กรดโฟลิก(Folic acid) เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ถือเป็นหนึ่งในตระกูลวิตามินบีรวม เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า B9 มีหน่วยวัดเป็นไมโครกรัม(mcg)มีความสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงช่วยในกระบวนการเผาผลาญของโปรตีน ถูกทำลายได้ง่ายหากเก็บรักษาโดยวิธีการที่ไม่เหมาะสมในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานานเกินไป
มีประโยชน์อย่างไร
1. มีส่วนสำคัญในการสร้างกรดนิวคลิอิก(กรดไรโบนิวคลีอิก: RNAและกรดดีออกซิไรโบนิวคลิอิก:DNA)
2. มีความจำเป็นต่อการแบ่งตัวของเซลล์
3. ร่างกายต้องการในกระบวนการใช้น้ำตาลและกรดอะมิโน
4. สตรีทุกคนที่วางแผนจะตั้งครรภ์ ควรเสริมกรดโฟลิก 400–800 ไมโครกรัม เริ่มต้นอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์และต่อเนื่องไปจนถึง 2-3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์
5. ลดระดับกรดอะมิโนโฮโมซิสเตอีนในเลือดและลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ
6. ป้องกันความพิการแต่กำเนิดในทารก
7. ช่วยในการสร้างน้ำนมของมารดาหลังคลอด
8. ช่วยให้ผิวพรรณแลดูสุขภาพดี
9. อาจช่วยชะลอให้ผมขาวช้าลงได้ หากรับประทานร่วมกับกรดแพนโทเทนิก(B5)และพาบา(PABA)
10. ช่วยให้เจริญอาหารหากคุณกำลังอ่อนเพลีย
11. อาจช่วยป้องกันแผลร้อนใน
12. ช่วยรักษาภาวะซีดหรือโลหิตจาง
13. อาจช่วยลดการเกิดจอประสาทตาเสื่อมที่เกี่ยวข้องกับอายุ
แหล่งอาหารจากธรรมชาติ : ผักที่มีใบสีเขียวเข้ม แครอท ตับ ไข่แดง แคนตาลูป อาร์ติโช้ก แอปริคอท ฟักทอง ถั่ว แป้งไรย์ที่ไม่ผ่านการขัดสี ผักโขม คะน้า บร็อคโคลี่ อะโวคาโด ผลไม้รสเปรี้ยว
บางครั้งในวิตามินบีรวมจะมีกรดโฟลิกอยู่ 400 ไมโครกรัม แต่โดยมากจะมีเพียง 100 ไมโครกรัม
ขนาดรับประทานโดยทั่วไปคือ 400 ไมโครกรัม(mcg)ไปจนถึง 5 มิลลิกรัม(mg)ต่อวัน
พยายามเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีทั้งโฟลิกและวิตามินบี 12 รวมอยู่ด้วยกัน
อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากเกินไปคือ ยังไม่พบอาการเป็นพิษ แต่บางคนอาจมีอาการผื่นแพ้ได้บ้าง คลื่นไส้ เบื่ออาหาร มีปัญหาการนอนหลับ รู้สึกซึมเศร้าหรือมีความตื่นตระหนกมากเกินไป
หากร่างกายมีกรดโฟลิกมากเกินไป อาจทำให้โรคโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี 12 ไม่แสดงอาการออกมา เนื่องจากการใช้กรดโฟลิกในปริมาณมากสามารถแก้ไขภาวะโลหิตจางจากเมกะโลบลาสติก ซึ่งเป็นภาวะที่มีลักษณะเฉพาะจากการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่ผิดปกติและด้อยคุณภาพ ซึ่งพบว่ามีภาวะขาดวิตามินบี 12 อย่างรุนแรง
หลายประเทศรวมทั้งสหรัฐอเมริกา มีนโยบายให้ผลิตภัณฑ์จากธัญพืชเสริมกรดโฟลิกเพื่อลดอุบัติการณ์ของการขาดโฟเลต
เนื่องจากการขาดโฟเลตเกิดขึ้นได้ค่อนข้างบ่อยในประชากรบางกลุ่ม รวมทั้งผู้สูงอายุและสตรีมีครรภ์ ซึ่งพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะได้รับผ่านทางอาหาร
หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริมกรดโฟลิก เช่น โรคไตที่มีการฟอกไต การติดเชื้อ โรคโลหิตจางชนิด hemolytic anemia
ภาวะเลือดจางจากการสลายของเม็ดเลือดแดงหรือ โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก (Hemolytic anemia) เป็นรูปแบบหนึ่งของภาวะเลือดจาง (anaemia) ที่เกิดจากการเฮโมไลซิส (hemolysis) การสลายตัวอย่างผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดแดง โดยทั่วไปเกิดในม้าม ภาวะเลือดจางชนิดเฮโมไลติกคิดเป็น 5% ของภาวะเลือดจางจากทั้งหมด
ผลที่ตามมาจากภาวะเลือดจางแบบเฮโมไลติกมีหลายประการ ตั้งแต่อาการทั่วไปจนถึงอาการที่เป็นอันตรายแก่ชีวิต
การสลายตัวของเซลล์เม็ดเลือดแดงยังนำไปสู่ดีซ่าน และเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว เช่น นิ่วในถุงน้ำดีและ ภาวะความดันหลอดเลือดในปอดสูง
อาหารเสริมโฟเลตอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิดที่แพทย์สั่งโดยทั่วไป ได้แก่
• เมโธเทรกเซท( Methotrexate )เป็นยาที่ใช้รักษามะเร็งบางชนิดและโรคภูมิแพ้ตัวเอง(SLE)
• ยารักษาโรคลมบ้าหมู กรดโฟลิกอาจรบกวนการใช้ยากันชัก เช่น Dilantin, Carbatrol และ Depacon
• ซัลฟาซาลาซีน(sulfasalazine )ใช้ในการรักษาลำไส้ใหญ่
หากคุณเป็นผู้หญิง ควรรับประทานกรดโฟลิกและวิตามินบี6ให้เพียงพอ กรดโฟลิกเพียง 400 ไมโครกรัมและวิตามินบี 6 เพียง2-10 มิลลิกรัม สามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวายเฉียบพลันได้ถึงร้อยละ 42
หากเป็นนักดื่มตัวยง ควรรับประทานกรดโฟลิกเพิ่มขึ้นเนื่องจากแอลกอฮอล์ขัดขวางการดูดซึมโฟเลตและเพิ่มการขับปัสสาวะ
การรับประทานวิตามินซีในปริมาณสูงเพิ่มการขับกรดโฟลิกออกจากร่างกาย ดังนั้นผู้ที่รับประทานวิตามินซีมากกว่า 2 กรัมต่อวัน
ควรรับประทานกรดโฟลิกเพิ่มควบคู่ไปด้วย
หากรับประทานยากันชักไดแลนติน ฮอร์โมนเอสโตรเจน
ซันโฟนาไมด์ ฟีโนบาบิทอลหรือแอสไพริน ควรรับประทาน
กรดโฟลิกเพิ่ม
มีหลายคนที่รับประทานกรดโฟลิก 1-5 มิลลิกรัมทุกวัน เป็นระยะเวลาประมาณหนึ่ง ช่วยแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอได้
หากกำลังป่วยหรือร่างกายกำลังต่อสู้กับโรคใดๆอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อต่อสู้กับโรค ควรจะมีกรดโฟลิกรวมอยู่ด้วยเพราะหากร่างกายขาดกรดโฟลิกไป แอนติบอดี้หรือสารภูมิคุ้มกันก็จะบกพร่องเช่นกัน
การรับประทานกรดโฟลิกในปริมาณสูง อาจทำให้คนไข้โรคลมชักซึ่งรับประทานยาฟรีโนไทอินอยู่เกิดอาการชักขึ้นมา
การวิจัยพบว่า ระดับโฟเลตในเลือดต่ำสัมพันธ์กับการทำงานของสมองที่บกพร่องและมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นในผู้สูงอายุ
งานศึกษาวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า อาหารเสริมกรดโฟลิกอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองในผู้ที่มีความบกพร่องทางจิตและช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์
การศึกษาในปี 2019 ในผู้ใหญ่ 180 คนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาเล็กน้อย (MCI) แสดงให้เห็นว่าการเสริมกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัมต่อวัน เป็นเวลา 2 ปี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม
แป้งเคยกิน folic 800 mcg ยี่ห้อ natural factors ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า ตอนนั้นอายุน่าจะ 39 ปี กินวิตามินครบ 3 เดือน พบว่า ไม่มีความแตกต่างเด่นชัดโดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณ น่าจะเป็นเพราะพื้นผิวเดิมอิ่มน้ำอยู่แล้ว เลยเลิกกินไป เพิ่งจะกลับมากินอีกครั้งเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว เนื่องจากอ่านเจอว่า คนที่เป็นโลหิตจางนานๆอาจมีโอกาสเป็น SLE ได้
SLE เป็นโรคภูมิแพ้ตัวเองชนิดหนึ่ง ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติจนหันมาทำร้ายอวัยวะต่าง ๆ ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ผิวหนัง ข้อต่อ ไต สมอง หรือแม้กระทั่งเม็ดเลือด มีกลไกที่เข้าใจง่ายๆดังนี้
SLE เป็นโรคที่เม็ดเลือดขาวกลุ่มT cell / B cell
เข้าใจผิดคิดว่า DNA และโปรตีนที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งแปลกปลอม
เมื่อมี DNA หลุดออกมาจากเซลล์ ระบบภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้น มีการระดมเม็ดเลือดขาว เกิดการอักเสบและทำลายเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น
และบ่อยครั้งจะมีเซลล์เม็ดเลือดขาวที่จำเพาะต่อสารอื่นถูกกระตุ้นตามมา ทำให้การอักเสบลุกลามไปหลายระบบ
หนึ่งในระบบที่ได้รับผลกระทบชัดเจนคือ ระบบเม็ดเลือด
โดยเฉพาะเม็ดเลือดแดง ดังนั้นจึงพบว่า ภาวะโลหิตจาง (Anemia)
เป็นภาวะร่วมที่พบบ่อยในผู้ป่วย SLE
ส่วนใหญ่พบผู้ป่วยในช่วงอายุระหว่าง 20-50 ปี ถึงแม้ว่าแป้งจะอายุเกินแล้ว แป้งก็ไม่วางใจ โรคอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอเพราะค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดของแป้งคือ
ค่า Hb 11.7 (ค่าปกติ 12-16)
ค่า Hct 36.3(ค่าปกติ 36-47)
ซึ่งค่าเลือดอยู่ติดขอบเพดานล่างมาตลอดหลายสิบปี
ต้องไม่ลืมว่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง มักมีราคาถูกกว่าค่ารักษาโรคที่เกิดขึ้นหลายสิบเท่า เอาแค่สุขภาพจิตที่สูญเสียไประหว่างเจ็บป่วยก็เทียบกันไม่ได้เลย ไม่ต้องคิดถึงว่าเสียเวลา เดินทางไปโรงพยาบาล นั่นโน่นนี่ พอได้รับยามาบรรเทาอาการเจ็บป่วย แต่มีของแถมเป็นผลข้างเคียงของยาตัวนั้นอีก ความเจ็บป่วยวนเวียนเช่นเรื่อยไป อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอคะ
เรียบเรียงโดย แป้งปังปอนด์
ที่มา :
Vitamin bible
เพจ Manifia