บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เคล็ดลับการหุงข้าวกล้องให้นุ่มถึงขีดสุดแถมเก็บไว้ได้นาน ไม่บูดง่ายอีกด้วย

ตามปกติข้าวกล้องทั่วไป จะค่อนข้างแข็งเนื่องจากเมล็ดข้าวไม่โดนขัดสีเปลือกออกไปเยอะ จึงต้องแช่น้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง จึงค่อยหุง แต่การที่แช่ข้าวกล้องทิ้งไว้ วิตามินต่างๆจะสูญสลายได้ง่าย
 

 แป้งทำกับข้าวกินเองประจำ จึงต้องหุงข้าวเอง เคยคิดว่า ถ้าเราเอาน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำที่จะหุงข้าวเหมือนการหุงข้าวญี่ปุ่นที่เค้าทำซูชิได้เปล่านะ เลยลองทำดูค่ะ

 
เมื่อก่อนที่จะหุงข้าวกล้องให้นุ่มน่ารับประทาน เวลาเคี้ยวไม่บาดเหงือก ต้องแช่น้ำไว้อย่างน้อย 2-3 ชม. โน่นแน่ะ คิดเองว่า ถ้าแช่ข้าวสารไว้ในน้ำนานๆ ข้าวที่หุงสุกจะมีความนุ่มขึ้น แต่ตอนนี้ไม่ต้องเสียเวลาแช่น้ำทิ้งไว้แล้วนะคะ 

 
เคล็ดลับการหุงข้าวกล้องชนิดต่างๆรวมถึงข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ 

1.ล้างข้าวสารด้วยน้ำเปล่าอย่างน้อย 2-3 ครั้งเพื่อขจัดฝุ่นผงอะอองต่างๆที่ติดมาระหว่างสีข้าวให้สะอาด

 2.เทน้ำให้ท่วมข้าวสาร แล้วใช้นิ้วชี้จุ่มลงไปบนข้าวเพื่อวัดระดับน้ำ ให้อยู่ประมาณหนึ่งข้อนิ้วครึ่ง  

3.จากนั้นเทน้ำส้มสายชูกลั่น 5% ลงไป 2 ช้อนโต๊ะ คนให้ทั่ว ( แป้งใส่น้ำหมักจากแอปเปิ้ล ซึ่งหมักเก็บไว้ใช้เองค่ะ ) ไม่ต้องกังวลว่า ข้าวจะมีรสเปรี้ยวเหมือนเราปรุงก๋วยเตี๋ยวอะไรเทือกนั้นนะคะ เพราะน้ำส้มสายชูปริมาณน้อยนิดมากเมื่อเทียบกับข้าวสารที่หุงในหม้อค่ะ 

4.เสียบปลั๊กหม้อหุงข้าว รอข้าวสุก ประมาณครึ่งชั่วโมง หลังข้าวสุกแล้ว ทิ้งให้ระอุ 15 นาที เราจะได้รับประทานข้าวกล้องที่เหนียวนุ่มมากๆจากความเป็นกรดของน้ำส้มสายชู

 5.สามารถยืดอายุข้าวที่หุงสุก โดยไม่นำเข้าตู้เย็นได้นาน 2-3 วันแล้วแต่สภาพอากาศว่าจะร้อนนรกขนาดไหน  

6.แป้งเคยเก็บข้าวที่หุงสุกในตู้เย็นนานถึง 2-3 สัปดาห์ โดยที่ข้าวไม่บูด ไม่ขึ้นรา เป็นเพราะในข้าวมีน้ำตาลบวกกับความเป็นกรดของน้ำส้มสายชู ถือเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ป้องกันไม่ให้ข้าวบูดเสียง่ายค่ะ


 หมายเหตุ :  
1.โดยปกติ ข้าวกล้องหอมมะลิหรือข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ เวลาหุงโดยที่ไม่ผสมน้ำส้มสายชู เวลาใกล้สุกจะมีกลิ่นหอมข้าวมากๆ แต่หากใส่น้ำส้มสายชูลงไป กลิ่นที่เคยหอมข้าว จะกลายเป็นกลิ่นน้ำส้มสายชูนิดๆแทน แต่บางคนอาจจะไม่ได้กลิ่น เพราะมันเจือจางมาก 

 2.ข้าวกล้องหรือข้าวทุกชนิด หากเปิดถุงแล้ว ให้มัดปากถุงให้สนิท เก็บไว้ในตู้เย็นได้นานแรมปี โดยไม่มีมอดมารังควานเลยค่ะ

 3.ด้านในหม้อหุงข้าวทุกยี่ห้อ จะมีขีดระดับปริมาตรของข้าวและจำนวนถ้วยตวง ( แถมมากับหม้อหุงข้าว ) หม้อหุงข้าวของแป้งจะมีขนาด 1.1 ลิตร ใส่ข้าวสารได้เต็มพิกัด 6 ถ้วยตวง แต่เราไม่ควรตวงข้าวทั้งหมด 6 ถ้วยตวงในการหุงต่อครั้งเพราะข้าวที่ร้อนระอุนั้น มีแรงดันพลังไอน้ำ มันจะพุ่งออกมาตามรูบริเวณฝาปิดหม้อหุงข้าว ยิ่งหุงข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ ไอน้ำจะเป็นสีม่วงดำ งานเราก็จะงอก ต้องมาเช็ดทำความสะอาดหม้อหุงข้าวอีกค่ะ 

แป้งจะหุงแค่ข้าวครั้งละ 5 ถ้วยตวงเท่านั้น พอสุกได้ที่ เปิดฝาดู ข้าวจะพองเต็มหม้อพอดีค่ะ

วิตามินบี12 ( methylcobalamin ) มีความสำคัญอย่างไรกับระบบประสาทและสมอง


มนุษย์เราเมื่อถึงวัยหนุ่มสาว ร่างกายแข็งแรง ไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพอะไรมากมายนัก ในความเป็นจริง ร่างกายมนุษย์แต่ละคน มีพันเอนไซม์ช่วยขับสามล้านปฏิกิริยาทางเคมีทุกวินาที ระบบย่อยอาหารเหล่านี้เสมือนฟันเฟืองเล็กๆในร่างกาย ที่ช่วยให้คนมีสุขภาพดี มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคและการอักเสบหลากหลาย

 แต่เมื่ออายุมากขึ้น ประกอบกับความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ รวมถึงระบบย่อยอาหารทำงานลดลง วิตามินตามธรรมชาติที่เคยมี กลับไม่มีการสร้างขึ้นตามปกติ จึงเป็นที่มาของการขาดวิตามินบี12 ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบประสาทและสมองอย่างมาก นั่นเอง

ปัจจุบันเรามักได้ยินคำว่า วิตามินบี12 ในเครื่องดื่มเพิ่มพลังงาน ( energy drink ) หลากหลายยี่ห้อ ซึ่งผสมลงในอัตราส่วนน้อยนิดนั้น เมื่อเครื่องดื่มเคลื่อนตัวลงสู่ระบบทางเดินอาหารแล้ว จะดูดซึมได้ดีหรือไม่ ลองมาหาคำตอบใน blog นี้กันนะคะ


วิตามินบี12 ( Cyanocobalamin ) เป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ ในเชิงพาณิชย์ผลิตได้จากการหมักเชื้อแบคทีเรียโดยใช้เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม แตกตัวได้ไม่ดีนักในกระเพาะอาหาร ต้องรวมตัวกับแคลเซียมเพื่อให้ดูดซึมได้ดีที่ลำไส้เล็กส่วนปลายที่เรียกว่า ileum  

วิตามินบี12 ถูกใช้ในทุกขั้นตอนของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมองในเด็กทารกเพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยสร้าง DNA & เซลล์เม็ดเลือดแดงในช่วงปีแรกของชีวิต 

 การขาดวิตามินบี12 พบมากในผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร เช่น ผู้สูงอายุที่ระบบย่อยอาหารทำงานน้อยลง ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบและผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ

 มีประโยชน์อย่างไร 
1.ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงและป้องกันโรคโลหิตจางชนิด pernicious anemia ( โรคเรื้อรังที่เกิดจากการขาดวิตามินบี12 เนื่องจากขาดสาร intrinsic factor ( IF ) ซึ่งช่วยการดูดซึมวิตามินที่กระเพาะอาหาร )

2.ช่วยให้เด็กเติบโตและเจริญอาหาร 

3.ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดี 

4.ช่วยเพิ่มสมาธิ ความจำและความคิดเฉียบคม
 
5.บรรเทาความเครียด วิตกกังวล หงุดหงิด

6.ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งจากการสูบบุหรี่

7.ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ 

8.วิตามินบี 12 ปริมาณ 80 mcg.ต่อวัน จะเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงวัยทองได้ 

9.ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น 

10.ลดภาวะซึมเศร้า 

11.ลดภาวะปลายประสาทอักเสบ ( peripheral neuropathy ) คือ อาการรู้สึกเจ็บแปล๊บๆเหมือนเข็มทิ่ม แสบร้อนบริเวณปลายเท้าจากโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานนานเกิน 5 ปี )  

12.หากรับประทานกรดโฟลิกร่วมกับวิตามินบี12 จะเป็นวิตามินที่เพิ่มพละกำลังได้อย่างดีเยี่ยม  

พบในเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะตับ ปลา ไข่ผลิตภัณฑ์จากนมและอาหารหมักดอง เช่น กะปิ น้ำปลา เต้าเจี้ยว ปลาร้า

อาหารที่มาจากพืชผักทั้งหมด ไม่มีวิตามิน บี12 ยกเว้นอาหารหมักดอง จึงเป็นที่มาของการขาดวิตามินบี12 ในผู้ที่รับประทานมังสวิรัตน์ นั่นเอง 

ถึงแม้จะเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำแต่มีความพิเศษคือ ร่างกายสามารถเก็บสะสมวิตามินบี12 ที่ตับได้นานถึง 3 ปี กว่าวิตามินจะถูกขับออกจากร่างกาย 

การขาดวิตามินบี12 มักปรากฎให้เห็นหลังจาก 5 ปีขึ้นไป

มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ที่ระบบย่อยอาหารทำงานน้อยลง แพทย์มักจ่ายวิตามินบี12 ( cyanocobalamin ) มาให้ผู้ป่วยร่วมด้วยเสมอ แต่ไม่ค่อยได้ผลดีนัก เนื่องจากวิตามินบี 12 ในรูปแบบนี้ ดูดซึมได้ไม่ดีในระบบทางเดินอาหาร 

วิตามินบี 12 ที่วางจำหน่ายทั่วไป ในรูปแบบไซยาโนโคบาลามิน ( cyanocobalamin ) แตกตัวและดูดซึมได้ไม่ดีในระบบทางเดินอาหาร 

แต่วิตามินบี 12 ที่มีกรรมวิธีผลิตโดยเทคโนโลยีชั้นสูง เรียกว่า เมธิลโคบาลามิน ( methylcobalamin ) จะดูดซึมได้ดีมากในระบบทางเดินอาหาร  
หากใครกินมังสวิรัตน์อยู่เป็นประจำ แนะนำให้มองหาวิตามินบี12 ชนิดเม็ดอมหรือเคี้ยว ในรูปแบบ methylcobalamin วันละ 1000-5000 mcg เท่านั้น  

ส่วนรูปแบบการฉีดวิตามินบี12 เป็นที่นิยมมากโดยเฉพาะในอเมริกา แม้กระทั่งผู้ที่เป็นโรคอ้วนมีความจำเป็นต้องผ่าตัดบายพาสกระเพาะอาหาร ต้องได้รับการฉีดวิตามินบี12 ด้วยเช่นกัน อืม!! เพิ่งจะรู้นะเนี่ย 

สัญญานที่บ่งบอกว่าร่างกายขาดวิตามินบี12 

1.ไม่มีเรี่ยวแรง เหนื่อยเรื้อรัง 

2.สูญเสียความจำ 

3.ซึมเศร้าโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่กินอาหารได้น้อย

4.มึนงง 

5.เสียวซ่านบริเวณมือหรือเท้า 

6.เวียนศีรษะ 

7.ปวดหัว 

8.ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ  

ยังไม่พบรายงานว่า วิตามินบี12 ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย แม้แต่การรับประทานในขนาดที่สูงมาก 

วิตามินบี12 สามารถเชื่อมโยงกับการนอนหลับ ภาวะซึมเศร้าเป็นอาการทางจิตจากการขาดวิตามินบี12 ภาวะซึมเศร้าเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้นอนไม่หลับและมีผลต่อการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน หากร่างกายมีวิตามินบี12 ในระดับสูง จะสามารถเพิ่มการผลิตเมลาโทนิน ส่งผลให้นอนหลับได้อย่างรวดเร็ว



หาซื้อได้ที่ www.vitaminvillage.weloveshopping.com

tel.061-742-9944
id line : 061-742-9944











ที่มา ;
www.livestrong.com > food and drink
www.holistic online.com/.../sleep/sleep/_ons_nutrition.htm
นิตยสารชีวจิต
Vitamin bible

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

มหากาพย์การรักษาสิว(ตอนจบ)


              
  ขออนุญาตวกกลับสู่อดีตชาติ ช่วงที่เรียนจบพยาบาลและเริ่มทำงานในโรงพยาบาล(อายุ21ปี)ต้องขึ้นเวรเช้า-บ่าย-ดึก เป็นเวลา4ปี หน้าจะเป็นสิวเฉพาะช่วงที่หยุดกินยาไดแอน รอยหลุมสิวที่เคยมีมาแต่ก่อนเก่าก็เพิ่มมากขึ้น ส่วนใหญ่เกิดตรงแก้มทั้งสองข้าง(กลัวน้อยหน้ากันมั๊ง) จนกระทั่งอายุ26ปี ได้ปลดแอกการขึ้นเวรโดยได้ปฏิบัติงานที่แผนกผู้ป่วยนอก(OPD) ทำให้เริ่มมีเวลาตัวเองมากขึ้น จึงคิดรักษาหลุมสิวโดยการใช้กรดTCA.แต้มที่หลุมสิวเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เมื่อก่อนต้องทำในคลีนิคผิวหนังเท่านั้น                                                          
จำได้ว่านั่งรอหมอ1ชั่วโมง(คนไข้เยอะมาก) พอถึงคิวแป้ง พอหย่อนก้นเข้าไปนั่งประจำที่ปุ๊บ จะมีกระดาษใบเล็กๆขนาดเท่ากับกระดาษซับมันวางตรงหน้า เราก็หยิบมาอ่านอย่างรวดเร็ว 

มีข้อปฏิบัติ5ข้อ จำได้ว่า ทำตามไม่ได้ซักข้อ คือ ห้ามทาแป้ง ห้ามแต่งหน้า ห้ามทาครีมบำรุง ฯลฯ แล้วคุณหมอสั่งยาให้แล้วเชิญออกไป เดินออกมาด้วยความงงงวย ฮ่วย!รอเป็นชั่วโมง คุยไม่ถึง3นาที ต่อด้วยการได้ทำทรีตเมนท์แต้มTCA.กับน้องพยาบาล ระหว่างทำรู้สึกเจ็บๆแสบๆจี๊ดมากแต่ก็ต้องอดทน เสร็จแล้วจึงบอกน้องเค้าว่า "พี่ไม่ขอรับยานะเพราะมีอยู่แล้ว" แป้งเป็นโรคจิตไม่ชอบใช้ยาตลับของคลีนิคเพราะไม่ได้มีingredients(ส่วนประกอบ)ระบุว่ามีอะไรบ้าง                                                                    
                         
อีกอย่างครีมพวกนี้พอเปิดแล้วเจออากาศจะแข็งตัวเร็วมาก เพราะไม่ได้มาจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน กวนกันเองหลังร้าน ซื้อตามร้านขายยาดีกว่า เนื่องจากการรักษาสิวไม่ได้มีอะไรซับซ้อน มียาแค่ไม่กี่ตัว บางทีไม่มีความจำเป็นต้องกินยาฆ่าเชื้อเลย สิ้นเปลืองกระเพาะอาหารในการย่อยยาอีกต่างหาก                                                   
                          
นับเป็นครั้งสุดท้ายที่ไปพบหมอเพื่อรักษาสิวและหลุมสิวแบบคนทั่วไป แป้งเริ่มต้นรักษาสิวด้วยตนเอง เมื่อทรามวัยอายุได้28ปี มีทั้งกินยา roaccutane 20 mg.วันละเม็ด เป็นเวลา 10 เดือน(คำนวณจากน้ำหนักตัว)ช่วงที่กินยาเข้าเดือนที่ 5 ผิวเนียนละเอียด แต่งหน้าง่ายมากแต่หน้าแห้งมากมาย แป้งเลยคิดว่า ในเมื่อเราหน้าแห้งก็ต้องเติมความชุ่มชื้นคืนสู่ผิว จึงไปซื้อครีมนวดหน้ายี่ห้อ shiseido white lucent มานวดหน้าทุกคืน พอประทังความเหี่ยวแห้งได้มากพอดู(อาศัยว่าเป็นคนกินน้ำเยอะวันละ2000ซีซี )พอครบ10เดือน จึงหยุดกินยา

อีก2เดือนต่อมา หน้ามันแผล็บเช่นเดิม สิวเริ่มมาประปราย เลยคิดได้ว่า เออ!นะ อนิจจัง สังขารไม่เที่ยงจริงๆ เรากินอะไรลงไปก็ได้อย่างน้ัน พอหยุดกินทุกสิ่งในร่างกายกลับเป็นเหมือนตอนก่อนกิน หรือชีวิตนี้จะหลีกไม่พ้นคำว่า"สิว"กันแน่นะ

คิดแล้วท้อใจ จะทำอย่างไรดีถึงจะหายเป็นสิวเสียที ตอนนั้นจึงเริ่มกินไดแอนใหม่อีกครั้ง ต้องใช้เวลา4-6เดือน ต่อมไขมันจึงจะทำงานน้อยลง หน้ากลับมาสวยอีกครั้ง แต่พอไปหาหมอผิวหนังเพื่อฉีดสิวอักเสบ(เป็นยาสเตียรอยด์ช่ื่อkenacort)ออกฤทธิ์ทำให้สิวยุบบวมภายใน24ชั่วโมง คุณหมอทักว่า เริ่มมีฝ้าจางๆล่ะ กรี๊ด!สิวหาย ฝ้าตามมา(จึงตั้งปณิธาณว่าชาตินี้จะไม่กินไดแอนอีกต่อไป)ได้ยามาทาฝ้า อีก2อาทิตย์ ไปตรวจอีกครั้ง ปรากฎว่า ฝ้าหายไปล่ะ                                                                                       
ธรรมชาติของคนผิวมันพร้อมที่อุดตันและเป็นสิวง่ายได้มากกว่าผิวทั่วไปอยู่แล้ว เมื่อไม่มีไดแอนมาปรับสมดุลฮอร์โมน สิวก็เกิดตามแก้มอีกครั้ง ขณะนั้นอายุได้30ปีพอดิบพอดี จึงฉุกคิดได้ว่า ถ้าหน้าเราแห้ง ต่อมไขมันจะทำงานน้อยลง สิวจะไม่ขึ้นเลยนะ แล้วเลเซอร์คือพลังงานความร้อนที่ลงลึกถึงชั้นdermis(หนังแท้)เราก็จะไม่เป็นสิว แถมหน้าจะเรียบเนียนสวยอีกต่างหาก

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

5 เหตุผลที่ทำให้คนเราเข้าสู่วัยชราเร็วขึ้น

คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรู้ว่า ความเสื่อมโทรมของร่างกายเกิดจากอะไรกันแน่ อายุที่มากขึ้นเป็นตัวเร่งจริงหรือ ลองมาทำความเข้าใจกับข้อมูลเชิงลึกดูนะคะ



1.ระบบย่อยอาหารจะทำงานลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้เหมือนตอนวัยรุ่น ผม ผิว เล็บ กระดูกจะเสื่อมลง ประมาณ 70%ของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะอยู่ในลำไส้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่คนเราจะเกิดโรคต่างๆ you are what you eat : กินอะไรได้อย่างนั้น นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อระหว่างกระเพาะอาหารและอารมณ์ ( เห็นได้จากเวลาที่เรามีความเครียดจัด ผนังกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดออกมามาก ทำให้เราปวดท้องขึ้นมาทันที )

การทำงานของ
ระบบย่อยอาหารในระบบทางเดินอาหารลดลง จึงเกิดความผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการแพ้อาหารง่ายมาก นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่หลายคนตอนยังเด็ก ไม่แพ้อาหารประเภทไหนเลย แต่พอโตขึ้นกลับแพ้ไปหมด )

2.การอักเสบเรื้อรัง งานวิจัยจากศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ใช้การตรวจเลือดแบบแม่นยำเป็นพิเศษเพื่อตรวจวัดระดับของ CRP ( C-reactive protein ) ซึ่งเป็นโปรตีนในเลือดที่ก่อให้เกิดและบ่งบอกถึงระดับการอักเสบในร่างกาย พบว่า ระดับการอักเสบที่เพิ่มขึ้นทำให้ความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายเฉียบพลันเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ระดับของ CRP ที่สูงในเลือด พบในโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ อัลไซเมอร์ มะเร็ง เบาหวาน ( การอักเสบเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ระบบภูมิคุ้มกันและต่อต้านการอักเสบในร่างกายเสียสมดุล )

3.อนุมูลอิสระ ภาวะที่อนุมูลอิสระมากมายจนระดับของสารต้านอนุมูลอิสระมีไม่เพียงพอ หากเกิดขึ้นต่อเนื่องและเป็นเวลานาน จะเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างเซลล์ บางคนจึงได้มีใบหน้าล้ำไปก่อนอายุงัยค่ะ

4.ความไม่สมดุลของฮอร์โมน เมื่อร่างกายขาดความสมดุลของฮอร์โมน จะเริ่มปรากฎริ้วรอย นอนไม่หลับ เครียด อารมณ์แปรปรวน ภูมิแพ้ ปวดศีรษะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีความอยากน้ำตาล สูญเสียอารมณ์ทางเพศ ตัวอย่างเช่น
ความไม่สมดุลของฮอร์โมนไทรอยด์ อาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้า ผิวแห้ง ใจสั่น มือเท้า-เย็น ผมร่วง เล็บเปราะ ประจำเดือนมาไม่ปกติ

ภาวะที่มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกินไป อาจทำให้เกิดเซลลูไลต์ ผิวหนังหย่อนคล้อย น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความจำไม่ค่อยดี เกิดไขมันในเลือดสูงและโรคเบาหวาน

อาหารที่ช่วยให้ร่างกายมีความสมดุลของฮอร์โมน : เมล็ดฟักทอง หน่อไม้ฝรั่ง ธัญพืช ( ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เล่ย์ ข้าวโอ๊ต ) ถั่ว ชะเอมเทศ

อาหารช่วยให้เกิดความสมดุลที่สุดคือ กระเทียม ซึ่งมีวิตามินบี6 จะช่วยให้ร่างกายผลิตเซโรโตนิน ( ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก และควบคุมวงจรการนอนหลับ ) และแก้ไขระดับคอร์ติซอลที่สูง ( ฮอร์โมนแห่งความเครียด ) หากร่างกายมีคอร์ติซอลสูง กระตุ้นให้เกิดความโหยหาอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาล อาหารมันที่ให้พลังงานสูง เพื่อจะได้มีเรี่ยวแรงไปต่อสู้กับความเครียด

5.ภาวะความเป็นกรด เซลล์ในร่างกายจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อของเหลวอยู่ข้างในเซลล์มีความเป็นด่างเล็กน้อย เมื่อเรากินอาหารที่มีความเป็นกรดมากเกินไป เช่น เนื้อแดง กาแฟ ชีส ผลิตภัณฑ์จากนม ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการแปรรูป ชา แอลกอฮอล์ น้ำอัดลม ผงชูรส จะทำให้มีภาวะกรดเกิน ในระยะยาวส่งผลให้เราเข้าสู่กระบวนการชราเร็วขึ้น

ร่างกายจะมีการชดเชยเพื่อดึงกรดส่วนเกินออกไปคือจะดึงแคลเซียม ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างและแมกนีเซียมจากกระดูกอ่อน จนอาจนำไปสู่ภาวะกระดูกพรุน

อาหารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง : ผัก ผลไม้ ธัญพืช พืชตระกูลถั่ว
แต่มีความแตกต่างอย่างน่าอัศจรรย์มากในอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดคือ มะนาว พอผ่านระบบย่อยอาหารจะกลับมีฤทธิ์เป็นด่าง

อาหารมีฤทธิ์เป็นด่างที่ดีที่สุด : มะนาว ดื่มน้ำมะนาวอุ่นทุกเช้าหลังตื่นนอนเพื่อล้างพิษในตับ ( ควรใช้หลอดดูดเครื่องดื่มทุกครั้งเพื่อไม่ให้เคลือบฟันถูกทำลาย )

เมื่อกินอาหารที่อุดมไปด้วยกรด วันต่อมาให้ดื่มน้ำผักผลไม้แบบไม่ใส่น้ำตาล เช่น ผักใบเขียว+คื่นช่าย ผักกาดหอม ผักคะน้า ผักชีฝรั่ง มะนาว+ขิงสด เพิ่มความเป็นด่างในร่างกาย

ไม่ว่าความชราจะเกิดจากกระบวนการใดก็ตาม เราสามารถหลีกเลี่ยงต้นเหตุบางประการได้ เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มองโลกในแง่ดี เพื่อวันข้างหน้า สุขภาพดีจะคงอยู่กับเราตลอดไป ขาดไม่ได้คือสละเวลาสักนิดออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที ให้เหงื่อออกบ้าง ต่อมหมวกไตจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข ( endophine ) ออกมา หากทำเป็นประจำและสม่ำเสมอ ความสุขจะคงอยู่กับเราตลอดไป ลองทำดูนะคะ

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เปลี่ยนจากกินข้าวขาวมาเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่ปลอดสารพิษคุณภาพสูงแต่ราคามิตรภาพกันเถอะ


ข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นข้าวที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์โดยการผสมเลียนแบบธรรมชาติ ระหว่างข้าวสองพันธุ์ได้แก่ ข้าวเจ้าหอมนิลและข้าวขาวดอกมะลิ 105 หลังจากนั้นจึงใช้เทคโนโลยีชีวภาพจนได้พันธุ์ข้าวที่มีความบริสุทธิ์ จากการพัฒนาพันธุ์ข้าวพิเศษ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และได้ยื่นจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่โดย รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว ภาควิชาพืชไร่นา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2550

มีประโยชน์อย่างไร
1.มีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยป้องกันโรคท้องผูก วงการแพทย์พบว่าเส้นใยเหล่านี้ มีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

2.กินข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่แล้วไม่ทำให้อ้วน เนื่องจากมีสารเส้นใยมาก จึงทำให้อยู่ท้องไม่ค่อยหิว ไม่ต้องกินจุกจิก เป็นการควบคุมน้ำหนักไปในตัว การกินข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักษาสุขภาพและลดน้ำหนัก

3.มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงซึ่งเป็นสารในกลุ่มแอนโธไซยานิน ซึ่งจะพบสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มนี้โดดเด่นในด้านช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ชะลอความชรา ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมองด้วยการยับยั้งไม่ให้เลือดจับตัวเป็นก้อน ชะลอความเสื่อมของดวงตาแถมช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษอีกด้วย 

4.ป้องกันโรคเหน็บชาและภาวะอ่อนเพลียที่เกิดจากการขาดวิตามินบี ซึ่งในข้าวไรซ์เบอร์รี่มีวิตามินบี1 บี2 บี3 บี6 สูงกว่าข้าวชนิดอื่นมาก

5.ช่วยป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
( ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ คือภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลไม่พอใช้ เปรียบเสมือนรถยนต์ที่มีน้ำมันพร่องถังใกล้หมดเต็มทีร่างกายก็จะมีพลังงานใช้ไม่เพียงพอ ส่งผลไม่มีแรง อ่อนเพลีย เวียนศรีษะ ไม่กระปรี้กระเปร่า เฉื่อยชา )

6.ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน การดื่มน้ำอัดลม ชาเขียวผสมน้ำตาล หรือของหวาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นไปเร่งให้ตับอ่อนเร่งสร้างอินซูลินออกมาให้ทันใช้ เมื่อตับอ่อนถูกบีบคั้นอยู่เป็นประจำเช่นนั้น ต่อมาร่างกายจะทนไม่ได้ และไม่ยอมสร้างอินซูลินออกมา ผลก็คือปัญหาอินซูลินไม่พอใช้ในร่างกาย ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะสูงท้น ส่งผลให้เป็นโรคเบาหวานทุติยภูมิ ซึ่งเป็นเบาหวานชนิดที่เกิดกับคนมีอายุในที่สุด

7.ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ อ่อนเพลีย หงุดหงิดและอาการไม่สบายเนื้อสบายตัวในวัยหมดประจำเดือนเนื่องจากอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก สังกะสี ทองแดง แคลเซียมและโปแตสเซียม

ข้าวไรซ์เบอร์รี่เพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ไร้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในทุกขั้นตอน มั่นใจในชีวิตที่ปราศจากสารพิษตกค้างได้เลย ก่อนหว่านข้าวจะมีการปรับปรุงดินโดยใส่ขี้เถ้า แกลบ ขุยมะพร้าว แล้วไถพรวนดินให้คลุกเคล้าจนเข้ากันได้ดี จากนั้นจึงใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักและปุ๋ยชีวภาพเพื่อให้แร่ธาตุในดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมในการเจริญเติบโต ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีใดๆ ในระหว่างการเพาะปลูก จึงมั่นใจได้เลยว่า ผลิตผลข้าวไรซ์เบอรรี่ปลอดสารพิษ กินแล้วร่างกายได้รับคุณค่าอาหารสูงสุด สุขภาพแข็งแรง ชีวิตยืนยาวแน่นอน

เรื่องยาฆ่าแมลงตกค้างในผักผลไม้ต่างๆ เราก็รู้ๆกันอยู่ เมื่อปี พ.ศ 2555 มีข่าวลงในนสพ.ไทยรัฐ เตือนภัยแคนตาลูป คนปลูกปอดหาย ชาวไร่ส่วนใหญ่ที่ฉีดยาฆ่าแมลงเอง มักจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อมีอายุเพียง 40 ปี แทบทั้งสิ้น ส่วนคนกินผักผลไม้ที่เคลือบด้วยยาฆ่าแมลง จะได้รับพิษสะสมทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว 

กลุ่มเกษตรกรภูไทไรซ์เบอร์รี่ จึงได้รวมตัวกันปลูกข้าวปลอดสารพิษในทุกขั้นตอน กินเองสบายใจ ขายคนทั่วไปให้สุขภาพดีขึ้น

เวลาสีข้าวโดยใช้เครื่องจักรขนาดเล็ก จะกะเทาะเปลือกข้าวไรซ์เบอร์รี่ออกเพียงชั้นเดียว เมล็ดข้าวข้างในจะมีสีม่วงเข้มเกือบดำปื้ดปื๋อ ยิ่งมีสีเข้มมากเท่าใด สารต้านอนุมูลอิสระแอนไซยาโทนินยิ่งสูงมากเท่านั้น เราจะคัดเม็ดข้าวที่แตกหัก ไม่สวยทิ้งไปด้วยมือของเกษตกรเอง ข้าวทุกเม็ดที่บรรจุในถุง จึงมีคุณค่าเต็มเมล็ด เวลาหุงข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ครั้งใด กลิ่นหอมของข้าวปลอดสารพิษ จะหอมฟุ้งตลบอบอวลไปสามหลังคาเรือนเลยทีเดียว เวลาเคี้ยวข้าวก็เหนียวนุ่มเหมือนข้าวหอมมะลิ อันเลื่องชื่อของไทย โด่งดังไกลไปทั่วโลก แตกต่างจากข้าวกล้องทั่วไปซึ่งจะค่อนข้างแข็ง แถมมีกลิ่มหอม หนึบหนับ อร่อยลิ้นที่สุด เพียงหลับตาในขณะเคี้ยวข้าว มองไม่เห็นสีของข้าวไรซ์เบอร์รี่ ใครๆก็นึกว่ากำลังกินข้าวหอมมะลิโดยแท้

การสั่งซื้อข้าวไรซ์เบอร์รี่แต่ละถุงที่ตั้งใจปลูกจากกลุ่มเกษตรกรภูไท ถือได้ว่า เป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ข้าวไรซ์เบอร์รี่คุณภาพสูงปลอดสารพิษแห่งนี้ ในหนึ่งปีเราจะเพาะปลูกได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่สามารถปลูกข้าวได้ตลอดทั้งปีเนื่องจากปัจจัยทางภูมิภาคหน้าดินจึงไม่ช้ำ แร่ธาตุในดินยังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก จึงเป็นที่มาของข้าวไรซ์เบอร์รี่ปลอดสารพิษที่มีความหอมอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด

ข้าวขาวที่เรากินกันทุกวันนี้ เป็นข้าวที่ได้จากการสีจากเครื่องจักรขนาดใหญ่และสีหลายๆครั้งมากถึง 7 ครั้ง จนจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวหลุดออกไปเหลือแต่เมล็ดข้าวสีขาวสวยงามที่มีเพียงแป้งที่ให้พลังงานเท่านั้น ปราศจากคุณค่าทางอาหารใดๆค่ะ

ยังไงก็ช่วยอุดหนุนข้าวไรซ์เบอร์รี่คุณภาพสูงปลอดสารเคมีกันด้วยนะคะ

ราคา 90 บาทต่อถุง ถุงละ 1 กก. สั่งซื้อ 6 กก.ขึ้นไป ลดเหลือ กก.ละ 80 บาท ( ไม่รวมค่าจัดส่ง ) สั่งซื้อได้ที่ กลุ่มเกษตรบ้านบุ่งเลิศ ต.บุ่งเลิศ อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด Tel.087-7740457,081-0473074
id line ; phutairiceberry
id line ; radompol
facebook ; ข้าวภูไท ไรซ์เบอร์รี่ บ้านบุ่งเลิศ



วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

มหากาพย์การรักษาสิว (ตอนที่2)


              เริ่มเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

  แป้งเป็นสิวมาเรื่อยๆจนกระทั่งสอบติดคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำให้รู้ว่าสิวเกิดฮอร์โมนเพศชายเรียกว่าแอนโดรเจนในร่างกายเรานี่เองที่ทำให้เกิดสิว ผิวมัน ขนดก เรื่องหน้ามัน อย่าให้พูดถึงเลย ทาแป้งได้ไม่ถึงชั่วโมง ไหลเยิ้มเชียว หน้าก็ไม่เคยว่างเว้นจากการเป็นสิว ผิวขรุขระดั่งดวงพระจันทร์ เคยคิดในใจว่า อยากเอาหน้าไปครูดกับถนนจะได้หน้าเรียบเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง อย่ากระนั้นเลย สงสัยคงต้องไปเกิดใหม่แล้วล่ะ คิดได้ดังนั้น จึงเริ่มปฏิบัติในสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่งคือ การกินยาคุมไดแอน(หากกินติดต่อกันเกิน5ปีจะทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านมได้ หลอดเลือดแดงแข็งตัว ไร้ความรู้สึกทางเพศ ร่างกายบวมน้ำ ฯล

  ก่อนกินยาหรืออาหารเสริมทุกชนิดจะต้องอ่านสรรพคุณ,ผลข้างเคียง,ตรวจสอบวันผลิต-หมดอายุให้เรียบร้อยจะได้ติดเป็นนิสัยค่ะ กินไปได้ประมาณ6เดือน ดีใจจัง สิวไม่ขึ้นเลยแฮะเลยกลั้นใจกินต่อจนครบปีและผ่านไป2ปี กลับนึกกลัวว่าจะเป็นมะเร็งเต้านมเลยหยุดกิน แค่เดือนเดียวมาอีกล่ะ สิวบ้า!จะตามรังควานไปถึงไหนกันนะ เริ่มต้นกินไดแอนอีกครั้ง หน้ามันน้อยลงมาก จึงได้กินเรื่อยมาจนครบ2ปี ความกลัวกลับมาหลอนอีกรอบ(ขณะที่บางคนกินไดแอนจะมีกระ,ฝ้าแต่แป้งไม่มี อวบอย่างเดียวเลยค่ะ) 

เริ่มทำงานพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชน ปรึกษาหมอ เค้าลงความเห็นว่า ถ้าไม่อยากเป็นสิวต้องกินยาคุมตลอดชีวิต พระเจ้า!ใครจะไปกินนานขนาดนั้น เลยอ่านหนังสือเจอยาชื่อ tretinoin(อนุพันธ์ของวิตามินเอ)ยี่ห้อ retin-a 0.05% ทาหน้าตอนกลางคืนเพื่อลดการอุดตันของต่อมไขมัน ส่งผลให้สิวลดลงแถมยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอีกด้วย คุณสมบัติเริ่ด!ขนาดนี้ ไปหาซื้อมาโดยด่วนพร้อม benzoyl peroxide 5% เป็นไอเท็ม must have ของคนเป็นสิวเลยล่ะ

 ลืมบอกไปค่ะว่าเป็นสาวหน้ามันที่ผิวแข็งแรงมาก ไม่เคยแพ้เครื่องสำอางอะไรเลย benzoyl peroxide5% ทาทิ้งไว้ข้ามคืน หน้าไม่ลอกไม่แสบไม่แดง ทาควบคู่กันเป็นเวลา1ปีพร้อมทั้งยังกินไดแอนด้วย (ไม่กล้าหยุดกินยาคุม กลัวสิว)
               
 ตอนนั้นอายุ 27 ปี ไปเที่ยวสิงคโปร์กับเพื่อนสนิท ก่อนนอนล้างหน้าสะอาดเตรียมทาไนท์ครีม เพื่อนทักว่าทำไมหน้าแป้งเรียบจัง คุณพระช่วย!หูเราฝาดไปรึเปล่าน๊า? สิ่งที่เคยใฝ่ฝันมาตั้งแต่ครั้งเรียนมหาวิทยาลัย อยากมีใบหน้าเรียบเหมือนคนอื่นบ้าง ไชโย!ฝันเป็นจริงแล้วจ้า จึงเลิกกินไดแอนไปเลย ทาเรตินเออย่างเดียว

 แต่พอเลิกกินไปได้เพียง6เดือน สิวมาอีกล่ะเลยกลายเป็นว่ากินๆหยุดๆ จนกระทั่งอายุ 30 ปีเริ่มอยากรักษาหลุมสิวกะเค้าบ้าง ตอนนั้นหน้ามีกระจุดเดียวและเริ่มมีรอยฝ้าจางๆ(หมอผิวหนังทักตอนตรวจสภาพผิว)ว๊าย!ตายแล้วต่อไปนี้จะเลิกกินไดแอนตลอดชีวิตแล้วจ้าและหันมาเอาดีทางเลเซอร์แทน(ขณะนั้นคิดได้แค่นี้)

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

มหากาพย์ของการรักษาสิว (ตอนที่1)


เริ่มต้นเมื่ออายุ15ปี 

สืบเนื่องจากการได้รับมรดกทางพันธุกรรม แม่เป็นสตรีที่มีแอนโดรเจน (เป็นฮอร์โมนเพศชายที่ทำงานเกี่ยวข้องกับต่อมไขมัน หากมีมากเกินพอดี จะทำให้มีสิว ผิวมัน ขนดก ) เยอะมาก

 แป้งเป็นลูกสาวคนโต จึงรับมาเต็มๆพอประจำเดือนมาครั้งแรก ความสวยใสก็หายไปกับประจำเดือนแถมมาพร้อมกับสิวเม็ดเป้งอีกต่างหาก จำได้ว่าเป็นสิวบ่อยมากเคยถามแม่ว่า ทำไมหนูถึงเป็นสิวไม่หายสักที แม่ก็ได้แต่ยิ้มพร้อมกับความว่างเปล่า (ไม่มีคำตอบ) 

ชอบแอบมองหน้าเพื่อนที่มีเชื้อสายจีน เค้าผิวดีม๊าก อยากหน้าเรียบแบบคนอื่นบ้างจัง แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นสิวประปราย ใบหน้าก็เปื้อนยิ้มตลอดเวลา เพราะเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอมา เคยไปรักษากับแพนคลีนิคแค่2คร้ัง (ได้ยาแต้มสิว,ยาทาหัวสิว) มาทาแต่ก็ยังเป็นสิวอยู่เรื่อยๆ พอเห็นว่าสิวไม่ยุบจึงไม่ไปอีกเลย (วัยรุ่นใจร้อน)

 ด้วยเหตุนี้ เวลามีกิจกรรมกีฬาสีของโรงเรียนมักจะได้รับคัดเลือกให้เป็นคนถือป้าย,ดรัมเมเยอร์,เชียร์ลีดเดอร์ แต่ก็ต้องปฏิเสธไปทุกปี เพราะหน้าไม่เรียบเลย (ไม่มั่นใจในหนังหน้าของตัวเอง รู้ตัวดี )

 เฮ้อ!นึกแล้วเศร้าจัง

เมลาโทนิน วิตามินย้อนเวลาจากภายใน ไม่ได้มีดีแค่การนอนหลับ

คงมีคนทั่วไปจำนวนไม่น้อยที่จะรู้จักวิตามินชื่อ melatonin ( เมลาโทนิน ) แป้งเองก็รู้จักได้เกือบ 14 ปีล่ะ ครั้งแรกจากการอ่านคอลัมน์ในนิตยสารชื...

บทความยอดนิยม