไหนที่สามารถลดสิวได้อย่างจริงจังยกเว้น ยาทาสิวกลุ่มเบนซอยด์เปอร์ออกไซด์ ( benzoyl peroxide ) เลยนะคะ 

เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา แป้งเผชิญกับภาวะสิวผด สิวอักเสบบุกหน้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สิวผดจะมีบริเวณหน้าผาก ยุบๆหายๆ ส่วนสิวอักเสบจะโผล่แถวข้างแก้ม พอเม็ดนึงยุบ อีกเม็ดก็มาเยี่ยมเยือน ทิ้งรอยดำไว้ต่างหน้า จนเมื่อไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ เกิดมีเพื่อนคนหนึ่งตาดี สังเกตุเห็นรอยดำข้างแก้ม ทักด้วยเสียงอันดังว่า " แป้งไปโดนยุงกัดข้างแก้มมาเมื่อไหร่ " เรานี่ก็อายเป็นเหมือนกัน ไม่นึกว่าเพื่อนจะมองเห็น แต่เพื่อนบอกว่า ไม่เหมือนรอยสิวเลยเหมือนแผลโดนยุงกัด อ้าว!! ซะงั้น สารพัดวิตามินที่กินอยู่ทุกวัน ช่วยได้เยอะเลย 

กลับมาบ้าน เลยมานั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับครีมบำรุงผิวที่ช่วยลดสิวผด สิวอักเสบจากความเครียดว่ามีบ้างมั๊ย จนเมื่อได้อ่านสรรพคุณของใบบัวบกและโสมเกาหลี อืม!!น่าลองใช้มาก ไม่ได้ผลก็ไม่เสียหลายเพราะอย่างน้อยเราก็ได้ลองดู
แต่ปรากฏว่า ดีงามเกินความคาดหมาย แป้งเอาชนะสิวผด สิวอุดตันเจ้ากรรมช่วงที่ผ่านมาได้อย่างสวยสดงดงาม 

อีกทั้งได้คำตอบว่า ทำไมสิวจึงเกิดซ้ำที่เดิมซึ่งเป็นสิ่งที่คาใจมานาน มาบัดนี้แป้งเข้าใจและรู้จักสภาพผิวหน้าตัวเองอย่างถ่องแท้คนที่ไม่เคยเป็นสิวจะไม่มีวันเข้าใจหัวอกของคนที่เป็นสิวหรอกค่ะ

แนะนำทรีตเมนท์บำรุงล้ำลึกและเอสเซนต์ที่เหมาะกับผิวเป็นสิวดังนี้

เอสเซนต์ใบบัวบกผสมโสม ราคา 1650บาท ปริมาณ 30 กรัม หาซื้อได้ที่ http://www.jabushebeautylplus.weloveshopping.com
Tel.081-845-3461 ( มีโปรโมชั่น ซื้อ เอสเซนต์ใบบัวบก 1 หลอด แถม swiss apple 1 ขวด ฟรี)

เป็นเอสเซนต์ที่อุดมไปด้วยสารสกัดจากใบบัวบก สารเฮปารินโซเดียม โสมเกาหลีและชาขาว มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งและลดการเกิดสิวได้อย่างดีเยี่ยม ฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์ 

หากไม่อยากให้สิวใดๆมาเกิดบนผิวหน้าหรือไม่อยากเป็นสิวตลอดชีวิต ลองพิจารณาดูนะคะ

มีประโยชน์อย่างไร
1.ลดอาการอักเสบของสิวเพราะอุดมไปด้วยกรดมาเดคาสสิค (madecassic acid), กรดเอเซียติก (asiatic acid)
2.ช่วยระงับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหนองสิว
3.ป้องกันการเกิดแผลเป็น หลุมสิวได้เป็นอย่างดี
4.ลดการระคายเคืองผิว
5.ช่วยให้แผลเป็นจางลงเร็วขึ้น
6.ลดริ้วรอย ชะลอความชราของผิว
7.ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรงทนต่อมลภาวะต่างๆได้ดี
8.ช่วยเสริมสร้างและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว
9.ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ

Low molecular heparin sodium 
ด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์พบว่าสารเฮพารินโซเดียมสามารถนำมาใช้เป็นยาลดไขมัน นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้มีน้ำมีนวลเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเส้นเลือดใต้ผิวหนังให้ดีขึ้น

มีประโยชน์อย่างไร
1.ลดอาการบวมช้ำของตุ่มสิว เวลาสิวปะทุจะมีการบวมอักเสบของสิว ความรุนแรงจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับระดับความบวมเป่งของสิวจากการโจมตีของเชื้อแบคทีเรีย หากเราทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารเฮปารินโซเดียม จะช่วยลดการคั่งของเลือดใต้ผิวหนังบริเวณที่เป็นสิวลงได้มาก ซึ่งปกติไม่มีส่วนผสมของครีมบำรุงผิวชนิดใด ที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ ถึงคราวคนที่เป็นสิว คงยิ้มได้บ้างนะคะ
2.ป้องกันบริเวณเนื้อเยื่อที่กำลังบาดเจ็บหรืออักเสบ ( สิว ) จากเชื้อแบคทีเรียและสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ
3.เพิ่มการไหลเวียนเลือดบนชั้นผิว

โสมเกาหลี ( panax ginseng )
มีคุณสมบัติลดการอักเสบเรื้อรังในร่างกายคนที่มีสิวเกิดขึ้นเป็นประจำ จะสังเกตุได้ว่าสิวอักเสบมักเกิดขึ้นซ้ำที่เดิมหลายรอบ ซาโปนินในโสมเกาหลีสามารถยับยั้งสารเคมีที่กระตุ้นให้เกิดสิวได้ 

( saponin ) คือสารประกอบสำคัญในโสม มีหน้าที่ขับถ่ายสารพิษ ทำความสะอาดโลหิตและหลอดเลือด

แป้งลองใช้เอสเซนต์ใบบัวบกผสมโสม หลังล้างหน้าเช้า-เย็น แค่ 3 วันแรก สิวผดที่ชอบมาเยือนบนหน้าผาก หายไปหมด แบบอะเมซิ่งมาก  พอครบ 1 เดือน สังเกตุว่า สิวอักเสบที่เคยขึ้นข้างแก้ม ก็ไม่โผล่อีกเลย แถมหน้าไม่มันเยิ้มระหว่างวัน หน้าใส ผิวหน้าแข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ

หลายคนอาจมีคำถามว่า รู้ได้อย่างไร ว่าผิวหน้าแข็งแรงขึ้น
สองอาทิตย์ที่แล้ว แป้งกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่สกลนคร ไม่ว่าจะกี่ปีกี่เดือน ทุกครั้งที่กลับสกล จะได้สิวอักเสบแถมมาไม่เคยขาดอย่างน้อย 1-2 เม็ด แต่ครั้งนี้ไม่มีแม้แต่เม็ดเดียว แถมก่อนกลับแวะบ้านเพื่อนรักสมัยเรียนที่ร้อยเอ็ด ซึ่งไม่มีน้ำประปา มีแต่น้ำบาดาล ตอนแรกใจเสีย คิดว่าต้องแพ้น้ำบาดาลแน่นอน แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ หน้าสวยไร้สิวกลับมากทม.จ้า

ทุกวันนี้ยังนึกในใจ หากแป้งใช้เอสเซนต์ใบบัวบกผสมโสมมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น หน้าเราคงไม่มีรอยหลุมสิว ต้องมารักษาด้วยเลเซอร์ หมดเงินไปร่วมแสนหรอกเนาะ

แนะนำสำหรับทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่าย ผิวมัน ผิวผสม ผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย ผิวติดสเตียรอยด์

ใครมีปัญหาผิวแบบไหน ลองเปิดใจและเลือกใช้ดูนะคะ ไม่ลองไม่รู้ ใบหน้าที่เรียบเนียน ปราศจากสิว ผิวแข็งแรงเป็นสุดยอดปรารถนาของคนที่เป็นสิวหรือมีแนวโน้มที่จะเป็นสิวง่าย แป้งเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะหากเซลล์ผิวแข็งแรง มลภาวะใดๆ ก็มิอาจทำร้ายผิวเราอย่างต่อเนื่องได้ แค่บำรุงอย่างล้ำลึกเพียงนิดเดียว ผิวขาวใสก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือค่ะ

ตอนนี้ทั้งเอสเซนต์ใบบัวบกผสมโสม เป็นที่สุดของผิวมีแนวโน้มเป็นสิวง่ายแล้วในปัจจุบันนี้





วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559

รู้จักและรู้เท่าทันเหตุที่มาของสิว

พูดถึงสิวแล้ว ไม่มีใครอยากให้โผล่ขึ้นมาบดบังความงดงามและมิติของใบหน้า พอสิวหายก็เหลือรอยดำรอยแดงฝากไว้ต่างหน้าอีกต่างหาก เฮ้อ!! เศร้าซะไม่มี

บ้านเรามีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น ต่อมไขมันขยันทำงาน กระตุ้นให้หลั่งไขมันออกมาอุดตันรูขุมขน ไม่รวมกับรูขุมขนอุดตันจากครีมบำรุงผิว ยังมีฮอร์โมนเพศที่เป็นตัวกระตุ้นชั้นดี ส่งผลให้สิวชนิดต่างๆมะรุมมะตุ้มใบหน้าเราไม่ว่างเว้น

โดยธรรมชาติแล้ว ผิวหนังของคนเราในวัย 20 ปี จะมีการผลัดเซลล์ผิวทุก 28 วันและเมื่ออายุมากขึ้นความสามารถและประสิทธิภาพการแบ่งตัวของเซลล์จะลดน้อยลง เซลล์เก่าที่ตายแล้วมักจะไม่ยอมหลุดลอกออกไปง่ายๆ และจะเกาะรวมกัน ไม่ยอมให้เซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเพื่อทำหน้าที่หมุนเวียนทำให้ใบหน้าที่หมองคล้ำจากแสงแดดและมลภาวะ ดูแย่ขึ้นไปอีก เป็นผลให้ระยะเวลาในการผลัดเซลล์ผิวก็จะยาวนานขึ้นเรื่อยๆ เช่น เมื่ออายุ 70 ปี จะผลัดเซลล์ผิวทุก 7 สัปดาห์

สิวอุดตัน สิวผด สิวอักเสบ เป็นภาวะทางผิวหนังที่สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย การรักษาและเยียวยาที่ไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดความรุนแรงของการอักเสบ จนเกิดหลุมสิวหรือแผลเป็นได้

คนที่มีสิวเกิดขึ้นเป็นประจำ จะสังเกตุได้ว่า สิวอักเสบมักเกิดขึ้นซ้ำที่เดิมหลายรอบ

หลายคนแปลกใจว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น กล่าวคือ บริเวณที่เคยเกิดสิว ร่างกายจะมีการซ่อมแซมผิวจากการอักเสบให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว ประมาณ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว แต่เมื่อเกิดการอักเสบของผิว ( สิว ) อีกครั้ง สิวจึงเกิดที่เดิมทุกครั้งไป

เนื่องจากเนื้อเยื่อผิวบริเวณที่เกิดสิวมีความอ่อนแอ เซลล์ผิวยังไม่มีความแข็งแรงพอ เมื่อรูขุมขนอุดตันจากน้ำมันในชั้นใต้ผิวและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว มารวมตัวกัน สิวจึงโผล่มาที่เก่าเวลาใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่นิยมไปรักษาสิวด้วยการฉีดสเตียรอยด์ สิวยุบชั่วข้ามคืนก็จริง อีกไม่กี่เดือน สิวก็จะโผล่มาที่เดิมเป๊ะ ไม่พลาดเลยค่ะ

ส่วนรอยดำแดง เป็นสิ่งที่เหลืออยู่หลังผิวเกิดการอักเสบ จะเลือนหายไปตามรอบของการผลัดเซลล์ผิว โดยเฉพาะในคนที่มีอายุน้อยๆ แต่หากอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป กระบวนการสร้างคอลลาเจนจะลดน้อยลง นี่เป็นสาเหตุของรอยดำที่กว่าจะหายในบางคน ต้องใช้เวลาแรมปีไงค่ะ

เคยสังเกตุบ้างมั๊ยค่ะ เวลาที่เรานอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอหรือมีระดับความเครียดสูง สิวอักเสบ สิวผด สิวอุดตันจะระดมพลมาเกิดขึ้นบนใบหน้า กลไกที่ก่อให้เกิดสิวคือ ร่างกายมีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ( cortisol ) ออกมามาก ส่งผลให้เกิดการอักเสบฉับพลันโดยเฉพาะบริเวณผิวหน้า บวกกับเชื้อแบคทีเรียประจำถิ่น สิวเจ้ากรรมจึงโผล่มาอย่างช่วยไม่ได้

สิวฮอร์โมน จะมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ตราบเท่าที่ระดับฮอร์โมนเพศยังแปรปรวน บางคนแทบไม่ใช้ครีมบำรุงผิวใดๆเลย สิวฮอร์โมนก็ยังปะทุอยู่ตลอด เด็กหญิงหลายคนที่เริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่วัยประถม หากพ่อแม่เคยเป็นสิว ลูกมักได้มรดกสิวเสมอ แค่เริ่มมีประจำเดือน สิวมาเต็มหน้า จนแทบไม่มีที่ว่าง

ปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดสิวฮอร์โมน
1.ฮอร์โมนแอนโดรเจน ( androgen ) เป็นฮอร์โมนเพศชาย พบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่ในผู้ชายจะมีมากกว่า ฮอร์โมนนี้ทำหน้าที่ 2 อย่าง คือ ทำให้ต่อมไขมันที่ผิวหนังโตขึ้น และทำให้ต่อมไขมันหลั่งไขมันออกมามากขึ้น

ไขมันที่หลั่งไขมันออกมามากเกินไป จะส่งผลให้เกิดการอุดตันและเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณผิวหน้า พอมาเจอกัน หายนะตามมา ผิวหน้าจะอุดมไปด้วยปัญหาผิว สิวระเบิด

2.ฮอร์โมนเอสโตรเจน ( estrogen ) เป็นฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน การที่เพศหญิงมีประจำเดือนเพราะระดับฮอร์โมนตัวนี้เปลี่ยนแปลงในร่างกาย เราจึงมีโอกาสเป็นสิวเห่อและสิวหายเป็นระยะๆในทุกรอบของการมีประจำเดือน

เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์ในร่างกายที่มีความแปรปรวนอยู่ตลอด ยกเว้นจะกินยาคุมกำเนิดซึ่งมีส่วนผสมของฮอร์โมนสังเคราะห์เอสโตรเจน ( estrogen )และโปรเจสติน ( progestin ) เช่น ไดแอน ยาสมิน ออยเลส ฯลฯ ซึ่งมีทั้งผลดีและผลเสียในคราวเดียวกัน ต้องคิดเยอะๆก่อนที่จะเลือกวิธีนี้ สิวหายก็จริง แต่บางคนได้ฝ้าแถมมา อันนี้ก็ไม่คุ้มเลยนะคะ

แป้งมีครีมบำรุงผิว ( essence ) และโอเวอร์ไนท์มาร์ค ( overnight mask ) ที่ช่วยลดสิวผด สิวอุดตัน สิวอักเสบได้เป็นอย่างดี รอติดตาม blog ถัดไปค่ะ



วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ความลับอันน่าทึ่งของวิตามินบี 5 กับการรักษาสิวและผิวพรรณ

 
                 สิว เป็นเรื่องธรรมชาติ(ลงโทษ) หรือเป็นเวรกรรมแต่หนใด อันนี้ตอบไม่ได้จริงๆค่ะ รู้แต่ว่า วิตามินบี 5 ช่วยได้ ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องไปกินยา roaccutane เร่งให้ตับไตพังเลยนะคะ

                 สิวมีสาเหตุดังต่อไปนี้
1.ใช้เครื่องสำอางที่ทำให้อุดตันและเกิดสิว เช่น mineral oil,petrolatum,paraffin,lanolin,ฯลฯ
2.ความแปรปรวนของฮอร์โมนเพศ เช่น ฮอร์โมนแอนโดรเจน(androgen) เป็นฮอร์โมนเพศชายที่พบได้ทั้งชายและหญิง มีหน้าที่ ทำให้ต่อมไขมันที่ผิวหนังโตขึ้นและหลั่งไขมันออกมามากเกินปกติ จึงทำให้มีการอุดตัน เกิดสิว ผิวมันเยิ้ม
3.ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งพบบ่อยในผู้หญิงที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน
4.ภาวะต่อมหมวกไตล้า จากความเครียด นอนดึก พักผ่อนน้อย

                ในที่นี้แป้งจะพูดถึงสิวกับต่อมหมวกไต ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างไร
                ต่อมหมวกไต (adrenal gland) อ่านว่า อะดรีนัล แกรนด์ เป็นต่อมไร้ท่อ ครอบตรงส่วนบนของไตทั้ง 2 ข้าง คล้ายกับไตใส่หมวก จึงเรียกว่า ต่อมหมวกไต งัยค่ะ อยู่ในช่องท้องด้านหลัง บริเวณกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอว ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนมากกว่า 50 ชนิด มีคุณสมบัติเป็นสเตียรอยด์ ซึ่งร่างกายสังเคราะห์ได้จากโคเลสเตอรอล แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

                1.ต่อมหมวกไตส่วนนอก ( adrenal cortex ) สร้างกลุ่มฮอร์โมนกลุ่มสเตียรอยด์ (steroid) 3กลุ่ม ประกอบด้วย

1.1 มิเนอรัลโลคอร์ติคอยด์ (mineralocorticoid hormone) เป็นฮอร์โมนที่ช่วยรักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุภายในร่างกาย ฮอร์โมนที่สำคัญในกลุ่มนี้คือ แอลโดสเทอโรน (aldosterone) ซึ่งจะหลั่งออกมามากขึ้นในขณะที่ร่างกายขาดน้ำหรือความเข้มข้นของ Na (เกลือโซเดียม) ในเลือดลดต่ำลง โดยทำหน้าที่กระตุ้นท่อไตให้ดูดซึมน้ำ และโซเดียมเข้าสู่กระแสเลือด และขับถ่ายโพแทสเซียมออกสู่ท่อไต หากมีมากเกินไป จะทำให้เกิดความดันโลหิตสูง คนส่วนใหญ่เกิดโรคความดันโลหิตสูงมีสาเหตุมาจากต่อมหมวกไตนี่ละค่ะ เพราะฉะนั้น อย่ากินเค็มมากนักนะคะ

1.2 กลูโคคอร์ติคอยด์(glucocorticoid hormone) ควบคุมเมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน มีฮอร์โมนที่สำคัญคือ คอร์ติซอล(cortisol) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า stress hormone ทำหน้าที่ ช่วยให้ร่างกายปรับตัวในภาวะเครียด(stress) มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เช่น การเกิดภูมิแพ้ เจ็บไข้ได้ป่วย ในวงการแพทย์มักนิยมรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบด้วยยา เรียกว่า สเตียรอยด์ ใช้การสังเคราะห์ยาเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติ(cortisol) ในร่างกายของคน แต่มีฤทธิ์มากกว่าเป็นหมื่นเท่า จึงทำให้เราหายจากการเจ็บป่วยอย่างรวดเร็ว มหัศจรรย์พันลึกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น แป้งเคยเกิดภูมิแพ้อย่างรุนแรง โดยจะแพ้น้ำส้ม สีชมพูแสนสวยที่บรรจุขวดขายในต่างประเทศ ดื่มเข้าไปนิดเดียว มีอาการคันตาจนตาบวมแดง เป็นผื่นคัน ลามไปจนถึงระบบทางเดินอาหาร ปวดมวนท้อง ท้องเสีย แต่พอแป้งกิน prednisolone 5 mg เข้าไป แค่เม็ดเดียว อาการทุกอย่างที่เป็นอยู่ หายวับไปทันที หรือ แป้งเคยยกของหนักเกินไป จนมีการบาดเจ็บของเอ็นที่ข้อมือ เรียกว่า ผังผืดรัดเส้นประสาท กินยา นวดยา ตั้งเกือบ 6 เดือน ยังมีความเจ็บปวดอยู่ไม่คลาย แต่พอฉีดยา สเตียรอยด์ แค่เข็มเดียว รุ่งขึ้น หายเป็นปลิดทิ้งค่ะ

                 แต่ใช้บ่อยๆไม่ดีนะคะเพราะ ในภาวะปกติ หากเราเครียดหรือวิตกกังวล คอร์ติซอลจะหลั่งออกมามากอยู่แล้ว ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย(helicobactor pylori) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ประกอบกับกรดในระบบทางเดินอาหารหลั่งออกมามากขึ้น จะปวดแสบท้องเหลือเกิน จึงเกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบตามมา แล้วเราไปกินหรือฉีดยาสเตียรอยด์สังเคราะห์เข้าไป กระเพาะอาหารอาจอักเสบจนทะลุได้นะคะ แพทย์จึงจ่ายยาเคลือบกระเพาะมาด้วยเสมอเพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่เราไม่ต้องการ งัยค่ะ

1.3 sex hormone ทำหน้าที่ควบคุมการสังเคราะห์ฮอร์โมนเพศชายและหญิง( testosterone&estrogen) แต่มีน้อยมาก เมื่อเทียบกับการสังเคราะห์ฮอร์โมนที่อวัยวะเพศ โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชายที่ผลิต แอนโดรเจน (androgen) ออกมาจากต่อมหมวกไตส่วนนอก

               2.ต่อมหมวกไตส่วนใน(adrenal medulla) สร้างฮอร์โมน อิพิเนฟฟริน(epinephrine)และนอร์อิพิเนฟฟริน(norepinephrine) ทำหน้าที่เวลาร่างกายเผชิญกับความตื่นเต้น ตกใจ กลัว โกรธ หรือออกกำลังกาย ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดสูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เวลาไฟไหม้ เราจะเห็นคนตื่นเต้นตกใจแบกตุ่มที่มีน้ำเต็ม แบกไห ยกตู้เย็น ทั้งๆที่ปกติ แค่ขยับตุ่มยังแทบทำไม่ได้เลย นั่นเป็นเพราะร่างกายหลั่งฮอร์โมนอิพิเนฟฟริน ออกมามากนั่นเอง

               เกริ่นมาซะยืดยาวเป็นหางว่าว แต่ถ้าตั้งใจอ่านดีๆ จะทำให้รู้เท่าทันร่างกายของเรานะคะ มาถึงวิตามินที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากไม่แพ้ตัวอื่นใดเลยคือ วิตามินบี 5(pantothenic acid) อ่านว่า แพนโทเทนิก แอซิด ถูกค้นพบโดย ศาสตราจารย์ Roger John Williams นักชีวเคมีชาวอเมริกัน ในปีค.ศ1919 และเป็นคนตั้งชื่อ folic acid( กรดโฟลิก) ด้วยนะคะ จัดเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ เป็นสารตั้งต้นของโคเอนไซม์เอ(ปฏิกริยาชีวเคมีที่จำเป็นในสิ่งมีชีวิต) เผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน สังเคราะห์ชีวภาพของสารสื่อประสาท(neurotransmitters) สร้างสมดุลฮอร์โมนของต่อมหมวกไตส่วนนอก (cortisol) ในการบรรเทาความเครียด พักผ่อนน้อย เจ็บไข้ได้ป่วย พบมากในธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว กุ้งก้ามกราม สัตว์ปีก โยเกิร์ต อะโวคาโด เห็ด มันเทศ ถูกทำลายได้ง่ายโดยความร้อน กรด ด่าง

                  จากงานวิจัยในหนูทดลอง พบว่า หากขาดวิตามินบี 5 จะทำให้เกิดการติดเชื้อ ซึมเศร้า อ่อนเพลียไม่มีแรง นอนไม่หลับ มีความผิดปกติของระบบประสาท มึนงง ปวดกล้ามเนื้อ เป็นตะคริว

                 มีประโยชน์อย่างไร
1.ประเทศญี่ปุ่น มักนำมาใช้เป็นส่วนผสมในแชมพู เพื่อบำรุงผมให้นุ่มลื่นสลวย เงางาม เป็นประกาย แชมพูยี่ห้อดังบ้านเราก็มีที่มาจากวิตามินตัวนี้ค่ะ

2.ผมยาวเร็วขึ้น รากผมแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย

3.ในต่างประเทศมักกินเป็นอาหารเสริมเพื่อเสริมสร้างการทำงานของต่อมหมวกไต(adrenal gland) หวังผลในการเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ลดอาการภูมิแพ้ ลดภาวะเครียด แผลหายเร็วขึ้น

4.รักษาสิว มีงานวิจัยเกี่ยวกับสิว โดย Dr. Lit-Hung Lueng ศัลยแพทย์ ชาวฮ่องกง พบว่า โคเอนไซม์เอในต่อมหมวกไตที่ควบคุมฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งทำให้ต่อมไขมันโตขึ้นและขับไขมันออกมามาก ส่งผลให้เกิดสิวในที่สุด หากกินวิตามินบี 5 ในปริมาณสูง จะช่วยยับยั้งกระบวนการเกิดสิว โดยเร่งการเผาผลาญไขมันและน้ำมันบนผิวหนัง แถมบีบให้ต่อมไขมันมีขนาดเล็กลง รูขุมขนจึงกระชับ นับว่าเป็นงานทดลองวิจัยที่ประสบความสำเร็จในเอเชีย แต่กลับเป็นที่ยอมรับและโด่งดังไปทั่วโลก โดยไม่ต้องกินยา Roaccutane หรือกิน ไดแอน อีกต่อไป

5.เนื้องอกต่อมเหงื่อ บนใบหน้ามีขนาดเล็กลง โดยไม่ต้องไปทำเลเซอร์ หรือสิวหินใต้ตาจะหายไปเลย จากการที่วิตามินบี 5 เร่งการเผาผลาญไขมันและน้ำมันบนผิวหน้า นั่นเอง

6.ลดหน้ามัน จากการที่วิตามินบี 5 ยับยั้งการทำงานของต่อมไขมัน หน้าจึงไม่มันเย้ิม แถมเรียบเนียนอีกต่างหาก

7.วิตามินบี 5 เมื่อเข้าสู่ร่างกายร่วมกับอะมิโนแอซิด จะช่วยกระตุ้นโกร๊ธฮอร์โมน(ฮอร์โมนแห่งความเยาว์วัย วันหลังจะอธิบายให้ฟังว่า ต้องกินวิตามินอะไรที่เกี่ยวข้องกับโกร๊ธฮอร์โมน มีแค่ตัวเดียวเท่านั้น ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทดลองกินอยู่ค่ะ ได้ผลอย่างไรแล้วจะมาบอกกล่าวอีกที)

                  แป้งหยุดการกินยาทุกชนิด ตั้งแต่ได้ศึกษาวิตามินต่างๆ เพื่อลดสิว ชะลอความชรา (anti-aging) เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ดีทอกซ์ตับ ในร่างกายแป้งไม่มียาที่ทำลายตับ ขับออกที่ไต อีกต่อไป จะมีแต่วิตามินที่ทรงอานุภาพต่อร่างกาย ส่งผลให้ผิวพรรณ หน้าตา ขาวสว่าง กระจ่างใส สวนทางกับวัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ในคนหน้ามัน เป็นสิว ต้นทุนผิวไม่ได้ดีเด่อะไรนักหนาอย่างแป้งค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

มหากาพย์ของการรักษาสิว (ตอนที่1)


เริ่มต้นเมื่ออายุ15ปี 

สืบเนื่องจากการได้รับมรดกทางพันธุกรรม แม่เป็นสตรีที่มีแอนโดรเจน (เป็นฮอร์โมนเพศชายที่ทำงานเกี่ยวข้องกับต่อมไขมัน หากมีมากเกินพอดี จะทำให้มีสิว ผิวมัน ขนดก ) เยอะมาก

 แป้งเป็นลูกสาวคนโต จึงรับมาเต็มๆพอประจำเดือนมาครั้งแรก ความสวยใสก็หายไปกับประจำเดือนแถมมาพร้อมกับสิวเม็ดเป้งอีกต่างหาก จำได้ว่าเป็นสิวบ่อยมากเคยถามแม่ว่า ทำไมหนูถึงเป็นสิวไม่หายสักที แม่ก็ได้แต่ยิ้มพร้อมกับความว่างเปล่า (ไม่มีคำตอบ) 

ชอบแอบมองหน้าเพื่อนที่มีเชื้อสายจีน เค้าผิวดีม๊าก อยากหน้าเรียบแบบคนอื่นบ้างจัง แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นสิวประปราย ใบหน้าก็เปื้อนยิ้มตลอดเวลา เพราะเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอมา เคยไปรักษากับแพนคลีนิคแค่2คร้ัง (ได้ยาแต้มสิว,ยาทาหัวสิว) มาทาแต่ก็ยังเป็นสิวอยู่เรื่อยๆ พอเห็นว่าสิวไม่ยุบจึงไม่ไปอีกเลย (วัยรุ่นใจร้อน)

 ด้วยเหตุนี้ เวลามีกิจกรรมกีฬาสีของโรงเรียนมักจะได้รับคัดเลือกให้เป็นคนถือป้าย,ดรัมเมเยอร์,เชียร์ลีดเดอร์ แต่ก็ต้องปฏิเสธไปทุกปี เพราะหน้าไม่เรียบเลย (ไม่มั่นใจในหนังหน้าของตัวเอง รู้ตัวดี )

 เฮ้อ!นึกแล้วเศร้าจัง

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2558

Alpha Lipoic Acid วิตามินผิวสว่างใสดุจหลอดไฟนีออน


                 Alpha Lipoic Acid หรือ ALA เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ครอบจักรวาล (Universal Antioxidation) ถูกใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และทดลองทางคลีนิกในปี ค.ศ 1950 และได้รับการยอมรับในแง่ของสารต้านอนุมูลอิสระ ในปีค.ศ 1988
          
         ร่างกายสามารถสร้างได้เอง พบมากที่ตับ,เนื้อเยื่ออื่นๆและอาหารบางชนิดเช่น บร็อกโคลี่ ผักขม เครื่องในสัตว์ ยีสต์ มะเขือเทศ แต่ไม่มากพอที่จะใช้เพื่อเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (ชะลอความเสื่อมของเซลล์) บางประเทศอนุมัติให้เป็นยารักษาโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน (คนที่เป็นเบาหวานนานเกิน 5 ปีขึ้นไป มักจะมีอาการชาปลายมือปลายเท้า เฉพาะบริเวณข้อมือหรือข้อเท้าเท่านั้น ) โรคตับอักเสบ เช่น ประเทศเยอรมัน แต่ในอเมริกาและญี่ปุ่น จัดเป็นอาหารเสริม

         ทำหน้าที่เปลี่ยนกลูโคสให้กลายเป็นพลังงานและคอยจัดการกับอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ถูกปล่อยออกมาจากกระบวนการสลายกลูโคสภายในเซลล์ จึงมีผลในการลดน้ำตาลได้อีกด้วย แต่จะสร้างลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ทั้งสามารถออกฤทธิ์ได้ในส่วนของร่างกายที่เป็นน้ำและน้ำมัน เรามารู้จักก่อนนะคะว่าวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอีและวิตามินเค อาศัยน้ำดีช่วยในการดูดซึม ร่างกายเก็บสะสมไว้ที่ตับ หากมีมากเกินจะเกิดอาการแพ้ได้ ส่วนวิตามินที่ละลายได้ดีในน้ำ เช่น วิตามินบีและวิตามินซี ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้จากการกินเข้าไปเท่านั้น หากมีมากเกิน ร่างกายจะขับออกมาทางปัสสาวะ ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระแทบทุกตัวจะออกฤทธิ์ได้ดีในส่วนที่เป็นน้ำหรือน้ำมัน เท่านั้น

          อนุมูลอิสระถือเป็นตัวเร่งที่สำคัญอันดับต้นๆที่ทำให้คนเราเข้าสู่วัยชรา ก่อนเวลาอันควร ปัจจัยที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ คือ ความเครียด มลภาวะ อาหารขยะ แสงแดดและการนอนดึก(ช่วงเวลา 22.00-02.00 เป็นเวลาที่อวัยวะภายในต้องได้รับการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเพื่อพร้อมใช้งานในวันต่อไป) ไม่เคยมีใครนอนดึก แล้วตื่นขึ้นมาสวยเด้งเลยซักคน มีแต่โทรมกับโทรมค่ะ

           กรดอัลฟ่าไลโปอิก มีบทบาทส่งเสริมการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นให้กลับมาใช้งานได้ใหม่ เช่น วิตามินซี วิตามินอี กลูต้าไธโอนและCOQ10 เลิศเลอเพอร์เฟคที่สุดนะเนี่ย ปกติ สารต้านอนุมูลอิสระพวกนี้เมื่อผ่านกระบวนการกำจัดอนุมูลอิสระแล้ว จะหมดฤทธิ์ทันทีแต่กรดอัลฟ่าไลโปอิกจะชุบชีวิตให้ฟื้นคืนเพื่อทำหน้าที่อีกครั้ง ว๊าว!ดีจังเลยค่ะ

            นอกจากนั้น ยังเพิ่มปริมาณกลูต้าไธโอนที่ผลิตได้ในร่างกาย โดยกระบวนการนี้จะทำให้ขจัดสารพิษออกจากตับได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย มิน่า!คนที่กินวิตามิน Alpha Lipoic Acid 600mg,Grape Seed 300 mg,Lyc-o-mato 15 mg และ Ester-c 1000mg วันละเม็ด ถึงได้มีออร่ามาแต่ไกล ขาวใสยังกับหลอดไฟนีออนแน่ะ

             มีประโยชน์อย่างไร
1.กระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนในการย่อยเผาผลาญน้ำตาลให้เป็นพลังงาน จึงมีส่วนช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้ดีขึ้น

2.กรดอัลฟ่าไลโปอิก มี Sulfurเป็นองค์ประกอบ ช่วยทำให้ผิวสะอาด รวมถึงลดอาการบวมแดงจากสิวได้อีกด้วย

3.กรดอัลฟ่าไลโปอิก ช่วยลดขนาดของรูขุมขน จึงทำให้ต่อมไขมันทำงานได้น้อยลง รูขุมขนจึงกระชับขึ้น

4.ในอเมริกาและสวีเดน กรดอัลฟ่าไลโปอิก ความเข้มข้น 5% นิยมนำมาผสมในครีมลดริ้วรอยเพื่อช่วยลดริ้วรอยลึกจากการทำลายของแสงแดดได้อย่างดีเยี่ยม จากคุณสมบัติ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว

5.ใบหน้าขาว สว่างใส จากการที่กรดอัลฟ่าไลโปอิกดึงกลูต้าไธโอน กลับมาในฟอร์มที่ใช้งานได้อีก ถ้างั้น ก็ไม่ต้องกินอาหารเสริม กลูต้าไธโอน ได้สินะเพราะมีโมเลกุลใหญ่มาก กลืนลงไปกระเพาะย่อยหมดไม่เหลือซาก คนจึงนิยมฉีดเข้ากระแสเลือด งัยค่ะ

6.ลดอาการปวดไมเกรน

7.ปัองกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

8.ร่างกายแข็งแรงขึ้น จากการที่กรดอัลฟ่าไลโปอิก กระตุ้นให้กลูต้าไธโอนขจัดสารพิษออกจากตับได้อย่างรวดเร็ว

           แค่ประโยชน์ไม่กี่อย่าง ยังน่ากินได้มากขนาดนี้ แป้งเพิ่งเริ่มกินวิตามิน Alpha Lipoic Acid 600mg เพียงเดือนเดียว ผิวเปลั่งปลั่ง ขาวสว่างใส รูขุมขนกระชับ อย่างที่ไม่ได้รับจากวิตามินตัวไหนมากเท่านี้อีกแล้ว

            ลืมบอกไป ใบหน้าของแป้งขาวผ่องขึ้น จนต้องเปลี่ยนเบอร์แป้งเลยค่ะ ปกติ ใช้ primer ของ guerlain และใช้รองพื้นของ cle de peau แบบ fluid เบอร์ oc10แล้วตามด้วย แป้งฝุ่นของ lanagie เบอร์ 01 ตอนนี้ต้องเปลี่ยนใหม่หมดเลย ไม่งั้นหน้าจะขาวลอย เฮ้อ! ตกลงหน้าขาวขึ้นแล้วมันดีตรงไหนเนี่ย ก่อนหน้านั้น กิน Alpha Lipoic Acid 300mg ของ swanson มา 8เดือน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้แต่นิดเดียว เลยรู้ว่า วิตามินทุกไลน์ของเค้าเกรดต่ำมาก ราคาจึงถูก นั่นเอง







          รูปนี้ถ่ายเมื่อครั้งไปเที่ยว อังกฤษ- สก็อตแลนด์ ตอนนั้นอายุ 36 ปี ระหว่างที่รอเช็คอินห้องพักที่ วินเดอร์เมียร์ เลคไซต์ ประมาณ 2-3 ทุ่ม เป็นโรงแรมที่สวยม๊าก อยู่กลางป่าเขา มีแมกไม้เขียวขจี แป้งโชคดีได้ห้องพักอยู่ชั้นล่าง เค้าจัดห้องได้น่ารักมากๆ กว้างสุดๆ พอตอนเช้าเปิดประตูออกมา เจอระเบียงมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งจิบชาสวยแบบผู้ดีอังกฤษ มองออกไปเห็นทะเลสาบ สวยมากมาย มีหงส์ 5-6ตัวลอยไปมา แป้งนึกว่าตัวเองอยู่ในดินแดนแห่งเทพนิยายเสียอีก ยังกะสวรรค์ชั้นฟ้าเลยค่ะ โรแมนติกสุดๆ

          หงส์ทุกตัวที่เกิดในสหราชอาณาจักร เป็นสมบัติของพระราชินีอลิซาเบทที่ 2 เพียงผู้เดียว ห้ามใครล่าหรือฆ่าโดยเด็ดขาด มิฉะนั้น จะมีความผิดตามกฎหมายค่ะ ขณะนั้นสายฝนโปรยปรายเล็กน้อย เดินออกไป 10ก้าวก็ถึงทะเลสาบแล้ว มีพี่ๆร่วมคณะกางร่มถ่ายรูปไว้เป็นที่ระทึก 2-3คน แต่แป้งคงไม่ไปถ่ายรูปกะเค้าหรอก กลัวจับไข้ จะเที่ยวไม่สนุก แป้งเหลือบมองนาฬิกา ว๊าย! จะ 6.30 น.แล้ว ยังไม่ได้อาบน้ำเลย ไปดีกว่า เดี๋ยวไม่ทันกินข้าวเช้า 



                 



Create Date : 09 กันยายน 2555
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2557 11:13:58 น.
Counter : 71929 Pageviews.

เมลาโทนิน วิตามินย้อนเวลาจากภายใน ไม่ได้มีดีแค่การนอนหลับ

คงมีคนทั่วไปจำนวนไม่น้อยที่จะรู้จักวิตามินชื่อ melatonin ( เมลาโทนิน ) แป้งเองก็รู้จักได้เกือบ 14 ปีล่ะ ครั้งแรกจากการอ่านคอลัมน์ในนิตยสารชื...

บทความยอดนิยม