บทความที่ได้รับความนิยม

วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561

ผลข้าเคียงของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุใหม่(A/H1N1/2009)

เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าค่ะ ว่าทำไมหน่วยงานสาธารณสุขถึงได้มีการรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพอนามัย การป้องกัน ควบคุม และรักษาโรคภัยต่างๆให้แก่ประชาชน

ช่วงก่อนหน้านี้จนปัจจุบัน เป็นฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ระบาด คนป่วยล้นทะลักโรงพยาบาล ใครๆก็พากันป่วยเป็นโรคนี้ โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
ดูเหมือนว่าจะเป็นการเจ็บป่วยธรรมดา แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่

ไวรัสไข้หวัดใหญ่หลายสายพันธุ์มีโอกาสทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อถึงแก่ชีวิตได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ นับว่าน่ากลัวกว่าโรคภัยไข้เจ็บอื่นใดที่ปรากฎบนโลกใบนี้ ขนาดที่ว่าป่วยเป็นโรคมะเร็ง โรคเอดส์ ยังมีชีวิตอยู่ได้หลายเดือน

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1 เกิดจากการผสมผสานของไวรัสสายพันธุ์ของคน หมู และนก ไม่เป็นที่ปรากฏว่าเชื้อนี้ได้เริ่มติดในคนเป็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อใด(ส่วนไข้หวัดนกเกิดจากเชื้อไวรัส H5N1 : A/H5N1/2004 เป็นโรคไข้หวัดที่ระบาดในปี 2004)

แต่เมื่อมีการระบาดเกิดขึ้นแล้ว พบว่าเป็นการแพร่กระจายและติดต่อจากคนสู่คน เชื้อนี้มิได้พบในหมูทั่วไป จึงไม่ติดต่อโดยการสัมผัสหรือกินเนื้อหมู

เป็นการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน โดยลักษณะทางคลินิกที่สำคัญคือ มีไข้สูงแบบทันทีทันใด(เกิน 38 องศาเซลเซียส)ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่สำคัญที่สุดโรคหนึ่งในกลุ่มโรคติดเชื้ออุบัติใหม่และโรคติดเชื้ออุบัติซ้ำ เนื่องจากเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก (pandemic) มาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเกือบทุกทวีป ทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตนับล้านคน

สาเหตุ
เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ซึ่งมี 3 ชนิด (type) คือ A, B และ C

ไวรัสชนิด A เป็นชนิดที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างกว้างขวางทั่วโลก ไวรัสชนิด B ทำให้เกิดการระบาดในพื้นที่ระดับภูมิภาค
ส่วนชนิด C มักเป็นการติดเชื้อที่แสดงอาการอย่างอ่อน หรือไม่แสดงอาการ และไม่ทำให้เกิดการระบาด

เชื้อไวรัสชนิด A แบ่งเป็นชนิดย่อย (subtype) ตามความแตกต่างของโปรตีนของไวรัสที่เรียกว่า hemagglutinin (H) และ neuraminidase (N)

ชนิดย่อยของไวรัส A ที่พบว่าเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในคนที่พบในปัจจุบัน ได้แก่ A(H1N1), A(H1N2), A(H3N2), A(H5N1) และ A(H9N2)

ส่วนไวรัสชนิด B ไม่มีแบ่งเป็นชนิดย่อย

ปัจจุบันสามารถพบ hemagglutinin (H) ที่แตกต่างกันถึง 15 ชนิด และ neuraminidase (N) 9 ชนิดของไวรัสชนิด A แต่มีเพียง H1N1 และ H3N2 ที่พบติดเชื้อในคนบ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของแอนติเจนที่เกิดได้บ่อย ทำให้มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ๆเกิดขึ้นต่างสถานที่และต่างระยะเวลา

ดังนั้นจึงต้องมีระบบการเรียกชื่อเพื่อป้องกันความสับสน คณะผู้เชี่ยวชาญได้กำหนดให้เรียกชื่อเชื้อไข้หวัดใหญ่ ตามหลักสากลทั่วโลกดังนี้

ชนิดไวรัส/ชื่อเมืองหรือประเทศที่พบเชื้อ/ลำดับสายพันธุ์ที่พบในปีนั้น/ปี ค.ศ.ที่แยกเชื้อได้/ชนิดย่อยของ H และ N เช่น A/Sydney/5/97(H3N2), A/Victoria/3/75/(H3N2)
เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ติดต่อทางการหายใจ โดยจะได้รับเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศเมื่อผู้ป่วยไอ จาม
ในพื้นที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน โรงงาน โรงหนัง ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ การแพร่เชื้อจะเกิดได้มาก

นอกจากนี้การแพร่เชื้ออาจเกิดโดยการสัมผัสฝอยละออง
น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย (droplet transmission) จากมือที่สัมผัสกับพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ แล้วใช้มือสัมผัสที่จมูกและปาก

ระยะฟักตัว ประมาณ 1-3 วัน

ระยะติดต่อ
ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ 1 วันก่อนมีอาการและจะแพร่เชื้อต่อไปอีก 3-5 วันหลังมีอาการในผู้ใหญ่
ส่วนในเด็กอาจแพร่เชื้อได้นานกว่า 7 วัน ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่แต่ไม่มีอาการ สามารถแพร่เชื้อในช่วงเวลานั้นได้เช่นกัน

อาการและอาการแสดง
อาการจะเริ่มหลังได้รับเชื้อ 1-4 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้แบบทันทีทันใดปวดศีรษะ หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียมาก และอาจพบอาการคัดจมูก เจ็บคอ

ถ้าป่วยเป็นระยะเวลานาน อาจมีอาการไอจากหลอดลมอักเสบ (post viral bronchitis) อาการจะรุนแรงและเจ็บป่วยนานกว่าโรคไข้หวัดธรรมดา (common cold)

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่มีบางรายที่มีอาการรุนแรง เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญคือ ปอดบวม ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้

ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิต ได้แก่

• ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป

• เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี

• ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคไต เบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

• เด็กที่ได้รับการรักษาด้วยยาแอสไพรินเป็นเวลานาน

• หญิงตั้งครรภ์ระยะที่ 2 หรือ 3 ในฤดูกาลที่มีไข้หวัดใหญ่สูง

โอเซลทามิเวียร์(Oseltamivir) เป็น ยาต้านไวรัส (antiviral drug) ที่มีฤทธิ์เป็น นิวรามินิเดส อินฮิบิเตอร์(neuraminidase inhibitor) ใช้รักษาและป้องกัน (prophylaxis) ไข้หวัดใหญ่ (influenza) ชนิดเอ และ บี

โอเซลทามิเวียร์เป็นยาที่ใช้รับประทาน และมีผลยับยั้งเอ็นไซม์ นิวรามินิเดส พัฒนาโดยบริษัท ไกลีด ไซเอนซ์(Gilead Sciences) และทำตลาดโดย ฮอฟฟ์แมน-ลา โรช ในชื่อการค้าว่า ทามิฟลู® (Tamiflu®)

สามารถรักษาโรคไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดใหม่นี้ได้ แต่ควรใช้เท่าที่จำเป็นและภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้นเพราะหากใช้พร่ำเพรื่อเชื้ออาจดื้อยาได้

ส่วนวัคซีนป้องกันยังอยู่ในขั้นตอนการค้นคว้าวิจัย และอาจจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร จึงจะไปถึงขั้นที่จะสามารถนำมาใช้สำหรับประชาชน และในประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการระบาดของโรค ปัจจุบันมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาล
แนะนำให้ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง วัคซีนนี้เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง หรือมีโรคประจำตัวในกลุ่มโรคปอด และโรคหัวใจ

วัคซีนที่มีประจำฤดูกาลนี้ ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ได้ แต่อาจช่วยลดความรุนแรงได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งยังต้องการการศึกษาวิจัยต่อไป

ผลข้างเคียงยาทามิฟลู
คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หายใจขัด ปวดศีรษะ อ่อนล้า ปวดท้อง นอนไม่หลับ และไอ

มีหลายเหตุผลที่ยาโอเซลทามิเวียร์ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป

หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ ผลข้างเคียงของยาอาจทำให้เสียชีวิตได้ เนื่องจากเมื่อ 11 ปีที่แล้ว คนไข้กว่า 400 คนในญี่ปุ่นเกิดความผิดปกติทางจิต หรือมีอาการคล้ายประสาทหลอน หลังจากได้รับยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์

และมีรายงานว่าเด็กอย่างน้อย 5 คน เห็นภาพหลอนจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต องค์การอาหารและยาของสหรัฐบังคับให้บริษัทฮอฟฟ์แมน-ลา โรช ติดคำเตือนผลข้างเคียงที่กล่องยาให้ชัดเจนว่า "อาจทำให้เกิดอาการทางจิตหรือเห็นภาพหลอน"

มีพ่อของเพื่อนอายุ 85 ปี มีประวัติเป็นความดันโลหิตสูง เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1 ได้รับยาทามิฟลู(Tamiflu)ครบโดส จนหายดี ระหว่างที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลมีอาการฝันร้ายละเมอทุกคืน พอกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ปรากฏว่า ยังไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เดินเซอยู่บ่อยๆ นับจากวันที่ป่วย จนถึงทุกวันนี้เป็นเวลาครึ่งปี ร่างกายยังไม่แข็งแรงเหมือนเดิม

เพื่อนรุ่นพี่ อายุ 46 ปี ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1 จากลูกชายวัย 13 ขวบที่เพิ่งหายป่วย ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล รับยาทามิฟลู(Tamiflu)ครบโดส แต่พอมาพักฟื้นที่บ้าน กลับฝันถึงเรื่องร้ายๆเก่าๆในอดีตติดต่อกันหลายอาทิตย์ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว เหนื่อยง่าย ไม่มีแรงแม้กระทั่งทำงานบ้านที่เคยทำเป็นประจำ

ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่(A/H1N1/2009) นับได้ว่า รุนแรงต่อพลังชีวิตไม่น้อย ถึงแม้จะรักษาหายจากโรคไปแล้ว แต่ยังมีผลข้างเคียงที่ยังหลงเหลืออยู่ กระทบกระเทือนต่อการดำรงชีวิตตามปกติ ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน จึงจะหายเป็นปกติดังเดิม แต่ในคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่างกายมีภูมิต้านทาน อาจไม่เป็นดังเช่นเคสตัวอย่างที่แป้งเล่ามาค่ะ



ที่มา
ไข้หวัดใหญ่ - สำนักระบาดวิทยา - กระทรวงสาธารณสุขwww.boe.moph.go.th › fact › Influenza
รู้จัก”ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A H1N1” - Siriraj E-Public Librarywww.si.mahidol.ac.th › e-pl › articledetail
กิน'โอเซลทามิเวียร์'ซี้ซั้วระวังประสาทหลอน ! - คมชัดลึกwww.komchadluek.net › news › crime
โอเซลทามิเวียร์ - วิกิพีเดียhttps://th.wikipedia.org › wiki › โอเซลทา...

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Goutless ชาสมุนไพรที่คนเป็นเกาต์และปวดข้อเข่าจะต้องหลงรัก

แป้งได้รับข้อความขอบคุณจากหลังไมค์ท่านหนึ่ง ซึ่งอ่านบทความในบล็อก’’Goutless ชาลดอาการกำเริบโรคเกาต์อย่างเห็นผลชะงัด’’ ซึ่งพ่อของผู้อ่านท่านนี้ป่วยเป็นโรคเกาต์มาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ จนย่างเข้าวัย 50 ปีเศษ

ก่อนหน้าที่จะมาอ่านเจอบล็อกแป้ง ได้รักษากับแพทย์แผนปัจจุบันมาตลอด กินยาสม่ำเสมอไม่เคยขาด แต่ทว่าโรคเกาต์ไม่มีทีท่าจะบรรเทาเบาบางลง มักเกิดอาการปวดตามข้อต่างๆ โดยเฉพาะนิ้วเท้าจนเดินไม่ได้ บางทีต้องคลานเอา แม้กระทั่งไปเดินห้างหรือที่แห่งไหนก็ตาม ยกเว้นไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาเวลาที่เกาต์กำเริบ

พอได้ดื่มชา Goutless ซองแรกในตอนเช้า
พอตกกลางคืน อาการที่เคยปวดตามข้อเป็นประจำลดลงไป 50% รุ่งเช้าดื่มชา Goutless ซองที่สอง พอบ่ายๆ กลับหายเป็นปลิดทิ้ง
ไม่ทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดอีกต่อไป

สองคนพ่อลูกดีใจอย่างมาก เพราะผู้เป็นพ่อไม่เคยได้ออกจากบ้านมานานแล้ว ตอนนี้ชวนพ่อออกไปกินข้าวนอกบ้านได้อย่างสบายใจ แถมยังแนะนำให้อาที่ป่วยเป็นโรคเกาต์เหมือนกัน ให้ดื่มชา Goutless อีกด้วย

แป้งอ่านข้อความแล้ว ยิ้มแก้มปริเลยค่ะ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ คนเราถึงจะมีเงินมากมายแค่ไหน หากแต่ต้องมาทนทุกข์กับความเจ็บปวดที่ไม่รู้ว่าจะกำเริบเมื่อไหร่ ไม่มีทางมีความสุขได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ

หลายคนอาจคิดว่า Goutless อาจผสมเสตียรอยด์หรือเปล่า
ทำไมความเจ็บปวดถึงได้หายเป็นปลิดทิ้งอย่างรวดเร็ว
ทั้งๆที่กินยารักษาโรคเกาต์ อาการยังไม่ดีขึ้นเทียบเท่าแบบนี้เลย

มีการส่งตัวอย่างชา Goutless ไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า ปราศจากสารสเตียรอยด์ อย่างสิ้นเชิง



ดังนั้นใครที่ดื่มชา Goutless สบายใจได้เลยค่ะ


อีกตัวอย่างหนึ่ง มีย่าทวดอายุ 86 ปีท่านหนึ่ง ปวดหัวเข่าทั้งสองข้างมานานจนลุกไปไหนมาไหนเองไม่ได้ ต้องมีคนช่วยพยุง บางทีเข้าห้องน้ำลุกไม่ไหว ลูกหลานก็พากันอุ้มเข้าห้องน้ำ พ่อแป้งลองเอาชาสมุนไพร Goutless ให้ลองดื่มวันละซอง สองวันต่อมาปรากฏว่า ลุกเดินได้เอง เดินไปโน่นนั่นนี่ได้เหมือนคนปกติ วิตามินที่ผลิตในมาเลเซียมีประสิทธิภาพสูงและเห็นผลชัดเจนจริงๆ ไม่ลองไม่รู้นะคะ


โรคเกาต์มักพบในเพศชายที่มีอายุเกิน 40 ปี ส่วนใหญ่มีประวัติดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากแอลกอฮอล์ไปขัดขวางกระบวนการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย

อีกทั้งแอลกอฮอล์ช่วยเร่งปฏิกิริยาการสร้างกรดยูริก โดยเร่งกระบวนการสลายตัวของสารอะดีโนซีนไตรฟอสเฟต(adenosine triphosphate)ในเซลล์

โปรดทราบไว้ว่า การดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะการดื่มเบียร์
จะมีผลทำให้เกิดอาการข้ออักเสบได้ทันที เพราะเบียร์มีสารกวาโนซีน(guanosine)ซึ่งเปลี่ยนแปรสภาพเป็นกรดยูริกในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

เหล้าเป็นสาเหตุสำคัญทำให้กรดยูริคในเลือดสูง จนเกิดโรคเกาต์ หลังดื่มเหล้าอาจมีอาการปวดบวมที่นิ้วหัวแม่เท้าอย่างรุนแรง  และยังทำให้เลือดเป็นกรด ส่งผลให้กรดยูริคตกตะกอนภายในข้อ จึงกระตุ้นให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง

มีงานวิจัยพบว่า การดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้กล่อง ที่มีน้ำตาลฟรุกโตสหรือน้ำตาลผลไม้เกินวันละหนึ่งแก้วอยู่เป็นประจำส่งผลให้ระดับของกรดยูริคสูงจนกลายเป็นโรคเกาต์ได้

สาเหตุเกิดจากการที่น้ำตาลฟรุคโตสจำนวนมาก ถูกเผาผลาญในร่างกาย ก่อให้เกิดสารที่มีชื่อว่า เอเอ็มพี(AMP) จำนวนมหาศาล
ซึ่งสาร AMP จะถูกร่างกายเปลี่ยนเป็นกรดยูริคในเลือด 

ส่วนเพศหญิงที่เป็นโรคเกาต์ มักจะปรากฏอาการหลังจากเข้าสู่วัยทองเนื่องจากฮอร์โมนเพศหญิงโดยเฉพาะเอสโตรเจนจะควบคุมกรดยูริคในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ เพราะฮอร์โมนเพศหญิงจะเพิ่มการกำจัดกรดยูริคออกทางไต โรคเกาต์จึงพบในผู้ชายมากกว่า นั่นเอง

ระดับของกรดยูริคในเลือดสูง จะบ่งบอกถึงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเกาต์ ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดเสื่อมสภาพนิ่วในไต และไตวาย
อย่าลืม! ว่า ผู้ป่วยโรคไตวายที่ได้รับการฟอกไตในประเทศไทย นอกจากมีสาเหตุจากโรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ยังมีโรคเกาต์เป็นอันดับต้นๆอีกด้วย

ไม่มียารักษาโรคใดๆที่จะลดความเจ็บปวดทรมานจากโรคเกาต์ ไขข้ออักเสบภายใน1-3 วัน ได้ดีเท่ากับสมุนไพรจากมาเลยเซียอีกแล้วค่ะ



ดังนั้นหากเรามีวิตามิน Goutless ยี่ห้อ Mary life ที่สกัดจากสมุนไพร ปลอดภัยต่อร่างกาย ผลิตในมาเลเซีย สามารถลดระดับกรดยูริก และบรรเทาความเจ็บปวดตามข้อโดยเฉพาะข้อนิ้วหัวแม่เท้า ส่งผลให้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป
แป้งว่าดีกว่ากินยาโคลชิซีน(colchicine) หรือ อัลโลพิวรินอล (allopurinol)เยอะเลยค่ะ


ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคุณภาพสูง นำเข้าจากมาเลเซีย เห็นผลชัดเจนและปลอดภัยต่อร่างกายในระยะยาว
มีจำหน่ายเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

สอบถามราคาสินค้าและสั่งซื้อได้ที่
hamercandysiam.lnwshop.com
Tel. 061-7429944
Id line : a0617429944(มีตัว a นำหน้า)

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Krill Oil วิตามินที่ทรงคุณค่าต่อร่างกายจากใต้ท้องทะเลึก

Antarctic Krill(Euphausia superba)เรียกสั้นๆว่า Krill

เป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก

โดยนักวิทยาศาสตร์คาดว่ามีประมาณ 500 ล้านตันที่พบในมหาสมุทรใต้(Southern Ocean)หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ มหาสมุทรแอนตาร์กติก(Antarctic Ocean)ไข่ตัวเมียสามารถวางไข่ได้ถึง 10,000 ฟองต่อครั้ง และสามารถวางไข่ได้หลายครั้งในแต่ละฤดูกาล


Krill ดำรงชีวิตยืดหยุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ ในช่วงฤดูหนาวเมื่ออาหารขาดแคลน จะสามารถหาแหล่งอาหารอื่น ๆ เช่น สาหร่ายที่อยู่ใต้พื้นผิวของน้ำแข็งบนพื้นมหาสมุทร แม้ในช่วงเวลาที่โหดร้าย

krill สามารถอยู่ได้ถึง 200 วันโดยไม่มีอาหาร



Krill Oil(คริลออยล์)เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากสัตว์ทะเลขนาดเล็กกลุ่มเดียวกับกุ้ง อาศัยอยู่แถบมหาสมุทรแอนตาร์กติก ซึ่งเป็นมหาสมุทรที่อยู่ล้อมรอบทวีปแอนตาร์กติกา บางส่วนปกคลุมด้วยทะเลน้ำแข็งตลอดทั้งปีและเกือบทั้งมหาสมุทรในฤดูหนาว


คริลออยล์มีสีแดงที่โดดเด่น ในขณะที่น้ำมันปลามีสีเหลืองหรือสีทอง


Krill Oil มักมีราคาแพงกว่าน้ำมันปลา


Krill Oil และน้ำมันปลา(Fish Oil)เป็นอาหารเสริมที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกัน คือกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้แก่ DHA และEPA แต่ Krill Oil ประกอบด้วยสารประกอบที่โดดเด่นอีกตัวชื่อว่า Astaxanthin(แอสตาแซนธิน) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ


ไขมันโอเมก้า 3 ในน้ำมัน Krill พบได้ในรูปของโมเลกุลที่เรียกว่า phospholipids ซึ่งดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น


ฟอสโฟไลปิด(phospholipids)มีหน้าที่สะสมพลังงานในเซลล์ไขมัน(Fat cell)เป็นส่วนประกอบของเซลล์เมมเบรน(Cell Membrane)ซึ่งทำหน้าที่ให้สารบางชนิดผ่านเข้าไปในเซลล์ได้

พบมากในสมองและเส้นประสาท อีกทั้งทำหน้าที่เป็นสารรับส่งสารเคมีไปยังส่วนต่างๆ(Chemical messenger)


Krill Oil มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง เช่น docosahexaenoic acid(DHA)และ eicosapentaenoic acid(EPA)ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ


การตรวจสอบอย่างหนึ่งจากประเทศนอร์เวย์ โดยรวบรวมผลจากการศึกษา 14 ชิ้น พบว่า DHA และ EPA ที่พบใน Krill Oil สามารถออกฤทธิ์ทางชีวภาพมากกว่าน้ำมันปลา จึงเป็นอาหารเสริมที่นิยมในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดระดับภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 35% ซึ่งประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียในภูมิภาคยุโรปจัดเป็นผู้บริโภครายใหญ่


ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของ Krill Oil ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน

ลมหายใจมีกลิ่น ท้องอืดท้องเฟ้อ


มีประโยชน์อย่างไร

1.ลดการสะสมไขมันในผนังหลอดเลือด ลดการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล(Cholesterol)ลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์(Triglyceride)และไขมันไม่ดี(LDL)

2.ลดอาการอักเสบในร่างกาย โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

3.ดูดซึมได้ดีกว่าน้ำมันปลา(fish oil หรือ Omega-3)เนื่องจากมีโครงสร้างโมเลกุลแบบ phospholipids

4.ปราศจากสารปนเปื้อนด้วยโลหะหนักและปรอท เนื่องจาก krill อาศัยอยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร

5.มีส่วนประกอบของโคลีน(Choline)ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำหรับ acetylcholine ที่ส่งสัญญาณไปยังสมอง จึงช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ระบบประสาทและสมอง

6.Krill มีสารประกอบแอสตาแซนธิน(Astaxanthin) ทำให้มีความเสถียรและมีโอกาสน้อยที่จะเกิดการออกซิไดซ์

7.ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ




แป้งทดลองกิน Krill Oil 1000 mg ต่อวัน ได้ไม่ถึงเดือน น่าจะเกือบ 3 สัปดาห์ ปรากฎว่า น้ำหนักเพิ่มขึ้นฮวบๆ 2 กิโลกรัมแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว กินอะไรก็อร่อยไปหมด เลยไม่ทันได้เปรียบเทียบว่า Krill Oil ดีกว่า Fish Oil อย่างไร เพราะหยุดกินไปโดยปริยาย กลัวว่าน้ำหนักที่เกินมา จะรีดออกยากค่ะ

























ที่มา :

Are Krill Oil Benefits Even Better than Fish Oil Benefits? - Dr. Axehttps://draxe.com › krill-oil-benefits
Krill oil vs fish oil: Which is better and why? - Medical News Todayhttps://www.medicalnewstoday.com › arti...
Krill Oil vs Fish Oil: Which Is Better for You? - Healthlinehttps://www.healthline.com › nutrition
Why Krill Oil Is More Stable than Fish Oil
| Nutritional Outlookwww.nutritionaloutlook.com › omega-3

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

แสบตา ตาพร่ามัวจากละอองสารเคมีหรือภูมิแพ้กันแน่

อาทิตย์ที่แล้วแป้งเพิ่งมีเรี่ยวแรงจากความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากภูมิแพ้กำเริบ ซึ่งกินเวลาราว 5 วันกว่าจะหายเป็นปกติ เริ่มแรกมีอาการเจ็บแสบคอ จากการไอบ่อยครั้ง จึงกิน ester-c 1000 mg ครั้งละ 2 เม็ด หลังอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น แค่วันเดียว ตื่นขึ้นมา อาการเจ็บคอหายเป็นปลิดทิ้ง เหลือเพียงเสมหะในคอ(มารู้ทีหลังว่า เกิดจากกรดไหลย้อน ไม่ใช่อาการภูมิแพ้กำเริบ)

พอผ่านไป 3-4 วัน แป้งยังไม่ค่อยหายดี ยังมีปวดศรีษะบ้าง ระหว่างนั้นแฟนแป้งก็คะยั้นคะยอให้ไปหาหมอเพื่อตรวจวินิจฉัยและรับยารักษาโรค แต่แป้งดื้อดึงไม่ยอมไป เพราะคิดว่าไปพบแพทย์จะได้ยาสารพัดมากินให้อาการเจ็บป่วยทุเลาลงไป บอกตามตรงว่าไม่อยากกินยาเยอะค่ะ จนครบ 5 วัน อาการดีขึ้นตามลำดับ

พอแป้งหายเจ็บป่วยมีเรี่ยวแรง ก็อยากไปเดินหาซื้อของนั่นโน่นนี่ในห้างสรรพสินค้า ถึงเวลาอาหารมื้อกลางวัน จึงเดินเข้าไปในร้านอาหารที่เพิ่งเปิดใหม่ ได้ 7 วัน(ที่ทราบเพราะเดินผ่านร้านนี้ช่วงที่กำลังตกแต่งเป็นประจำ)พอนั่งลงที่โต๊ะอาหาร มองดูผู้คนที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ก่อนแล้ว เอ! ทำไมเรามองหน้าคนพวกนี้ไม่ชัด เบลอๆยังไงไม่รู้ สงสัยสายตาจะยาวแล้วหรือนี่

ในความเป็นจริงแป้งอายุ 44 ปี ควรจะเริ่มสายตายาว ไม่อยากจะใส่แว่นเอาเสียเลย อยากบอกว่า ตัวหนังสือที่เขียนกำกับในสติกเกอร์ไลน์ในโทรศัพทมือถือแต่ละตัวที่บอกว่า สวัสดีค่ะ,ขอบคุณครับ,เสียใจ นั่นโน่นนี่ แป้งอ่านชัดเจนทุกตัว แบบไม่ต้องเพ่งสายตาเลยนะคะ

อีก 2 วันไปรับประทานอาหารที่ร้านเดิมอีกครั้ง มองดูไปรอบๆร้าน มองภาพหน้าคนที่ห่างไป 20 เมตร ไม่ชัดอีกตามเคย โอ้! แม่เจ้า เราต้องกินวิตามิน Ultra Vision ยี่ห้อ Vitality เพิ่มแล้วเหรอนี่ กลับมาถึงบ้าน จัดเต็มวิตามินเกี่ยวกับสายตาใหญ่เลยค่ะ

ล่าสุดคือวันนี้ แป้งไปเดินห้างเดิม แวะหาอะไรรองท้องมื้อกลางวัน แต่เปลี่ยนร้านใหม่ มองดูใบหน้าผู้คนรอบๆร้าน อ้าว! ก็มองเห็นเป็นปกตินี่นา ไม่ตาพร่าเบลอเหมือนร้านที่เปิดใหม่เลยค่ะ

แป้งมานั่งตริตรองดูว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ก็ได้คำตอบว่า แป้งเป็นภูมิแพ้จากกรรมพันธุ์ มักจะกำเริบที่ตาอยู่บ่อยๆแต่พอมากินวิตามินจากอเมริกา อาการที่ว่าหายไป แต่พอเข้าไปในร้านที่เพิ่งทาสีตกแต่งใหม่ ยังคงมีละอองทินเนอร์ลอยตลบวนเวียนค้างในบริเวณร้าน คนที่เป็นภูมิแพ้ทางตา จะมีดวงตาที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ละอองสารเคมี ดังนั้นสายตาจึงพร่าเบลอ มองเห็นไม่ค่อยชัดเจน

นอกเรื่องนิดนึง เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว(ราวเดือนพฤษภาคม พ.ศ2554)แป้งเดินทางไปเที่ยวอังกฤษ-สก๊อตแลนด์ เป็นฤดูใบไม้ผลิพอดี ช่วงเวลาที่นั่งรอเพื่อร่วมทริปแถวพระราชวังบักกิ้งแฮม ขณะที่นั่งมองอะไรต่อมิอะไรอย่างเพลิดเพลิน ตอนนั้นแป้งแหงนหน้ามองท้องฟ้า อ้าว!นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมละอองเกสรดอกไม้ถึงได้พัดพามากับสายลมเต็มท้องฟ้าไปหมด โห!เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็นค่ะ

แบบว่า เรามองเห็นกองทัพเกสรดอกไม้ปลิวว่อนมาพร้อมกับสายลมด้วยตาเปล่า (ฤดูใบไม้ผลิ มีผลทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ละอองเกสรดอกไม้ ต้องทุกข์ทรมาณ เพราะละอองเกสรดอกไม้ที่มีอนุภาคเล็กๆ ปลิวฟุ้งลอยอยู่ในอากาศ หลายคนพากันไอจาม น้ำตาไหลเป็นทิวแถว)

มีพี่ผู้หญิง 2 คนในทริปที่ยืนอยู่ใกล้ๆแป้ง ตาแดงน้ำตาไหลทันที
พอดีแป้งติดน้ำตาเทียมแบบไร้สารกันบูดไปด้วย จึงได้แบ่งให้พี่เค้าหยอดตาบรรเทาอาการชั่วคราว แต่แป้งไม่เป็นไร น่าจะเกิดจากการกินวิตามินซีเมกะโดส ส่งผลให้ภูมิต้านทานจึงสูงขึ้น

ถึงว่าค่ะ แป้งสงสัยมาหลายสิบปีแล้วว่า ทำไมบางทีเดินเข้า shop มือถือที่เพิ่งรีโนเวทใหม่หรือ shop เสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆที่พาเหรดเปิดใหม่ในห้าง ฯลฯ ล่าสุดไปเดินร้านขายเครื่องเขียนที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน แค่ก้าวขาเข้าไปบริเวณร้าน กลิ่นสารเคมีเตะจมูก เดินเข้าไปลึกถึงด้านในร้าน เริ่มแสบตาตามเคย มิน่าล่ะ! ที่ผ่านมาแป้งถึงได้แสบจมูกแสบตาทุกครั้ง เป็นเพราะละอองสารเคมีจากสีทาผนังที่หลงเหลืออยู่ นั่นเอง

ไม่รู้ว่าจะมีใครมีอาการแบบแป้งบ้างหรือเปล่า แต่แป้งเขียน blog ทิ้งเอาไว้ เผื่อใครที่เคยมีอาการแบบเดียวกัน ผ่านมาอ่าน จะได้หายสงสัยเสียทีค่ะ

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561

Skin Whitening วิตามินปรับผิวให้เปล่งประกายผ่องใสทั่วเรือนร่าง

วันเดือนที่เคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่ออนุมูลอิสระที่ก่อร่างสร้างตัวในร่างกาย ยิ่งอายุมากขึ้น ความชราจะฝังรากลึกไปตามวัยที่ล่วงเลย เห็นได้ชัดเจนจากผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่ผ่องใส รอยด่างดำที่เกิดจากสิว กว่าจะหายใช้เวลานานหลายเดือน มิหนำซ้ำบางคนรอยดำกลายเป็นจุดกระถาวร มีกระฝ้าที่เกิดจากแสงแดด ฮอร์โมนหรือสารเคมีในเครื่องสำอาง ล้วนแล้วแต่มีผลต่อความงามบนใบหน้าทั้งสิ้น

เมื่อเวลาผ่านไปไม่ว่าเราจะระมัดระวังแค่ไหน ผิวพรรณก็จะเกิดความเสียหายจากดวงอาทิตย์ หรืออนุมูลอิสระที่ผลิตเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีการย่อยอาหาร ดังนั้นคนที่กินอาหารเยอะๆร่างกายจะมีการผลิตอนุมูลอิสระมากกว่าคนที่กินน้อย เนื่องจากขณะย่อยอาหาร ต้องใช้พลังงานจำนวนมากเพื่อขับเคลื่อนปฏิกิริยาทางเคมี หรือสัมผัสกับมลพิษต่างๆ ควันบุหรี่ รังสีUV และสารเคมีที่ตกค้างมากับยาฆ่าแมลง ฯลฯ

ยุคสมัยปัจจุบันที่รายล้อมไปด้วยมลพิษทุกทาง แทบทุกคนหากมีอายุเกิน 25 ปีขึ้นไป ความเสื่อมในร่างกายจะปรากฎอย่างช้าๆ หรือฉับพลัน เริ่มเหี่ยวย่น แก่เร็ว แม้ว่าเราจะพยายามโบกครีมบำรุงมากเพียงใด แต่ไม่อาจเห็นได้จากสายตาว่า ผิวหน้าดีขึ้น ดังนั้นการเลือกรับประทานวิตามินกลุ่มบำรุงผิวขาวใส จึงเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย ไม่เพียงแต่ผิวหน้าจะแลดูผุดผ่องยองใย แต่ผิวพรรณทั่วสรรพางค์กายยังเปล่งประกาย เมื่อยามต้องแสงแดด จวบจนต้องแสงไฟในทิวาราตรีอีกด้วย

Skin whitening ยี่ห้อ Esmeralde เป็นวิตามินคุณภาพสูงที่ผลิตในอเมริกา มีส่วนประกอบสำคัญ 3 ชนิดดังนี้


1.วิตามินซี(Vitamin C)เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นทุกลมหายใจเข้าออก วิตามินซีไม่เพียงแต่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเท่านั้น แต่ยังทำงานประสานกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น วิตามินอี ซีลีเนียม วิตามินซีช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการทำลายชั้นคอลลาเจน

คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบโครงสร้างของผิว วิตามินซีช่วยเพิ่มความหนาแน่นและช่วยในการผลิตคอลลาเจน ทำให้ผิวดูกระชับและอ่อนเยาว์

วิตามินซีมีคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็งและอาจช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้การศึกษาบางส่วนยังชี้ให้เห็นว่า วิตามินซีป้องกันการเกิดต้อกระจกและเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก

วิตามินซีสามารถเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กเพื่อช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน American Journal of Clinical Nutrition พบว่าการรับประทานวิตามินซีกับอาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น ตับ เลือด เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ไข่แดง ฯลฯ สามารถเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กได้ถึง 67%

ผลไม้และผัก(โดยเฉพาะส้มและมันฝรั่ง)เป็นแหล่งธรรมชาติที่ยอดเยี่ยมของวิตามินซี

2.ไนอาซิน(Niacin)เป็นหนึ่งในตระกูลวิตามินบี มีคุณสมบัติต่อต้านริ้วรอย เพิ่มความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื่นของผิวได้ยาวนาน โดยไม่สูญเสียไปตามกาลเวลา ไม่เพียงแต่แลดูผิวชุ่มชื้นเท่านั้น แต่ยังดูมีสุขภาพดีอีกด้วย

ผิวพรรณที่แห้งไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความบอบบาง แพ้ง่าย ผื่นคันและตามมาด้วยเหี่ยวย่น ยังอาจนำไปสู่ปัญหาต่อไปเพราะเกิดรอยปริแตกแยกระหว่างชั้นผิว นอกจากคุณสมบัติคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว ไนอาซินยังช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายลง

ไนอาซินช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ดี(lipoproteins ความหนาแน่นสูงหรือ HDL) และลดระดับไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันในเลือดซึ่งจะส่งผลต่อการนับจำนวนคอเลสเตอรอล) รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงและอัตราความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือด ความแข็งของผนังหลอดเลือดแดงที่นำไปสู่อาการหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองไนอาซินยังมีบทบาทสำคัญในการแปลงอาหารให้เป็นพลังงาน

3.SOD( Superoxide Dismutase )สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มเปอร์ออกไซด์( peroxide )ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีการซ้อนของโมเลกุลออกซิเจนมากเป็น 2 เท่าของสารอนุมูลอิสระทั่วไป ส่งผลให้สารต้านอนุมูลอิสระทั่วไป เช่น A,C,E ไม่สามารถกำจัดอนุมูลอิสระจำพวกนี้ได้

ร่างกายจึงสร้างสารต้านอนุมูลอิสระชนิดพิเศษขึ้นมาเรียกว่า ‘’SOD ‘’ จัดว่าเอนไซม์ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้อย่างทรงพลังที่สุดลำดับต้นๆโดยเฉพาะกับเนื้อเยื่อผิวหนัง ช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงและลดอัตราการถูกทำลายของเซลล์ต่างๆ

เอสโอดีช่วยให้ร่างกายใช้แร่ธาตุที่สำคัญ เช่น สังกะสี ทองแดง แมงกานีส ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากแร่ธาตุเหล่านี้มีไม่เพียงพอ เอนไซม์ก็ไม่อาจทำงานได้ เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะผลิตเอนไซม์เอสโอดีน้อยลงเรื่อยๆ การรับประทานเอสโอดีเสริม นับเป็นอีกทางเลือกที่อาจช่วยลดริ้วรอย(พบในหนูทดลอง)และชะลอกระบวนการชราได้

มีประโยชน์อย่างไร

1.ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สว่างใสขึ้น

2.ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

3.ย้อนเวลาให้ผิว

4.ลดการอักเสบทั่วร่างกาย

5.เพิ่มพลังงาน ทำให้ไม่เหนื่อยง่าย

6.ช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

7.ช่วยให้บาดแผลหายได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะรอยสิว รอยดำและรอยแดง เนื่องจาก วิตามินซี วิตามินบีและเอสโอดี ทำให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเอง โดยการไปเสริมสร้างผนังเซลล์ มีผลให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง


8.อาจช่วยป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจาก วิตามินซีสามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น แสงแดด คนที่ขับรถในเวลากลางวันที่แสงแดดจ้า จะมีผลต่อดวงตา ดังนั้นควรสวมแว่นตาเพื่อพรางแสงแดดที่มากระทบเลนส์ตาโดยตรง

10.สามารถเพิ่มระดับการสารต้านอนุมูลอิสระในเลือด 30% เมื่อบริโภคเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

11.ชะลอกระบวนการชรา

หมายเหตุ
* ไม่ควรรับประทานวิตามินในขณะท้องว่างและไม่ควรรับประทานพร้อมเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิสูง เพื่อป้องกันการเสียดท้อง

* ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อน

แป้งกินวิตามิน Skin Whitening ยี่ห้อ Esmeralde ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น เป็นเวลา 2 เดือน พบว่า ผลลัพธ์น่าพึงพอใจมาก หน้าตาและผิวพรรณผ่องใส ผิวหน้าเปล่งปลั่งแลดูสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรงกระฉับกระเฉง ที่สำคัญ รอยคล้ำใต้ตาจางหายไปภายใน 3 เดือน(รอยคล้ำใต้ตาที่เกิดจากภูมิแพ้กำเริบจากร่างกายพักผ่อนน้อย ตอนแรกไม่อยากเชื่อว่า แป้งจะตาคล้ำ แต่พอแฟนทักเท่านั้นแหละ อืม! เราคล้ายหมีแพนด้าจริงๆด้วย แต่ไม่อยากกินวิตามินเคเพื่อช่วยรอยคล้ำใต้ตา จึงลองกินวิตามิน Skin Whitening )

แบบว่ารู้งี้กินตั้งนานแล้ว ไม่อยากบอกว่า แพลนไว้ถ้าตายังไม่หายคล้ำ คงต้องไปทำเลเซอร์ลดรอยคล้ำใต้ตาล่ะค่ะ

รอยคล้ำใต้ตาเป็นเรื่องปกติของคนที่เป็นภูมิแพ้ ประกอบกับอายุที่มากขึ้น ไม่ว่าจะโบกคอนซีลเลอร์มากมายเพียงใด หาได้กลบรอยคล้ำที่แสดงชัดเจนภายใต้ผิวหนังรอบดวงตาที่บอบบางเหลือเกิน

ดังนั้นวิตามิน Skin Whitening ยี่ห้อ Esmeralde จึงตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะปัญหาผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส คืนความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เมื่อร่างกายแข็งแรง ความเจ็บป่วยจึงผ่านเลยไป คงเหลือไว้แต่ความเยาว์วัย



ที่มา

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561

Hamer Candy Ginseng Coffee


Hamer candy, made in Malaysia, is a unique coffee candy mixed with desert ginseng. It is currently the top selling product in the healthcare and sexual enhancement category in Malaysia. Hamer candy is developed by SINO-USA in co-operation with the Medical Center, University of Alabama, USA. It has proven to be able to improve sexual performance without adverse effect to our body.


Intensive testing on Hamer candy ingredients from Malaysian Toxicology laboratory revealed that no derivatives of Viagra were detected. Hence, it can increase strength and prolong the duration when doing exercise. Moreover, Hamer candy also contain Korean ginseng that can keeps you away from aging.


The key ingredients in Hamer candy are as follows.


1.Cynomorium Songaricum (Ginseng Desert)

Ginseng Desert can enhance the kidneys function and prevent insufficient blood flow that might lead to body system malfunction. It can preserve homeostasis, improve sperm quality and enhance sexual performance.


2. Ginseng Extract (Korean Ginseng)

Ginseng of high quality grade that help stimulates the immune system in the body and increase the performance of the cardiac muscle. Its properties also contributed to fatigue relief, creation of body energy resulting in more resistant to exercise and oxygen can be transported throughout the body more efficiently.


3.Hydrolysed Protein

It contains digested protein, a small molecules of peptides that the body can then absorbs and utilizes.


4.Enzyme

Hamer candy helps in the production of enzymes. It helps the breakdown and accelerate the removal of toxins from the body. Improves the synthesis of various cells, prevents cell damages and slowdown aging process.


5. Pomegranate Polyphenol (Pomegranate Extract)

Pomegranate is antioxidants-rich including polyphenolic compounds, anthocyanin, ellagic acid, and ellagitannin. These compounds have biological advantages in preventing cells from cancer, triggering apoptosis, protect cells from oxidative damages, prevent the spread of cancer cells particularly prostate cancer cells.




Hamer Candy Thailand









More information including Price list plus ordering detail can be found at 
hamercandysiam.lnwshop.com
tel. 0617429944

id line ; 0617429944

wechat ; hamercandy0617429944

วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เครื่องดื่มชูกำลัง(Energy Drink)เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะและความดันโลหิตสูง

 มีงานวิจัยพบว่า เครื่องดื่มชูกำลัง(Energy Drink)เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะและความดันโลหิตสูง นักวิจัยคาดว่า อาจเป็นผลจากคาเฟอีนและน้ำตาลที่สูงมาก

ข้อความข้างบนเป็นความจริงอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
แป้งเคยวัดความดันโลหิตของลูกค้าที่มารับการตรวจสุขภาพก่อนทำประกัน ซึ่งทุนประกันไม่ต้องตรวจเลือด จึงไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร เพียงแต่ต้องตรวจสุขภาพโดยแพทย์

ส่วนใหญ่พบว่า ลูกค้าที่มีประวัติความดันโลหิตสูง หากดื่มกาแฟมาก่อนตรวจสุขภาพ ความดันโลหิตจะพุ่งสูง แม้จะให้นั่งพักเป็นเวลาครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ความดันโลหิตจะไม่ลดลง จะสูงลอยอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งวัน

วันเสาร์ที่ผ่านมา แป้งมีโอกาสนั่งแท็กซี่ขากลับจากไปเดินห้างเดอะมอลล์ รามคำแหง
พอดีรถติดมากๆ เลยชวนคุณลุงคุยเรื่องนั่นโน่นนี่ อยู่ดีๆคุณลุงเล่าว่า แกมีโรคประจำตัวคือ ความดันโลหิตสูง
วันก่อนกินมะม่วงอกร่องสุก รสชาติหวานมาก อีกชั่วโมงต่อมา
รู้สึกหัวใจเต้นแรง วัดความดันโลหิตพุ่งปรี๊ด แกบอกตอนสายๆแวะซื้อลิโพมากินขวดหนึ่ง ช่วงเที่ยงตามด้วยมะม่วงอีก งานเลยเข้า
แกบอกว่า เจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก เกือบไม่รอดแน่ะ

พอดีแป้งต้องลงจากรถ เลยไม่ได้ถามไถ่ต่อว่า ไปหาหมอที่ไหนหรืออะไรยังไง

นอกเรื่องนิดนึง ส่วนแป้งเองสังเกตว่า ช่วงเวลาที่พักผ่อนน้อย ร่างกายอ่อนแอ แล้วดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชาเขียว น้ำอัดลม เพียงไม่กี่อึดใจ จะรู้สึกเวียนศีรษะ หัวใจเต้นเป็นจังหวะแร็พทุกครั้ง ทั้งๆที่ดื่มเป๊บซี่ไปนิดเดียว แค่ไม่ถึงครึ่งแก้วด้วยซ้ำ 

โดยปกติเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้มข้นมาก ๆ เราจะรู้สึกได้เลยว่า เกิดอาการใจสั่น ใจเต้นเร็วผิดปกติ นั่นก็เพราะคาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นประสาท โดยจะออกฤทธิ์กระตุ้นสมองส่วนกลาง ดังนั้นร่างกายแต่ละคนไวต่อสิ่งกระตุ้นไม่เท่ากันจริงๆค่ะ

การศึกษาเมื่อเร็วๆนี้เปรียบเทียบเครื่องดื่มให้พลังงานกับกาแฟ
ซึ่งมีปริมาณคาเฟอีนเท่ากัน แต่เครื่องดื่มชูกำลังเพียงอย่างเดียว ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงและความผิดปกติของการเต้นของหัวใจ

เครื่องดื่มให้พลังงานเหล่านี้มีสารกระตุ้นอื่นๆ เช่น taurine,guarana,l-carnitine ปกติจะไม่เป็นอันตรายเมื่อใช้เดี่ยวๆ แต่เมื่ออยู่รวมกัน อาจส่งผลเสียต่อระบบประสาทและเกิดปัญหาสุขภาพตามมา

เครื่องดื่มชูกำลัง(Energy Drink)อุดมไปด้วยน้ำตาลและคาเฟอีนปริมาณสูง จึงไม่ควรให้เด็กเล็กดื่มเครื่องดื่มจำพวกนี้
แม้กระทั่งผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง ควรระมัดระวังด้วยเช่นกัน

ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง เช่น กาแฟ น้ำอัดลม ตามด้วยเครื่องดื่มชูกำลัง((Energy Drink)เช่น ลิโพ, M-100,กระทิงแดง,คาราบาวแดง ฯลฯ มิเช่นนั้น อาจทำให้เกิดหัวใจวายกระทันหัน(ที่มีสาเหตุจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ)ไม่ทันได้สั่งเสียลูกหลานนะคะ









ที่มา
Can energy drinks make your heart beat abnormally? - Ask Dr Nandihttps://askdrnandi.com › Blog
Can Energy Drinks Make Your Heart Beat Abnormally? – Health ...https://health.clevelandclinic.org › energ...

ทำไมการโหมออกกำลังกายมากเกินไป จึงเร่งความชราให้เร็วขึ้น

ผลการศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ ได้ยืนยันแล้วว่า ผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่าจะมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพดีกว่า แต่นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยยูแวสกูแล...

บทความยอดนิยม