เวทเทรนนิ่ง (Weight Training) คือการออกกำลังกายโดยใช้แรงต้านจากน้ำหนักตัว (Bodyweight)หรืออุปกรณ์เพื่อสร้างความแข็งแรงและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เช่น สควอท(squat),วิดพื้น(push-up)แพลงค์(plank) ดัมเบล(Dumbbell Curl) บาร์เบล หรือยางยืดออกกำลังกาย
การเล่นเวท( resistance training )ช่วยเพิ่มปริมาณ testosterone ในร่างกาย ในขณะที่ผมบางหรือหัวล้านชนิด AGA เกิดจาก testosterone เป็นตัวหลัก
Androgenetic Alopecia (AGA) หรือที่เรียกว่า ภาวะผมบางจากพันธุกรรม หรือศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ คือ ภาวะที่เส้นผมค่อย ๆ บางลงและหลุดร่วงอย่างต่อเนื่อง จนอาจเกิดเป็นศีรษะล้าน ซึ่งเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมและฮอร์โมนเพศชาย
สาเหตุและกลไก
1.ฮอร์โมน DHT ร่างกายจะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ให้กลายเป็นสาร DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งมีฤทธิ์รุนแรง ทำให้รากผมหดตัว อายุของเส้นผมสั้นลง เส้นผมมีขนาดเล็กและหลุดร่วงเร็วกว่าปกติจนรากผมฝ่อ
2.พันธุกรรม มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ทำให้เซลล์รากผมในบางบริเวณมีความไวต่อฮอร์โมน DHT มากเป็นพิเศษ
งานวิจัยเกี่ยวกับฮอร์โมนระบุว่า ระดับเทสโทสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นจากการยกเหล็กจะพุ่งขึ้นสูงสุดในช่วง 15-60 นาทีหลังออกกำลังกาย และจะกลับคืนสู่ระดับปกติ (baseline) ภายในไม่กี่ชั่วโมง ไม่ได้เปลี่ยนให้ร่างกายมีระดับเทสโทสเตอโรนที่ไหลเวียนในกระแสเลือดสูงตลอด 24 ชั่วโมง
การที่รากผมจะได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนจนเกิดการฝ่อตัว (follicular miniaturization) นั้นจำเป็นต้องเจอฮอร์โมนในระดับที่สูงอย่างต่อเนื่องและยาวนาน (chronic exposure) ไม่ใช่แค่การพุ่งขึ้นวันละ 1 ชั่วโมงหลังออกกำลังกาย
อันที่จริง เทสโทสเตอโรนไม่ใช่ตัวการที่ทำร้ายรากผมโดยตรง แต่ตัวสำคัญคือ เอนไซม์ 5-alpha reductase (5-AR) ซึ่งร่างกายจะมีเอนไซม์ชนิดนี้โดยเฉพาะ type II อยู่ที่บริเวณรากผมและต่อมลูกหมาก ทำหน้าที่เปลี่ยน testosterone ให้เป็นฮอร์โมนที่ออกฤทธิ์แรงกว่าคือ dihydrotestosterone (DHT)
ความไวของตัวรับ (androgen receptor sensitivity) เป็นปัจจัยสำคัญมากที่กำหนดว่าจะหัวล้านหรือไม่ สรุปคือ ไม่ใช่ปริมาณเทสโทสเตอโรนในเลือด แต่เป็นยีน (genetics) ที่กำหนดความไวของตัวรับฮอร์โมนที่รากผม
หากไม่มียีนผมร่วง (ไม่มีความไวต่อ DHT) ต่อให้มีเทสโทสเตอโรนสูงทะลุปรอท ก็ไม่มีเหตุการณ์‘‘หนังศีรษะจ๋า ผมลาก่อน’‘ยังไงผมก็จะไม่ร่วง ในทางกลับกันหากมียีนผมร่วง แม้ระดับฮอร์โมนเพศชายจะอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือค่อนข้างต่ำ (low-normal) รากผมก็จะค่อยๆ ฝ่อตัวและร่วงอยู่ดีเพราะตัวรับฮอร์โมนมันไวต่อ DHT ที่มีอยู่แม้เพียงเล็กน้อย มันถึงชื่อ androgenetic alopecia
สรุปความว่า การเพิ่มขึ้นของ DHT จากการยกเหล็ก ซึ่งเกิดตามหลังการเพิ่มของเทสโทสเตอโรนชั่วคราว มีระยะเวลาที่สั้นเกินกว่าจะสร้างความเสียหายเพิ่มเติมให้กับวงจรชีวิตของเส้นผม (hair cycle) ได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน หากมียีนผมร่วง ผมก็จะร่วงตามพันธุกรรมอยู่แล้ว การยกน้ำหนักไม่ได้ไปเร่งให้หัวล้านเร็วขึ้นกว่าที่ธรรมชาติกำหนดไว้
ทำไมเรามักเห็นนักกล้ามตัวใหญ่ๆ หัวล้าน?
ปัจจัยไม่ได้เกิดจากการยกเหล็ก แต่ต้องยอมรับว่าในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน คนที่อยากกล้ามใหญ่บางคนมักใช้สารกระตุ้นประเภท anabolic-androgenic steroids ร่วมด้วย วงการกีฬามักรู้จักกันดีว่า หากอยากปั้นกล้าม หุ่นล่ำภายใน 1-3 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาของรอบการใช้ยา (Cycle) ต้องปักฮอร์โมนสังเคราะห์ตัวนี้ มิน่า!! หลายครั้งเห็นเหล่าศิลปินหนุ่มไม่ว่าไทยและเทศ
โชว์กล้ามล่ำบึ้ก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ยังรูปร่างปกติอยู่เลย
การฉีดหรือกินฮอร์โมนสังเคราะห์ ทำให้ระดับเทสโทสเตอโรนหรืออนุพันธ์ของ DHT สูงกว่าระดับธรรมชาติตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี สภาวะฮอร์โมนล้นเกินอย่างต่อเนื่องนี้เอง ที่ไปเร่งกระบวนการฝ่อตัวของรากผมในคนที่มีพันธุกรรม AGA ให้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว แต่ที่สำคัญคือ ต้องมียีนผมร่วงอยู่แล้วตามที่ได้กล่าวมา
ถ้าใครชอบดูมวยปล้ำ คงจำได้ว่า สมัยก่อนมีนักมวยปล้ำตัวใหญ่ชื่อ Hulk Hogan และ Paul Orndorff (Mr. Wonderful) ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า สองคนนี้ใช้ anabolic steroid เหมือนกันและมีอายุไล่เลี่ยกัน Hogan หัวล้านตั้งแต่หนุ่มๆ ส่วน Orndorff ยังผมดกมากเพราะมันอยู่ที่ยีน
อีกอย่างนึงที่คนชอบโทษกันว่าเป็นสาเหตุหัวล้านคือ whey protein และ creatine อาหารเสริมพื้นฐานเหล่านี้ไม่ได้ทำลายเส้นผม มีงานวิจัยเก่าเพียงชิ้นเดียวในปี 2009 ที่อ้างว่า creatine อาจเพิ่ม DHT ได้เล็กน้อย ซึ่งปัจจุบันวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์การกีฬาถือว่าข้อมูลนี้ไม่เพียงพอ และไม่มีนัยสำคัญทางคลินิกที่จะทำให้ผมร่วง
ดังนั้นขอให้เล่นเวทกันต่อไปได้อย่างสบายใจ ขออย่างเดียวคือ
อย่าเป็น Overtraining ไม่งั้นจะเกิดปัญหาตามมา
หมายเหตุ
อนาบอลิกสเตียรอยด์ ( Anabolic AndrogeniSteroids(AAS)
คือ ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนสังเคราะห์ (Synthetic Testosterone) ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้มีฤทธิ์ในการเสริมสร้างเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ (Anabolic) รวมถึงคงลักษณะความเป็นเพศชาย (Androgenic)
สารกลุ่มนี้มักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดโดยนักกีฬาหรือผู้ที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อและพละกำลังอย่างรวดเร็ว ซึ่งการใช้ในปริมาณมากหรือไม่มีการควบคุมดูแลจากแพทย์ อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง ดังนี้
1.เพศชาย ลูกอัณฑะฝ่อ อสุจิน้อยลง มีภาวะมีบุตรยาก และมีหน้าอกโตขึ้น
2.เพศหญิง เสียงทุ้มถาวร ขนดกขึ้น และประจำเดือนมาไม่ปกติ
ผลกระทบระยะยาวคือ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ตับทำงานผิดปกติ และส่งผลต่ออารมณ์รวมถึงสุขภาพจิตกลายเป็นซึมเศร้า
Overtraining(การฝึกซ้อมหรือออกกำลังกายมากเกินไป)คือ ภาวะที่ร่างกายสะสมความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกายหนักหรือถี่เกินกว่าที่ร่างกายจะซ่อมแซมและฟื้นตัวได้ทัน
ที่มา :
เฟซบุ๊ก ดร.นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
Overtraining Syndrome ออกกำลังหนักเกินไปไม่ดีแน่ | โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
Anabolic Steroids: What They Are, Uses, Side Effects & RisksCleveland Clinichttps my.clevelandclinic. org › 5521-anabolic-steroids
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น