บทความที่ได้รับความนิยม

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สารต้านอนุมูลอิสระมีความสำคัญแค่ไหนกับร่างกาย ตอนที่1


ทุกลมหายใจเข้าออก ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้น ร่างกายมนุษย์ใช้สารต้านอนุมูลอิสระที่แตกต่างกันในการควบคุมอนุมูลอิสระ
จำแนกเป็น 2 ชนิดคือ
1.สารต้านอนุมูลอิสระภายใน ( ผลิตได้เองในร่างกาย )
2.สารต้านอนุมูลอิสระภายนอก ( จากการบริโภคอาหารและแหล่งอื่นๆ )
ซึ่งอนุมูลอิสระเหล่านี้เป็นโมเลกุลที่สามารถทำลายเซลล์โดยไม่อาจควบคุมได้ ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าใด สารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างโดยธรรมชาติเพื่อควบคุมโมเลกุลที่พร้อมทำลายล้าง ยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ เมื่ออนุมูลอิสระสะสมในร่างกาย ร่างกายของเราจะเสื่อมสภาพลง ความชราจะมาเยือนเร็วขึ้น ส่งผลให้เสี่ยงต่อทุกอย่าง ตั้งแต่จุดด่างดำ ริ้วรอยไปจนถึงโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรงที่ไม่อาจรักษาได้

ประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระ

1.ชะลอกระบวนการชรา
2.ลดระดับ cholesterol
3.ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว
4.ช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคเส้นโลหิตในสมองตีบ
5.ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งทุกชนิด
6.ช่วยชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ( ความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ ) 
7.ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกต่างๆ
8.ช่วยให้ร่างกายขับสารพิษที่อาจก่อมะเร็ง
9.ปกป้องดวงตาจากโรคจอประสาทตาเสื่อมซึ่งเป็นสาเหตุของการตาบอดในผู้สูงอายุ
10.ช่วยป้องกันโรคปอดเรื้อรังต่างๆเช่น โรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง
11.เป็นเกราะป้องกันมลพิษจากสิ่งแวดล้อม
12.ย้อนอายุผิวและความเยาว์วัยได้ 5-10 ปี

ในโลกของวิตามิน มีวิตามินหลายชนิดที่จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระพื้นฐาน สารต้านอนุมูลอิสระชั้นสูงและสุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ไม่มีใครหยุดยั้งความชราได้ นอกจากชะลอวัยให้
ช้าลงโดย

1.เลือกกินอาหารที่อุดมไปด้วยผักและผลไม้สด 
2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเป็นยาอายุวัฒนะแต่ต้องมีขีดจำกัด การออกกำลังกายที่มากเกินไปในระยะยาว สามารถเร่งการเกิดริ้วรอยได้เช่นกัน เนื่องจากร่างกายอยู่ภายใต้ความกดดันขณะออกกำลังกาย คอร์ติซอล ( ฮอร์โมนแห่งความเครียด ) ถูกปล่อยออกมาเมื่อมีระดับความเครียดสูงในร่างกาย ภาควิชาสรีรวิทยา มหาวิทยาลัยวาเลนเซีย ระบุว่า การออกกำลังกายอย่างหนักทำให้เกิดการผลิตของอนุมูลอิสระจากเซลล์และอนุมูลอิสระเหล่านี้ก่อให้เกิดความเสียหายระดับเซลล์ 
3.พักผ่อนให้เป็นเวลา อย่านอนดึก ส่งผลให้ระดับภูมิต้านต่ำ ความเจ็บไข้ได้ป่วยจะมาเยือนได้ง่ายมาก
4.ไม่เคร่งเครียดจนเกินไป ระดับความเครียดที่เพิ่มขึ้นจะสวนทางกับระดับสารต้านอนุมูลที่ลดลง นานวันเข้าภาวะความเครียดสูงจะนำไปสู่ความเหนื่อยล้า เจ็บป่วย เสื่อมสมรรถภาพ ภาวะซึมเศร้า นอนไม่หลับ สูญเสียความทรงจำ รวมถึงริ้วรอยก่อนวัยอันสมควร 
5.มองโลกในแง่ดี สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตที่ช่วยเพิ่มระดับภูมิต้านทานในร่างกายได้เป็นอย่างดีรวมถึงเลือกกินวิตามินที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ ซึ่งจะกล่าวถึงใน blog หน้าค่ะ








ที่มา ; Vitamin bible

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วิตามินแต่ละรูปแบบแตกต่างกันอย่างไร


วิตามินที่เรากลืนกินทุกวันนี้ มีหลากหลายรูปแบบเหลือเกิน เลือกแทบไม่ถูกเพราะไม่รู้ข้อมูลที่ถูกต้องว่า วิตามินรูปแบบไหนดีกว่ากัน เยอะแยะไปหมด บางคนถึงกับงงเลยทีเดียว แป้งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการคัดสรรและเลือกเฟ้นวิตามินในรูปแบบต่างๆได้ดียิ่งขึ้น
รูปแบบวิตามินทั้งหมดมีดังนี้

1.เม็ดอัด ( tablet ) ประกอบด้วยส่วนของสารออกฤทธิ์,สารเพิ่มปริมาณ,สารหล่อลื่น เพื่อให้แตกตัวในระบบทางเดินอาหาร เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยและสะดวกที่สุด ง่ายต่อการพกพา สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานกว่าแบบผงหรือแบบน้ำ

2.แคปเลต ( caplet ) เป็นเม็ดเคลือบที่มีรูปร่างเหมือนแคปซูล มีการเคลือบด้านนอกอีก 1-3 ชั้นเพื่อให้แตกตัวในลำไส้เล็ก โดยที่จะไม่แตกตัวในกระเพาะอาหารซึ่งมีความเป็นกรดสูง ตัวอย่างเช่น ยาแก้ปวด-ลดไข้ ชื่อ ไทลินอล ที่มีรูปทรงยาวรี สีขาว นั่นแหละเรียกว่า caplet ค่ะ

3.แคปซูล ( capsules ) แคปซูลมีลักษณะเหมือนเป็นภาชนะ ที่บรรจุวิตามินอยู่ภายในและเป็นภาชนะที่รับประทานได้เพราะผลิตจากคอลลาเจนของผิวหนังหรือกระดูกสัตว์เรียกว่าเจลาติน ( Gelatin ) แคปซูลแบ่งเป็น 3 ชนิดคือ

3.1 แคปซูลแข็ง ( Hard Gelatin Capsules ) จะผลิตแคปซูลออกมาก่อนมี 2 ส่วนคือตัวแคปซูลและฝาปิดเมื่อบรรจุวิตามินแล้วก็จะนำตัวและฝามาเชื่อมต่อกัน เช่น ALA, grape seed pycnogenol ฯลฯ ควรเก็บให้พ้นแสง ในที่เย็นและแห้งเพื่อป้องกันการออกซิเดชั่น ( โมเลกุลของออกซิเจนที่ไม่เสถียร เรียกว่าอนุมูลอิสระ เช่น เหล็กเมื่อทิ้งไว้นานๆจะเป็นสนิม นั่นเอง )

3.2 แคปซูลนิ่ม ( Soft Gelatin Capsules ) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า soft gel แคปซูลประเภทนี้จะผลิตเปลือกแคปซูลและบรรจุยาไปพร้อมกันเลย แคปซูลที่ได้มีลักษณะเป็นเฮอร์มาติกซีล ( Hermatic Sealed ) ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือ เป็นสูญญากาศ น้ำและอากาศผ่านไม่ได้ ซอฟต์เจล ( soft gel ) เป็นแคปซูลเจลาตินแบบนุ่มซึ่งทำให้หลายคนรู้สึกกลืนง่ายกว่าแคปซูลปกติ ต้องผ่านกระบวนการในระบบย่อยอาหาร จึงออกฤทธิ์ได้ช้ากว่าแบบน้ำหรือแบบผง แต่มีราคาสูงกว่าแบบเม็ดหรือแคปซูลแข็งเนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในกระบวนการผลิตเพื่อให้ดูดซึมสารอาหารได้ดีในลำไส้เล็กอีกทั้งทนทานต่อสภาพอากาศและความชื้นได้ดี ตัวอย่างแคปซูลประเภทนี้ได้แก่ lyc-o-mato ,Q10 วิตามิน เอ ดี อี เค ฯลฯ 
3.3 แคปซูลมังสวิรัตน์ ( veggie capsules ) ปราศจากส่วนประกอบที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แป้ง น้ำตาลและสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ทำมาจากเซลลูโลสและเส้นใยอาหารจากพืชซึ่งมีความทนทานต่อปัญหาการติดเชื้อราและแบคทีเรีย สามารถเก็บในห้องที่มีอุณหภูมิสูงได้ โดยไม่ละลายหรือเกาะติดกัน ไม่มีผลกระทบจากอากาศเย็นและแห้ง ซึ่งส่งผลให้แคปซูลแบบเจลาตินเปราะ มีราคาแพงกว่าแคปซูลปกติมาก จึงส่งผลให้วิตามินที่ผลิตจากแคปซูลชนิดนี้มีราคาสูงกว่าแบบอื่น

4.แบบผง ( powder ) จะมีส่วนผสมของสารออกฤทธิ์เพียงอย่างเดียว ไร้สิ่งอื่นใดเจือปนและมีปริมาณของวิตามินสูงกว่าทุกแบบ เช่น 1 ชช.ของวิตามินซีหลายยี่ห้อ มีปริมาณวิตามินซีถึง 4000 มิลลิกรัม รวมถึงข้อได้เปรียบของการปราศจากสารปรุงแต่ง ตัวนำยาหรือสารอื่นๆที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ได้ มีข้อเสียคือ โดนอากาศและความชื้นง่ายที่สุด จะต้องรีบรับประทานต่อเนื่องให้หมดโดยเร็ว มิฉะนั้นผงจะเกาะกันเป็นก้อน แต่ถ้าบรรจุในขวดแก้ว จะเก็บรักษาคุณภาพวิตามินได้นานขึ้นกว่าขวดบรรจุพลาสติก

5.แบบของเหลว ( liquid ) ใช้สำหรับชงผสมกับเครื่องดื่มต่างๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถกลืนเม็ดแคปซูลหรือเม็ดยาได้ มีข้อดีคือ มีความเข้มข้นสูง ใช้เพียงไม่กี่หยด ปริมาณวิตามินที่ได้รับจะมากกว่าแบบเม็ดหลายเท่าตัวแต่วิตามินส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็นลักษณะนี้มากนัก

6.สเปรย์ในปาก ( mouth spray ) ส่งผ่านสารอาหารความเข้มข้นต่ำเข้าสู่ช่องปากส่วนกระพุ้งแก้มโดยตรง สารอาหารจะไม่ผ่านระบบย่อยอาหารและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางเยื่อบุภายในเวลาประมาณ 15 นาที

7.เม็ดอมใต้ลิ้น ( sublingual ) เป็นแบบเม็ดละลายใต้ลิ้น เนื่องจากบริเวณใต้ลิ้นมีหลอดเลือดฝอยเล็กๆมากมาย เมื่อยาละลายจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ยาจึงออกฤทธิ์ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้น 

8.แผ่นปิดและแบบฝังใต้ผิวหนัง จะให้สารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง การปลดปล่อยตัวยาในรูปแบบนี้จะทำให้มีระดับยาในเลือดคงที่สม่ำเสมอมากกว่าการรับประทานยาทางปาก

เข้าใจตรงกันนะคะ

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ประกาศจาก Jabushe shop

เนื่องด้วยร้านจาบูชิ  ( Jabushe )จำหน่ายเครื่องสำอางนำเข้าจากสวีเดน ยี่ห้อ Jabushe และเครื่องสำอางนำเข้าจากไต้หวันยี่ห้อ zoe' ได้ทำการย้ายร้านเนื่องจากหมดสัญญาเช่ากับเดอะมอลล์ ในวันที่ 27 . 58

Tel.081-845-3461 ( กรุณาสอบถามเส้นทางเพื่อความสะดวกของลูกค้าค่ะ )

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

MSM ''แร่ธาตุแห่งความงดงาม'' ปรับผิวให้สว่างกระจ่างใส


MSM อาจชื่อไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตาสาวกวิตามินเท่าไหร่นัก แต่ในต่างประเทศเรียกได้ว่า เป็นที่นิยมเลยค่ะ

MSM ย่อมาจาก methyl-sulfonyl-methane เป็นกำมะถันที่พบตามธรรมชาติในความหลากหลายของผลไม้และผักที่มีความสดใหม่ อาหารทะเล นมวัว เนื้อสัตว์แต่มักถูกทำลายด้วยการแปรรูปอาหารเช่น ความร้อน 
กำมะถันเป็นส่วนประกอบทางโภชนาการธรรมชาติและจำเป็นอย่างยิ่งในร่างกายมนุษย์ พบได้ในทุกเซลล์ของมนุษย์ มีโครงสร้างและหน้าที่สำคัญเกี่ยวข้องถึง 150 สารรวมถึงฮอร์โมน,enzyme,antibody,สารต้านอนุมูลอิสระ พบจำนวนมากในกล้ามเนื้อ ผิวหนัง ผม เล็บ ระดับที่เพียงพอของกำมะถันในของร่างกายจะส่งเสริมให้ผิวกระจ่างใสและผมสลวยสวยงาม ดังนั้นกำมะถันจึงมีอีกชื่อว่า "แร่ธาตุความงาม" 

อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยพบว่าคนส่วนใหญ่ขาดกำมะถันตามอายุที่เพิ่มขึ้น กำมะถันในร่างกาย
มนุษย์จะเป็นรูปแบบเกลือซัลเฟตถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้วข้าม blood brain barrier ( ความสามารถในการซึมผ่านเส้นเลือดฝอยขนาดจิ๋วในสมอง ) ละลายน้ำได้ ไม่มีผลกระทบในระยะยาวในมนุษย์กำมะถันเป็นวัตถุดิบที่สำคัญของโปรตีน เนื้อเยื่อเกี่ยวพันโดยเฉพาะคอลลาเจนและเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกอ่อน

ในระดับโมเลกุล กำมะถันมีความเกี่ยวเนื่องกับความยืดหยุ่นระหว่างเซลล์ ส่งผลโดยตรงกับการเกิดริ้วรอย ประมาณครึ่งหนึ่งของกำมะถันในร่างกายจะสะสมในกล้ามเนื้อ ผิวหนังและกระดูก เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเคราติน ( ส่วนประกอบของโปรตีนที่พบในผิวหนัง ผม เล็บ ) 
ส่วนใหญ่ผู้คนจะรู้จัก MSM เกี่ยวข้องกับกระดูกและข้อ เช่น ลดอาการปวดข้อต่อต่างๆ บรรเทาไขข้ออักเสบ ในความเป็นจริง MSM มีดีกว่าที่เราคิดมากมาย มาดูกันเลยค่ะ

มีประโยชน์อย่างไร
1.บำรุงผมให้สลวย มีน้ำหนัก เงางามเล็บแข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย
2.บรรเทาอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ไขข้ออักเสบ ปวดตามข้อต่างๆได้ดี
3.ลดการอักเสบทั่วร่างกาย
4.ขจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ดีและช่วยให้ตับทำลายสารพิษอย่างรวดเร็ว
5.เพิ่มระดับภูมิต้านทาน
6.ลดการเกิดแผลเป็นต่างๆ
7.ปรับผิวพรรณให้สว่างสดใส
8.ลดอาการภูมิแพ้
9.ลดสิวในวัยผู้ใหญ่
10.บรรเทาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน
11.ลดการสร้างเม็ดสีในผิวหนังและเพิ่มกลูต้าไทโอนภายในเซลล์
12.ซ่อมแซมผิวที่เสียหายจากแสงแดด มลพิษต่างๆ
13.ช่วยรักษาความสมดุลของความเป็นกรด-ด่างในร่างกาย
14.เป็นองค์ประกอบสำคัญของอินซูลินซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต 
15.เพิ่มพละกำลังให้ร่างกาย ทนต่อความเครียดและความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวันได้ดี

MSM ที่ดีมีคุณภาพสูง ต้องมีความบริสุทธิ์ 99.9 % หากผลิตในประเทศจีนจะผ่านการตกตะกอน ส่งผลให้มีคุณภาพไม่ค่อยดี แต่ถ้าผลิตในอเมริกา จะมีกรรมวิธีการกลั่น ส่งผลให้ MSM มีคุณภาพสูงขึ้น

แป้งเลือกกิน MSM ยี่ห้อ Jarrow formulas 1000 mg ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น เพื่อหวังผลในการลดอาการปวดข้อเท้าและบำรุงผมที่เสียจากการทำสีให้นุ่มสลวยแต่สิ่งที่ได้มาเหนือความคาดหมายคือ ผิวเรียบเนียน หน้าเด้งทาแป้งติดหน้าดีมากซึ่งจะพบไม่ได้ในคนที่มีผิวมันเป็นทุนเดิม ในชีวิตของสาวผิวมันอย่างแป้ง ใบหน้าเรียบเนียน หน้าใสเด้งก็ช่วงทำเลเซอร์เท่านั้น แต่ทุกวันนี้แปลกใจสุดๆแถมมีพลังที่เพิ่มขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย หน้าตาผ่องใส รอยแผลจางลงเร็วซะด้วย ดีเลิศประเสริฐศรีอย่างนี้ จัดไปค่ะ

ในต่างประเทศ นิยมใช้รักษาฝ้าโดยมีสูตรดังนี้.... เอ!! ว่าแต่ว่าเรามาทำความรู้จักคำว่า " ฝ้า " ให้ลึกซึ้งกันก่อนดีกว่า วันนี้พอแค่นี้ก่อน พบกันอีกที ตอนหน้านะคะ






             

ที่มา ;
1.www.Iamperfecthealthy.com/MSM.Htm.
2.www.detoxtrading.com/msm.powder.htm
3.skinreverse.com/msm4.www.webmd.com/.../ingredientmono-
522-msm%20

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ชะเอมเทศ ( licorice ) สุดยอดสมุนไพรบรรเทาอาการไอ แผลในปากและรักษากรดไหลย้อน


                  เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายคนเรามักเสื่อมโทรมจากวัยที่มากขึ้นประกอบกับความเครียดและมลพิษรอบตัวเยอะไปหมด การกินวิตามินช่วยได้ระดับหนึ่งดีกว่าจะปล่อยให้ร่างกายทรุดโทรมตามกาลเวลา บางโรคเช่น กรดไหลย้อน กระเพาะอาหารอักเสบ แผลในปาก มักจะสร้างความทุกข์ทรมานแก่ผู้ป่วยไม่น้อย การกินยาแผนปัจจุบันเพื่อช่วยบรรเทาเบาบางลงได้ แต่ไม่หายขาดเลยทีเดียว หากมีสมุนไพรที่มีสรรพคุณเลิศเลอทดแทนยาได้ จะดีมั๊ยน๊า ลองมาทำความรู้จักวิตามินตัวนี้ดูนะคะ
                  ชะเอมเทศ ( licorice ) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า glycyrrhiza glabra มีประวัติศาสตร์อันยาวนานทางยาในยุโรป ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในสมัยกรีกโบราณรวมถึงประเทศจีนและอียิปต์ รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ บรรเทาอาการไอและโรคระบบทางเดินหายใจส่วนต้น
คำว่า "ชะเอม" มาจากภาษากรีกโบราณหมายถึง รากหวาน
                  ชะเอมมีรสชาติค่อนข้างหวาน มีถิ่นกำเนิดในยุโรปตอนใต้และบางส่วนของเอเชีย มีรสหวาน 30-50 เท่าของน้ำตาล 

                  ชะเอมเติบโตได้ดีที่สุดในบริเวณหุบเขาลึก เนื้อดินดี แสงอาทิตย์สาดส่องตลอดเวลา มีการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง
                  ประเทศที่ผลิตชะเอมคือ อิหร่าน อัฟกานิสถาน จีน ปากีสถาน อิรัก อาเซอร์ไบจัน อุเบกิสถาน เติร์กเมนิสถานและตุรกี

                  มีประโยชน์อย่างไร
1.บรรเทาและรักษาโรคกรดไหลย้อนโดยที่ไม่ต้องกินยาแผนปัจจุบัน
2.ป้องกันและบรรเทาแผลในปากหรือร้อนในได้อย่างชะงัด สาเหตุของ"ร้อนใน" ไม่ทราบชัดเจน แต่ปัจจัยที่มักจะก่อให้เกิด ความเครียด เหนื่อยล้า การนอนดึก การกัดโดน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การมีประจำเดือน การแพ้อาหาร ปกติจะไม่มียาชนิดใดที่ช่วยลดอาการแผลในปากเว้นแต่จะเป็นยาป้ายปากซึ่งมีผสมยาชา ทำให้ลดอาการเจ็บปวดได้บ้าง แผลในปากมักหายไปได้เอง 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้ากินสารสกัดจากชะเอมเป็นประจำ เตรียมโบกมือบ๊ายบายแผลร้อนในได้เลย
3.บรรเทาอาการหอบหืด
4.รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ชะเอมเทศไม่ได้ลดกรดในกระเพาะอาหารเลยทีเดียวแต่จะช่วยลดความเสียหายต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารด้วยการกระตุ้นให้เยื่อบุทางเดินอาหารป้องกันตัวเองจากกรดในกระเพาะอาหารได้ดีมากโดยที่เราไม่ต้องกินยาลดกรดหรือยาเคลือบกระเพาะอาหารแม้แต่เม็ดเดียวเลย
5.ช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์เยื่อบุทางเดินอาหารและเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีในระบบทางเดินอาหาร สามารถลดความเสียหายที่เกิดจากกรดในกระเพาะอาหาร จากการศึกษาในไอร์แลนด์ พบว่า สารสกัดจากชะเอมดีกว่ายาเคลือบกระเพาะ ชื่อ Tagamet สำหรับผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบเสียอีก
6.บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โดยจะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน CD4 มีหน้าที่ส่งเสริมภูมิคุ้มกันและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อโรคและ CD8 มีหน้าที่ทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม อีกทั้งยับยั้งการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันเมื่อหมดความจำเป็นแล้วเพราะอาจเกิดความเสียหายต่อร่างกายจากการทำงานที่มากเกินไปของภูมิคุ้มกันในพื้นที่หลอดลม
7.บรรเทาอาการจุกเสียด อาหารไม่ย่อย
8.ส่งเสริมภูมิคุ้มกันโดยส่งเสริมระดับของ interferon ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดเชื้อก่อโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อไวรัส ร่างกายมนุษย์สร้างขึ้นสำหรับเอาไว้ต่อสู้กับการติดเชื้อที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย
9.ลดโอกาสการติดเชื้อจากแบคทีเรียหรือไวรัส
10.ต้านโรคภูมิแพ้ชนิดต่างๆเช่น เยื่อบุตาอักเสบ โพรงจมูกอักเสบ
11.ในต่างประเทศ นิยมใช้ร่วมกับโสมชนิดต่างๆเพื่อปรับปรุงการทำงานของต่อมหมวกไต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ได้รับสเตีรอยด์เป็นเวลานาน สเตียรอยด์มีแนวโน้มกดการทำงานของต่อมหมวกไต ( ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนที่สำคัญควบคุมการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียด )
12.มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกันกับ phytoestrogen ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
13.ปรับร่างกายให้ทนต่อสภาวะเครียดได้ดี
14.บรรเทาความรุนแรงอาการเจ็บคอ ลดการผลิตเสมหะในหลอดลม
15.ลดอาการไอและบรรเทาอาการไอเรื้อรัง
16.เพิ่มพลังงานให้กับร่างกายโดยเฉพาะผู้เป็นโรคต่อมหมวกไตล้า ซึ่งมักจะมีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ไม่ว่าจะนอนพอหรือไม่ก็ตาม

หมายเหตุ ; อาจก่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง บวมน้ำ ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคหัวใจ ไตและความดันโลหิตสูง

                    เนื่องจากแป้งเป็นคนอีสานโดยกำเนิด มักจะชอบกินอาหารรสเผ็ดจัดจ้าน พริกไม่ต่ำกว่า 10-15 เม็ด มาตลอด เพิ่งจะรู้สึกตัวว่า พักหลังกินส้มตำเผ็ดๆหรืออาหารรสจัด มักมีอาการแสบท้องแสบไส้พอควร น่าจะเป็นเพราะกระเพาะอาหารทนต่อความเผ็ดได้ลดลง ไม่อยากกินยาเคลือบกระเพาะ เลยลองกิน licorice ( DGL ) 500 mg ยี่ห้อ nature's plus แค่ไม่กี่สัปดาห์ พบว่า อาการปวดแสบร้อนดีขึ้นทันตาเห็น รู้สึกราวกับว่า มีพลังวังชาเพิ่มขึ้น ทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า แถมภูมิต้านทานก็สูงขึ้นมหาศาลเทียบจากอากาศหนาวเย็น คนอื่นๆจะเป็นไข้หวัด ภูมิแพ้กำเริบ แต่แป้งกลับไม่เป็นอะไรกับใครเค้าเลย ชอบที่สุดก็ตรงนี้แหละ ของเค้าดีจริงๆ


หาซื้อได้ที่ www.vitaminvillage.weloveshopping.com
tel.061-742-9944
line ; 0617429944








ที่มา ;
en.wikipedia.org/wiki/licrice
www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/natural 1881.htm
umm.edu/health/medical/altmed/herb/licorice
www.herbwisdom.com/herb-licorice-root.html
www.healthline.com>drug A-Z
health.howstuffworks.com>....> Herbal Remedies.


วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เหนื่อยนัก ควรหาเวลาพักเสียบ้าง

 
เคยบ้างมั๊ย เวลาที่เรานั่งรถนานๆหลายชั่วโมง พอถึงที่หมายปลายทางจะอ่อนเพลียสุดๆ แต่ความเหนื่อยอ่อนล้ามักไม่เกิดในกรณีที่เราไปท่องเที่ยว เหตุเพราะจิตใจเรามัวแต่ตื่นเต้น แปลกหูแปลกตาที่ไปพบเจอสถานที่ใหม่ๆ แตกต่างจากบ้านและที่ทำงานเดิมๆ คนเราควรหาโอกาสและเวลาว่างไปพักผ่อนในที่สงบเงียบ อากาศบริสุทธิ์ หายใจได้เต็มปอด เป็นการชาร์ตพลังให้เติมเต็มเพื่อต่อสู้กับระดับความเครียดที่มีในร่างกาย หากมีเวลาไม่มากนัก การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ขยับแข้งขาให้ออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ เลือดสูบฉีดเต็มพิกัด ความสดชื่นกลับคืนมาเห็นๆ หากใครไม่มีเวลาพอที่จะออกกำลังกาย ลองปรับจิตใจให้มองโลกในแง่ดี รู้จักให้อภัยคนอื่น ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าความสงบภายในจิตใจ รู้จักปล่อยวาง ดำรงชีวิตอยู่ในความพอดี แค่นี้ก็เป็นสุขมากแล้วค่ะ

รู้หรือไม่ว่า ในเครื่องยนต์ของรถยนต์จะสามารถปั๊มออกซิเจนจากอากาศภายนอกมีค่า 20.94% หรือ 21% แต่ต้องอยู่ในสภาวะที่สตาร์ทเครื่องยนต์ไว้ตลอดเวลานะคะ

ปกติออกซิเจนที่อยู่ในชั้นบรรยากาศทั่วไปจะประกอบด้วย ก๊าซอื่นๆ เช่น ไนโตรเจน คาร์บอนไดออกไซด์ แต่ต้องมีปริมาณออกซิเจนไม่น้อยกว่า 21% และไม่ควรอยู่ในสถานที่ออกซิเจน ต่ำกว่า 19%

ร่างกายของมนุษย์จะมีปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลง เมื่อปริมาณออกซิเจนในอากาศที่เปลี่ยนไป เช่น

หากในอากาศมีออกซิเจนต่ำกว่า 17% จะเริ่มรู้สึกหัวใจเต้นแรง หายใจเร็วถี่ขึ้น

หากในอากาศมีออกซิเจนต่ำกว่า 15% จะเริ่มเวียนศีรษะ ตาพร่า

หากในอากาศมีออกซิเจนต่ำกว่า 6-10% สามารถทำให้หมดสติได้

หากในอากาศมีออกซิเจนต่ำกว่า 6% จะทำให้หายใจกระตุกและเกิดภาวะหัวใจวาย

กรณีที่ทำให้ปริมาณอากาศมีออกซิเจนต่ำลงเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ มักเป็นสถานที่อากาศถ่ายเทไม่ได้ คับแคบ ลึก หรือ มีก๊าซเข้ามาแทนที่ออกซิเจน เช่น
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนที่เหลือหลังจากระเบิดจุดชนวนและเครื่องยนต์ดีเซล ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษต่อร่างกาย เมื่อสูดดมอย่างรวดเร็วจะจับฮีโมโกลบินในเลือด จะลดความสามารถในเลือดที่จะนำออกซิเจนไปทั่วร่างกาย

ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์เป็นก๊าซพิษอย่างมากต่อร่างกายมนุษย์ ถูกผลิตขึ้นจากการระเบิดของวัตถุระเบิดและพบในไอเสียเครื่องยนต์ดีเซล มันเป็นก๊าซไม่ติดไฟที่หนักกว่าอากาศ


เพิ่งจะค้นพบว่า ตนเองเป็นพาหะของธาลัสซีเมีย โรคนี้จะเกี่ยวข้องกับการลดความสามารถของฮีโมโกลบินที่จะนำออกซิเจนไปใช้ทั่วร่างกาย มีผลทำให้อ่อนเพลียเหนื่อยง่าย กว่าคนทั่วไป มิน่าล่ะ !! เวลาที่เข้าไปห้องลองเสื้อในห้างสรรพสินค้าทีไร แป้งจะรู้สึกเวียนหัว อึดอัดพิกล หรือช่วงเวลาที่ไปยืนเบียดเสียดยัดเป็นปลากระป๋องในรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยเฉพาะช่วงนาทีทองของคนเลิกงาน ต่างคนต่างรีบร้อน แค่เพียง 3-4 สถานี แป้งจะเวียนหัวแทบยืนไม่อยู่เลยค่ะ เป็นเพราะในรถไฟฟ้ามีออกซิเจนต่ำกว่า 19% นี่เอง ( เมื่อมีคนจำนวนมากรวมกันอยู่ที่คับแคบและในช่วงเวลาเดียวกัน ย่อมต้องแย่งอากาศกันหายใจเป็นเรื่องปกติ )

 นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับแป้งเมื่อ 4-5 ปีก่อน แต่ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้วนะคะ สามารถลองเสื้อในห้องลองเสื้อที่เล็ก แคบได้สบาย ไม่มีอาการเวียนหัวแต่อย่างใด ทั้งๆที่วัยได้สูงขึ้น เหตุผลเดียวคือ วิตามินชะลอวัยที่แป้งได้กินสม่ำเสมอมาเกือบ 2 ปี เพิ่มภูมิต้านทานและเพิ่มพลังชีวิตได้จริงๆด้วย ยิ่งออกกำลังกายเป็นประจำ กินผักผลไม้สด ไม่นอนดึก มองโลกในแง่ดีด้วยแล้ว ชีวิตนี้แฮปปี้สุดๆ

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วิตามินเพิ่มพละกำลัง ต่อต้านความชรา ย้อนเวลาแห่งชีวิต


                  คนเราเวลาอายุมากรวมถึงหน้าที่การงานสูงขึ้น มักมีภาระและความรับผิดชอบมากดุจเงาตามตัว เป็นความท้าทายของชีวิตเหลือเกิน การกินอาหารที่มีประโยชน์และการออกกำลังกายไม่เพียงพออีกต่อไป แป้งจะต้องหาตัวช่วยเพิ่มอีกซะแล้ว เมียงมองไปมา เอ!! กินวิตามินอะไรเพิ่มดีน๊า เพราะงานยุ่งวุ่นวายรังแต่จะเพิ่มความกดดัน,ความเครียดถาโถมไม่รู้ตัว กลัวว่าวันหนึ่งทำแต่งานเงยหน้าขึ้นมา อ้าว!! ทำไมแก่ชราเช่นนี้ ไม่ได้การละ ต้องจัดวิตามินเพิ่มพละกำลังให้ร่างกายและสมองอีกสักตัว คงจะดีไม่น้อย

                  ฮอร์โมนคอร์ติซอล ( cortisol ) หรือเรียกว่า ฮอร์โมนแห่งความเครียด ระดับคอร์ติซอลที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อทุกระบบทางสรีรวิทยาในร่างกายรวมถึงต่อมไทรอยด์และต่อมหมวกไต มันสามารถทำให้เรามีความสุขและหงุดหงิด นำไปสู่ความเมื่อยล้า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น สูญเสียมวลกระดูก โรคเบาหวาน โรคไต เวลาที่เรามีความเครียด ความดันโลหิตจะสูงขึ้นและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะทำงานลดลง จะส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ นั่นเอง

                  ผลข้างเคียงของฮอร์โมน cortisol ที่สูงขึ้นเรื้อรัง อาจนำไปสู่
1.ความวิตกกังวล
2.SLE
3.มะเร็ง
4.ความเมื่อยล้าเรื้อรัง
5.ไข้หวัด
6.ความไม่สมดุลของฮอร์โมน
7.ลำไส้แปรปรวน
8.ไทรอยด์
9.น้ำหนักลด

                  Adaptogen เป็นสมุนไพรปรับสมดุลของร่างกาย เพิ่มความสามารถในการปรับตัวรับมือกับความเครียดรวมถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรวมถึงรักษาเสถียรภาพในกระบวนการสรีรวิทยา เป็นที่นิยมมากในเอเชีย ปีค.ศ 1940 นักวิทยาศาสตร์ตะวันตกได้เริ่มศึกษาความเป็นมาของสมุนไพรเหล่านี้ ซึ่งชาวเอเชียบริโภคโสมเป็นพันๆปีเป็นยาชูกำลังแม้กระทั่งชาวพื้นเมืองอเมริกันยังบริโภคโสมสายพันธุ์อเมริกาเลยนะคะ

                  มีส่วนผสมชั้นเลิศ ดังนี้
1.Rhodiola rosea ( โสมทิเบต ) เป็น adaptogen ที่เปี่ยมศักยภาพในการระงับการผลิต cortisol ( ฮอร์โมนแห่งความเครียด ) และเพิ่มระดับโปรตีนที่ต่อสู้กับความเครียด บำรุงหัวใจและตับ เพิ่มขีดความสามารถในการใช้ออกซิเจนและเพิ่มหน่วยความจำ มีบางงานวิจัยพิสูจน์ได้ว่า มีผลในการลดน้ำหนักอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา มีประโยชน์อย่างมากในการรับมือกับความกดดันในสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต
2.Eleutherococus senticosus ( โสมไซเบีย ) เป็น adaptogen ที่นิยมมากไม่แพ้โสมเกาหลีและจีน มีคุณสมบัติเพิ่มความทนในการทำงาน ลดความเหนื่อยล้า ต่อต้านการอักเสบ เพิ่มภูมิคุ้มกัน
3.schnisandra chinensis ( อู่เว่ยจื่อ ) เป็น adaptogen ที่ช่วยปกป้องตับ เพิ่มระดับภูมิคุ้มกัน ฟื้นฟูสภาพร่างกายทุกระบบ

                  มีประโยชน์อย่างไร
1.ลดระดับความเครียดและปรับสภาพอารมณ์ให้แจ่มใส
2.ลดภาวะซึมเศร้า
3.เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเพิ่มความทนในการออกกำลัง
กาย
4.เพิ่มระดับการจดจำของสมองให้จดจำได้ดียิ่งขึ้น
5.เพิ่มภูมิต้านทานให้สูงขึ้น
6.ปรับสมดุลต่อมหมวกไต
7.เพิ่มพลังงานแก่ร่างกายถึงขีดสุด
8.เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
9.ชะลอความชราจากความสมดุลของต่อมหมวกไต หากเราต้องการอ่อนวัยและมีสุขภาพดี จะต้องมีระดับฮอร์โมน cortisol ที่สมดุล
10.ช่วยขจัดสารพิษจากกระบวนการเผาผลาญอาหาร
11.ลดการอักเสบทั่วร่างกายจากภูมิต้านทานที่สูงขึ้น

หมายเหตุ ; ระมัดระวังในผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง

                  แป้งเลือกกิน adapt 232 1750 mg ยี่ห้อ herbal adaptogen formulas ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า วิตามินตัวนี้ผลิตในสวีเดน ประเทศที่มีสินค้าเกรดพรีเมี่ยมระดับโลกหลากหลายอย่าง หากมาจากสวีเดนแล้ว การันตีคุณภาพได้เลยค่ะ ที่สำคัญเค้าเป็นผู้นำระดับ world class มีงานวิจัยรองรับกว่า 35 ปีผ่านการทดลองทางคลีนิกมากมาย เป็นที่เชื่อถือในระดับสากล
แค่เพียงเม็ดเดียวต่อวัน แป้งรู้สึกได้ถึงพละกำลังมาจากไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าชีวิตนี้ออกแรงเท่าไหร่ก็ไม่เหนื่อย ไม่เครียด แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีขึ้น ฮ้า !! เราแข็งแรงกว่าตอนอายุ 25 ปีเสียอีก ขอบคุณสวีเดนที่ผลิตวิตามินระดับ world class มาให้พวกเรากินนะคะ

ที่มา ;
1.http://en.wikipedia.org/wiki/adaptogen
2.www.wisegeek.org/what-is-an-adaptogen.htm
3.www.draxe.com/7-adaptogen-herbs-to-lower-cortis
4.www.dragonherbs.com>signature line

ความลับของฟิลเลอร์ ep.1

กรดไฮยารูโลนิก (Hyaluronic Acid) หรือ HA เป็นส่วนผสมที่พบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หากเป็นอาหารเสริมหรือครีมบำรุงผิว จะอยู่ในรูป sodium hyaluronate...

บทความยอดนิยม