เมื่อช่วงต้นปี แป้งมีโอกาสตรวจเลือดเพื่อเช็คผลการดูแลสุขภาพมาตลอดปีที่เพิ่งผ่านพ้นไป วันที่ไปตรวจคือ 21/2/69 จำได้ว่า เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดตอนเที่ยงคืน นอนหลับไม่ค่อยดี น่าจะกังวลใจกลัวตื่นไม่ทัน ทำให้ต้องลุกมากลางดึกคือ ตีสาม กินสาหร่ายโนริแผ่นพันปีกไก่อบ+ขนมปัง 1 แผ่น ตามด้วยชาหมัก(kombucha)1 แก้ว กินทุกวันต่อเนื่องนานเกือบ 2 ปี นอนตี 5 ฟื้นอีกที 10 โมง ตรวจเลือดพร้อมเพื่อนๆ 11 โมง(จริงๆหากแป้งไม่นัดตรวจเลือดกับเพื่อน คงยกเลิกการตรวจเลือดครั้งนี้เพราะนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ)
ช่วงบ่ายพอเห็นผลเลือดตัวเอง ว๊าว!มากๆ
ผลเลือด lipid profile
Cholesterol 228 ( ค่าปกติ <200)
Triglyceride 49 (ค่าปกติ < 150)
HDL 112 (ค่าปกติ >44)
LDL 106 (ค่าปกติ <130)
ผลเลือด liver enzyme
SGOT 20 (ค่าปกติ 0-31)
SGPT 18 (ค่าปกติ 0-35)
ผลเลือดการทำงานของไต
BUN 15 (ค่าปกติ 7.8-20)
Creatinine 0.8 (ค่าปกติ 0.7-1.4)
eGFR 100.64. (ค่าปกติ >90)
ชีพจร 64 ครั้ง/นาที
ความดันโลหิต 112/74 mmhg
หลายสิบปีที่ผ่านมา ค่าไขมันโคเลสเตอรอลจะอยู่~260 mg/dl ไม่เคยต่ำกว่าแนวต้านนี้ ค่า HDL ~98 mg/dl TG 68 แต่ LDL 158 ซึ่ง LDL เกินเกณฑ์แบบนี้มาตลอด(ล่าสุดคือ ตรวจเลือดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว)คุณหมอบอกว่า ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะแป้งไม่ได้โรคประจำตัวที่ต้องกินยาหรือปัจจัยเสี่ยงใดๆ
ปกติยิ่งอายุมากขึ้น อัตราการกรองของไต(eGFR)มักเสื่อมลงตามสภาพร่างกาย แม้จะไม่มีโรคประจำตัว การรับประทานยาและวิตามินจะมีผลให้ตับไตทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม แต่อัตราการ
กรองไต(eGFR)ของแป้งกลับสวนทาง แสดงว่า วิตามินคุณภาพสูงที่กินมาต่อเนื่องตลอด 15 ปีไม่มีผลเสียต่อการทำงานของตับไต แถมค่าเอนไซม์ตับอยู่ในเกณฑ์ปกติอีกด้วยนะคะ
แป้งกินวิตามินจากอเมริกา วันละ 20 กว่าเม็ด แทบไม่เคยหยุด ยกเว้นช่วงโควิดที่ได้รับวัคซีน AZ(แอสตร้าเซเนก้า)เพียงเข็มเดียว เหมือนกับว่า วัคซีนกระตุ้นสิ่งที่เรามีอยู่เดิม(พลังงาน+ระดับภูมิคุ้มกัน)และความเจ็บป่วยที่ซ่อนเร้นภายในร่างกายให้กำเริบขึ้นมา เคสแป้งเป็นอย่างแรกคือ มีพลังงานและภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น 2 เท่า ร่างกายแข็งแรงมาก ทำอะไรไม่เคยเหนื่อยล้า ไม่ใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะก็ไม่ติดโควิดสักครั้ง
ปัจจุบันแป้งอายุครบ 52 ปีบริบูรณ์ เพิ่งหมดประจำเดือนเข้าสู่วัยทองเต็มรูปแบบ แต่พอเช็คลิสต์แล้ว เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน สมองล้า ฯลฯ ไม่มีอาการวัยทองแม้เพียงข้อเดียว
ผมแป้งไม่ร่วง สังเกตว่า เส้นผมที่ร่วงจะเส้นเล็กและบางลง แต่โดยรวมยังคงหนาและเงางาม(เพื่อนๆจะชมตลอด)แม้บางส่วนจะเริ่มมีผมหงอกราว 5%( เพิ่งย้อมสีเพื่อปิดหงอกได้ 2 เดือน)สายตาปกติ ไม่สั้นหรือยาว ไม่ต้องใส่แว่นทั้งๆที่ใช้เวลากับหน้าจอเฉลี่ยวันละ 8-9 ชม.(วิตามินจะช่วยเพิ่มการสูบฉีดเลือดให้ไหลเวียนทั่วร่างกายรวมถึงดวงตาอีกด้วย )ไม่มีภาวะไขมันในเลือดสูงและความดันโลหิตสูง กระดูกไม่ลั่นกรอบแกรบ ไม่เคยปวดเข่า ไม่มีภาวะกระดูกพรุน
กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงจากการออกกำลังกาย ความจำดี ความคิดเฉียบคมเหมือนสมัยสาวๆ ระดับพลังงานสม่ำเสมอ อ้อ! บาดแผลหายเร็วมาก เวลาเผลอโดนมีดบาด แผลจะปิดสนิทและหายภายใน 24 ชม.ไม่เคยเจ็บป่วยอะไรเลย เฉียดโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียวคือ ตรวจสุขภาพประจำปีหรือไปเยี่ยมคนป่วยเท่านั้น
ผิวพรรณมีความอิ่มเอิบ นุ่มนวลไม่แห้งกร้าน รุ่นน้องที่ไม่ได้เจอมานาน จะพูดเสียงเดียวกันว่า พี่แป้งไม่เปลี่ยนเลย ยังเหมือนเดิม เราก็ได้แต่ยิ้มเขิน เวลาไปตัดผม ช่างผมจะนึกว่า แป้งอายุ 40 ปีนิดๆ เค้าพูดมาประโยคนึงว่า หน้าตาไม่ถึง 50 ปี น่าจะเป็นคนไม่เครียด อ้าว! รู้ได้จากรอยยิ้มหรือเปล่านะ ปล.แป้งเป็นคนยิ้มเก่ง สดใสร่าเริงมาตั้งแต่เด็กแล้วคะ
แป้งไม่ได้เคร่งครัดอาหารการกินมากนัก อย่างเค้ก+ขนมปังและไอศครีมจะทำเองเพราะเราเลือกวัตถุดิบคุณภาพดี ไม่มีสารเสริมหรือสารกันบูด ก็กินอยู่ตลอด แต่จะกินผักสดที่มีกากใยเยอะหน่อยในวันนั้นเพราะขนมมีส่วนผสมของแป้งขัดขาวและน้ำตาลปริมาณสูง รสชาติอร่อยจริง แต่มีผลต่อลำไส้มหาศาล โดยเฉพาะโปรไบโอติกที่ประจำการในลำไส้ใหญ่ จึงช่วยไม่ได้ที่ระบบขับถ่ายจะแปรปรวน
สัปดาห์ที่แล้วลองหยุดกินวิตามินแค่วันเดียว รู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรงง่าย ซึ่งปกติแป้งจะมีพลังงานค่อนข้างเยอะจากวิตามินที่กินเป็นประจำ เรียกได้ว่า ชีวิตขับเคลื่อนด้วยวิตามินล้วนๆ คนอื่นกินอาหารจากธรรมชาติหรือต้นทาง เมื่อเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร จะแปลงเป็นพลังงานให้ร่างกาย แต่แป้งกินข้าวน้อยแค่วันละครึ่งทัพพี จะเอาอะไรมาเป็นพลังงาน เลยเริ่มกินไก่ปั่นโฮมเมด(เคี้ยวเนื้อไก่วันละ 1-2 ขีดไม่ไหว)เพื่อไม่ให้มวลกล้ามเนื้อหายได้ 2 เดือนแล้วคะ
เนื่องจากแป้งมีงบประมาณจำกัดในการดูแลสุขภาพและผิวพรรณ จึงเลือกเส้นทางสายวิตามิน ไม่ทำหัตถการการในคลีนิกเพราะการทำเลเซอร์หรือนวัตกรรมความงามใดๆ ก็งดงามเพียงใบหน้า แต่ทว่าการกินวิตามินคุณภาพสูง ส่งผลให้เลือดไหลเวียนทั่วร่าง
กาย จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ผลลัพธ์คือ สวยจากภายในเปล่งประกายสู่ภายนอกเลยนะคะ
หมายเหตุ
1.ภาวะกล้ามเนื้อหาย(Muscle Atrophy) คือ การที่มวลกล้ามเนื้อลดลงหรือลีบเล็กลงเนื่องจากร่างกายขาดการใช้งาน หรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายสลายกล้ามเนื้อมาเป็นพลังงาน ส่งผลให้เรี่ยวแรงตก อ่อนเพลียง่าย เวลาร่างกายบาดเจ็บจะฟื้นตัวช้า
2.ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) คือสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง พบมากในผักตระกูลกะหล่ำ โดยเฉพาะต้นอ่อนบรอกโคลี รองลงมาคือ บรอกโคลี กะหล่ำปลี และคะน้า(อย่าลืม!ล้างผักให้สะอาดเพื่อลดสารพิษตกค้าง) มีสรรพคุณช่วยล้างสารพิษในตับ ต้านการอักเสบ และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง
3.ผักตระกูลกะหล่ำ บรอกโคลี จะมีสารซัลโฟราเฟน ช่วยลดเอสโตรเจนส่วนเกินในร่างกายได้ดี ซึ่งเอสโตรเจน(estrogen)ที่มากเกินจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อผิดปกติ เช่น เนื้องอกในมดลูก, โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และหากปล่อยไว้เรื้อรังอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม สาวๆและผุ้หญิงวัยทองต้องไม่ลืมเรื่องเอสโตรเจนส่วนเกินข้อนี้ค่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น