บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ SOD แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ SOD แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ซิงค์ ( zinc ) วิตามินที่ส่งเสริมให้ผิวเรียบเนียนใส ไร้สิว

คนที่เป็นสิวอยู่บ่อยๆ หากไม่คิดจะเข้าคลีนิกผิวหนังเพื่อรักษาสิว zinc เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย มีหลายคนที่กังวลใจเกี่ยวกับการบริโภค zinc ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน กลัวอันตรายต่างๆนานา แป้งจึงไปค้นคว้าหาข้อมูลของวิตามินตัวนี้มาฝากกันนะคะ อ่านจบแล้วจะได้คำตอบค่ะ

ซิงค์ ( zinc ) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สังกะสี เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งบนพื้นโลก มีคุณประโยชน์มากมายตั้งแต่เด็กจนเข้าสู่วัยชราไม่แพ้วิตามินตัวอื่นสังกะสีมักถูกทำลายจากกระบวนการแปรรูปอาหารหรือมีปริมาณน้อยมากเนื่องจากพืชผักนั้นปลูกในดินที่ไม่มีแร่ธาตุ ศัตรูของธาตุสังกะสีคือ ไฟเทต ( phytate )ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสังกะสีได้

ไฟเตท ( phytate) พบมากในธัญพืชไม่ขัดขาว พืชตระกูลถั่วโดยเฉพาะถั่วเมล็ดแห้งเช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียวและงามีฤทธิ์ยั้บยั้งการดูดซึมของแร่ธาตุบางชนิดได้แก่ ธาตุเหล็ก สังกะสีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ซึ่งมีอยู่ในอาหารที่เรารับประทาน หากร่างกายได้รับในปริมาณมากจะทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านั้นได้ตามปกติ

ไฟเตทสามารถสลายไปได้โดยการใช้ความร้อนดังนั้น ควรปรุงให้สุกก่อนรับประทานนะคะ

สังกะสีในปริมาณสูง สามารถลดระดับภูมิคุ้มกัน รบกวนการดูดซึมของทองแดง จนนำไปสู่การขาดทองแดงและเพิ่มความเสี่ยงของโรคโลหิตจาง

สังกะสีจะสูญเสียไปจากร่างกายผ่านทางไต,ผิวหนัง,ลำไส้ ,การออกกำลังกายอย่างหนักอากาศที่ร้อนจัดจนมีเหงื่อ จะสูญเสีย zinc วันละ 3 mgเลยทีเดียว

มีการทดลองและการศึกษาจำนวนมาก เชื่อมโยงสังกะสีในปริมาณน้อยกับอสุจิคุณภาพต่ำยกตัวอย่างเช่น การศึกษาหนึ่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ พบว่า อาสาสมัครมีจำนวนอสุจิสูงขึ้น หลังจากบริโภคซิงค์ซัลเฟต ( zinc sulfate ) และกรดโฟลิกเสริม

ในการศึกษาอื่น นักวิจัยสรุปว่า การบริโภคสังกะสีไม่เพียงพอ จะเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้สเปิร์มคุณภาพต่ำและชายที่มีบุตรยาก


อาการทางร่างกายที่แสดงว่าขาดสังกะสี
1.จุดขาวบนเล็บ อันนี้ใช่เลย เมื่อก่อนแป้งก็เป็นบ่อย บางทีเป็นทีเดียว 3-4 นิ้ว ช่วงนั้นกินอาหารน้อยเกินไปและมีระดับความเครียดสูง ปัจจุบันไม่มีแล้วนะคะ
2.ผิวแห้ง
3.เล็บฉีก
4.เป็นหวัดบ่อย
5.ความต้องการทางเพศต่ำ
6.สิว
7.ผมร่วง

แหล่งอาหารธรรมชาติ : หอยนางรม เนื้อแดง ตับ ไข่แดง ถั่ว เมล็ดฟักทอง

ผลข้างเคียง : คลื่นไส้ ปวดหัว ง่วงนอน หงุดหงิด ระคายเคืองกระเพาะอาหารและอาเจียน



สังกะสีจะไม่ดูดซึมได้ง่ายในร่างกาย ปัจจัยหลายอย่างในร่างกายขัดขวางการดูดซึมสังกะสีมีเพียงประมาณ 14-20% เท่านั้นที่แตกตัวแล้วดูดซึมในลำไส้เล็ก

สังกะสีไม่ได้ถูกเก็บไว้ในร่างกาย จะถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ

Zinc ที่ดูดซึมได้ดีที่สุดและให้ปริมาณสังกะสีสูงสุดต่อกรัมคือสังกะสีที่อยู่ในรูปที่จับอยู่กับเกลือกลูโคเนตเรียกว่าซิงค์กลูโคเนต ( Zinc Gluconate )ได้จากการหมักน้ำตาลกลูโคสกับกรดกลูโคนิก ( gluconic )ซึ่งจะสามารถดูดซึมได้ประมาณ 14% จากมิลลิกรัมทั้งหมด ( 14% elemental zinc )โดยเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของchelated แล้วจะสามารถจับกับกรดอะมิโนเมไธโอนีน ( Zinc Amino acid Chelated ) จึงทำให้ดูดซึมได้ดีและเร็วมากคือดูดซึมได้ประมาณ 20% จากมิลลิกรัมทั้งหมด ( 20% elemental zinc )เนื่องจากมีกรดอะมิโนช่วยดูดซึมในลำไส้เล็กได้ดีขึ้น

อธิบายได้ง่ายๆ เช่น ฉลากเขียนว่า zinc amino acid chelated 50 mg ซึ่งแตกตัวและดูดซึมในร่างกายได้ 20%

ดังนั้นจะมีปริมาณแร่ธาตุสังกะสีที่ดูดซึมในลำไส้เล็กเพียง 10 mg ต่อเม็ดเท่านั้นเอง ( 50X20/100=10 )

มีประโยชน์อย่างไร
1.ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตให้กับร่างกาย เด็กที่ขาดสังกะสีจะตัวเล็ก แคระแกรน โตช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน
2.เป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างโปรตีนและคอลลาเจน

3.สังกะสีมีความจำเป็นต่อการสร้าง DNA & RNA
4.ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย สังกะสีช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของโรคหวัด จะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นเมื่อบริโภคพร้อมวิตามินซี
5.เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์สำคัญมากมายรวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระอย่างซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส ( SOD )
6.มีส่วนสำคัญในการทำงานของสมองช่วยเพิ่มการตื่นตัวทางระบบประสาท
7.สังกะสีทำงานร่วมกับเอนไซม์แลคเตส ( lactase enzyme ) และมาเลตดีไฮโดรจีเนส ( malate dehydrogenase )ซึ่งช่วยให้ร่างกายนำไปใช้ในกระบวนการสร้างพลังงาน

ปัญหาการขาดเอนไซม์หรือน้ำย่อยแลคเตส ( Lactase enzyme )พบได้บ่อยโดยผู้ที่ขาดเอนไซม์แลคเตสจะมีปัญหาเมื่อกินนม (นมจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สำคัญคือ นมวัว)เนื่องจากนมมีส่วนประกอบสำคัญคือ น้ำตาลแลคโตส ( Lactose ) ต้องอาศัยเอนไซม์แลคเตสย่อยเสียก่อนจึงจะดูดซึมเข้าไปในผนังลำไส้ได้การขาดเอนไซม์นี้ ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสีย ถึงว่าเนอะ แป้งกินนมวัวทีไร ดวงขึ้นคร่อมคอห่านทุกที

เรามารู้จักกระบวนการที่ทำให้เราท้องเสียจากนมวัวกันนะคะ

ถ้าไม่มีเอนไซม์แลคเตส ( lactase enzyme ) หรือมีระดับเอนไซม์ลดลงน้ำตาลแลคโตสจะไม่ถูกย่อยและดูดซึมน้ำตาลที่ไม่ถูกดูดซึมนี้จะพรวดพราดผ่านลำไส้เล็กไปสู่ลำไส้ใหญ่แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ทำให้เกิดการหมัก ( Fermentation )ของน้ำตาลแลคโตส ส่งผลให้เกิดก๊าซจำนวนมากในลำไส้ได้แก่ก๊าซไฮโดรเจน ( Hydrogen )คาร์บอนไดออกไซด์ ( Carbondioxide )และก๊าซมีเทน ( Methane ) นอกจากก๊าซจำนวนมาก ยังมีน้ำตาลที่ไม่ถูกดูดซึมและส่วนที่เป็นผลจากการบูดเปรี้ยว(การหมัก ) มีผลให้เกิดความดันในลำไส้ใหญ่สูงขึ้นเรียกว่า ความดันออสโมติก ( Osmotic pressure )

ตามหลักทางวิทยาศาสตร์ความดันออสโมติกที่สูงขึ้นนี้ น้ำจะถูกดึงจากที่มีความดันออสโมติกต่ำไปยังบริเวณที่มีความดันออสโมติกสูงดังนั้นจึงมีการดึงน้ำเข้ามาในลำไส้ใหญ่มากขึ้นผู้ป่วยจึงมีอาการท้องเสีย ( Diarrhea ) คือถ่ายเหลวเป็นน้ำออกมามาก นั่นเอง

8.สังกะสีทำงานร่วมกับเอนไซม์อัลคาไลน์ฟอสฟาเตส ( alkaline phosphatase enzyme ) ซึ่งช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟัน
9.ช่วยในการรักษาสิว บรรเทาอาการอักเสบของสิว ด้วยการรักษาสมดุลของปริมาณไขมันในผิวหนัง
10.ช่วยเพิ่มความรู้สึกทางเพศในผู้ชายและยังช่วยป้องกันภาวะเป็นหมัน คนที่สูบบุหรี่จัดจะมีโอกาสเป็นหมันมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ การได้รับ zinc 50 mg ต่อวัน จะทำให้ปริมาณอสุจิเพิ่มขึ้นได้
11.ช่วยให้ต่อมลูกหมากทำงานได้เป็นปกติและมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตของอวัยวะสืบพันธุ์ในเด็ก
12.ช่วยป้องกันและรักษาภาวะผมหลุดร่วงได้
13.เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับการทำงานของเอนไซม์มากถึง 100 เอนไซม์ ( บางบทความบอกว่า 300 เอนไซม์ ) และมีบทบาทสำคัญกับกระบวนการทางชีวภาพในระดับเซลล์จำนวนมาก
14.ป้องกันภาวะสมองเสื่อม ( อัลไซเมอร์ ) ในผู้สูงอายุ
15.สังกะสีเป็นส่วนประกอบของโปรตีนที่จำเป็นสำหรับการขนส่งวิตามินเอในเลือดและการทำงานของเอนไซม์ที่แปลงวิตามินเอในจอประสาทตา อีกทั้งช่วยในกระบวนการสังเคราะห์rhodopsin ซึ่งเป็นโปรตีนในดวงตาที่ดูดซับแสง จึงมีส่วนร่วมในการปรับตัวในที่มืดการขาดธาตุสังกะสีมีความเกี่ยวข้องกับการขนส่งวิตามินเอจากตับซึ่งอาจนำไปสู่อาการตาบอดกลางคืนได้
16.ช่วยให้รอยแผลต่างๆ หายเร็วขึ้น เช่น มีดบาด หกล้มมีแผลฉีกขาด รอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวจางลงเร็ว

ซิงค์กลูโคเนต ( Zinc gluconate )เหมาะสำหรับการรักษาสิว การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า ปริมาณ 200มิลลิกรัมต่อวัน (จะมีปริมาณสังกะสีเพียง 30มิลลิกรัมที่แตกตัวและดูดซึมในลำไส้เล็ก )มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบของสิวได้ดี

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มักมีภาวะขาดธาตุสังกะสี จากการรับประทานอาหารได้น้อยเนื่องจากความเสื่อมของต่อมรับรส โดยสังกะสีจะช่วยคงสภาพการรับรู้รส กลิ่นและสายตา


ในอดีตที่ผ่านมามีการศึกษาบางส่วน พบว่า สังกะสีลดการดูดซึมโฟเลต อย่างไรก็ตามการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ มีรายงานว่า การรับระทานอาหารเสริมกรดโฟลิค ( 800mcg / วัน)เป็นเวลา 25 วัน ไม่มีผลต่อการดูดซึมของสังกะสีแต่อย่างใด

วิตามิน ยาและอาหารที่ลดการดูดซึมของสังกะสี ( zinc ) คือ ทองแดง ( copper ) ธาตุเหล็ก ( iron ) แคลเซียม ( calcium ) คาเฟอีนและยาคุมกำเนิด จึงไม่ควรรับประทานพร้อมกันกับสังกะสี

แป้งกิน zinc ( amino acid chelated ) 50 mg ยี่ห้อ source naturals ครั้งละ 1 เม็ด ก่อนอาหารเช้า-เย็น ในช่วงที่สิวปะทุ ( สิวแค่ 2-3 เม็ด จะเรียกปะทุเพราะปกติไม่มีสิว ) แต่พอสิวยุบลง จะลดเหลือวันละ 1 เม็ด เคยกินต่อเนื่องประมาณ 8 เดือน จึงหยุดพัก แต่พอหยุดไม่ถึงเดือน สิวเจ้ากรรมก็โผล่มาอีก จึงกินต่อเนื่องมาตลอด 3 ปีแล้วค่ะ

สังเกตว่าช่วงที่กิน zinc รอยดำจากสิว จางลงเร็วมาก ปกติรอยดำที่เกิดจากสิว มักจะจางลงเองภายใน 6 เดือนถึง 1 ปีแล้วแต่สภาพผิว ยิ่งอายุมากยิ่งหายช้า หากเราทา retin-a 0.05% บริเวณรอยดำเช้า-เย็นด้วย แค่ไม่ถึงเดือน รอยดำจางเลือนหายไปเร็วมาก ที่สำคัญผิวจะดูเรียบเนียนละเอียดขึ้น หน้าไม่มันอีกต่างหาก ชอบจัง!!

เหตุผลที่เลือกยี่ห้อนี้เพราะ หากเรากิน zinc ติดต่อกันนานๆ จะมีผลให้ร่างกายขาดทองแดง แต่ zinc ยี่ห้อ source naturals มีส่วนผสมทองแดง 500 mcg ต่อเม็ด ยังไงก็ไม่ขาดทองแดงค่ะ

ยังมีข้อมูลของ zinc ที่แบ่งเป็นประเภทต่างๆ อีก 13 ประเภท แต่แป้งเกรงว่า สมองจะบวมเสียก่อน เลยต้องแยกทำอีก blog นึงค่ะ รอติดตามด้วยนะคะ


ที่มา :
Vitamin bible

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพที่สุด ( ตอนจบ )



คำว่า " แก่ " พูดเบาๆก็เจ็บ อันที่จริงสังขารย่อมไม่เที่ยง มีหลากหลายวิธีที่จะชะลอความชราได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความมีวินัยของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกกินอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่านอนดึก มองโลกในแง่ดีเสมอ รวมถึงวิตามินคุณภาพสูงที่เหมาะสมกับวัย รถยนต์ยังต้องเติมน้ำมันเครื่อง คนเราก็ต้องเติมวิตามินให้ร่างกายด้วยเช่นกัน

สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพที่สุด มีดังนี้
1.pycnogenol   ที่สุดของวิตามินเหนือระดับ ในบรรดาสารต้านอนุมูลอิสระทั้งหลายในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็น Q10,glutathione ,grape seed,ester-c,vitamin e ,beta-carotene,selenium,astaxanthin ฯลฯ ไม่อาจเทียบได้กับ pycnogenol ซึ่งถือกำเนิดเกิดมา ตั้งแต่ ค.ศ 1947 โดย Dr.Jacques Masquelier นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ผู้ปรีชาสามารถ โดยค้นพบ OPC จากการสกัดเปลือกถั่วลิสง โดยบังเอิญ จากนั้นจึงต่อยอดพัฒนาและจดสิทธิบัตรกระบวนการสกัด OPC ( Oligomeric Proanthocyanidins ) จากเปลือกสนทะเลฝรั่งเศส ( frence maritime pine bark ) มีชื่อทางการค้า คือ pycnogenol
โดยสามารถสกัดได้ทั้งจากเปลือกสนฝรั่งเศสและเมล็ดองุ่นแดง ความเข้มข้นของ OPC โดยทั่วไป
ที่รู้จักกันมากที่สุดคือ 95% จะพบได้ในเมล็ดองุ่น และรองลงมา 80-85% ในเปลือกสนทะเลฝรั่งเศส

Dr.Jacques Masquelier ได้เคยกล่าวไว้ว่า " กระบวนการสกัดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้า flavonoid ไม่ได้รับการสกัดอย่างถูกต้อง มันจะมีความเป็นไปได้สูงที่สารต้านอนุมูลอิสระจะกลายเป็นอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

การค้นคว้างานวิจัยของ pycnogenol มีมากกว่า 280 บทความและ 98 การทดลองทางคลีนิก ยืนยันถึงความปลอดภัยในการกิน pycnogenol ซึ่งละลายน้ำได้ และมีความโดดเด่นในเรื่องผิวพรรณ กล่าวคือ  pycnogenol ลดความเสียหายของอนุมูลอิสระที่คอยพรากความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณ มีผลดีอย่างมากในการปกป้องคอลลาเจนและอีลาสตินจากการย่อยสลายของเอนไซม์โปรตีน ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจของนักวิทยาศาสตร์หลายคน ว่าทำไมการกิน pycnogenol สม่ำเสมอ จะสามารถย้อนอายุผิวได้มากถึง 10-15 ปี ดีกว่าการที่คนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน นิยมกินคอลลาเจนสกัดเป็นหลายพันมิลลิกรัม พอนานวันเข้า ร่างกายย่อยสลายไม่หมด จึงกลายเป็นผังผืดรัดที่ไต อันตรายเห็นๆ เพราะฉะนั้น การที่เราจะทดแทนและเสริมสร้างคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพจากวัยที่มากขึ้น ควรเลือกกิน Pycnogenol ®จะเป็นวิธีดูแลผิวพรรณและฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างปลอดภัยสูงสุด แถมยังสามารถป้องกันผลกระทบความเสียหายของแสงยูวีได้อีกด้วย

2. Alpha Lipoic Acid  หรือ ALA เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ครอบจักรวาล( Universal Antioxidation ) ถูกใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และทดลองทางคลีนิกในปี ค.ศ 1950 และได้รับการยอมรับในแง่ของสารต้านอนุมูลอิสระ ในปีค.ศ 1988

ร่างกายสามารถสร้างได้เอง จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น พบมากที่ตับ,เนื้อเยื่ออื่นๆและอาหารบางชนิดเช่น บร็อกโคลี่ ผักขม เครื่องในสัตว์ ยีสต์ มะเขือเทศ แต่ไม่มากพอที่จะใช้เพื่อเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(ชะลอความเสื่อมของเซลล์) บางประเทศอนุมัติให้เป็นยารักษาโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน (คนที่เป็นเบาหวานนานเกิน 5 ปีขึ้นไป มักจะมีอาการชาปลายมือปลายเท้า โดยเฉพาะบริเวณข้อมือหรือข้อเท้าเท่านั้น ) โรคตับอักเสบ เช่น ประเทศเยอรมัน แต่ในอเมริกาและญี่ปุ่น จัดเป็นอาหารเสริม

ALA  ทำหน้าที่เปลี่ยนกลูโคสให้กลายเป็นพลังงานและคอยจัดการกับอนุมูลอิสระ(Antioxidant)ที่ถูกปล่อยออกมาจากกระบวนการสลายกลูโคสภายในเซลล์ จึงมีผลในการลดน้ำตาลได้อีกด้วย แต่จะสร้างลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ทั้งสามารถออกฤทธิ์ได้ในส่วนของร่างกายที่เป็นน้ำและน้ำมัน เรามารู้จักก่อนนะคะว่าวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอีและวิตามินเค อาศัยน้ำดีช่วยในการดูดซึม ร่างกายเก็บสะสมไว้ที่ตับ หากมีมากเกินจะเกิดอาการแพ้ได้ ส่วนวิตามินที่ละลายได้ดีในน้ำ เช่น วิตามินบีและวิตามินซี ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้จากการกินเข้าไปเท่านั้น หากมีมากเกิน ร่างกายจะขับออกมาทางปัสสาวะ ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระแทบทุกตัวจะออกฤทธิ์ได้ดีในส่วนที่เป็นน้ำหรือน้ำมันเท่านั้น

กรดอัลฟ่าไลโปอิก มีบทบาทส่งเสริมการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นให้กลับมาใช้งานได้ใหม่ เช่น วิตามินซี วิตามินอี กลูต้าไธโอนและCOQ10 ปกติสารต้านอนุมูลอิสระพวกนี้เมื่อผ่านกระบวนการกำจัดอนุมูลอิสระแล้ว จะหมดฤทธิ์ทันทีแต่กรดอัลฟ่าไลโปอิกจะชุบชีวิตให้ฟื้นคืนเพื่อทำหน้าที่อีกครั้ง แถมโดดเด่นด้วยคุณสมบัติลดขนาดรูขุมขน ลดริ้วรอยและส่งเสริมให้ผิวขาวใสได้อีก ซึ่งแทบไม่มีวิตามินตัวไหนมีคุณสมบัติเหมือน ALA โดยเฉพาะลดขนาดรูขุมขนได้จริง เครื่องสำอางบางแบรนด์มีส่วนผสมของ ALA ยังต้องรีบจดสิทธิบัตรไว้เลยนะคะ

3.SOD สารสกัดจากแคนตาลูปฝรั่งเศสอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นสายพันธ์ุที่หายาก ปลูกเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส มี SOD มากกว่าเมลอนธรรมดา 7 เท่า จดสิทธิบัตรโดยใช้ชื่อว่า Extramel  เอนไซม์ SOD ได้รับการขนานนามว่า " เอนไซม์แห่งชีวิต " ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ 1968

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ สามารถสกัดเอสโอดีจากแคนตาลูปฝรั่งเศส โดยใช้กรรมวิธีเทคโนโลยีชั้นสูงencapsulation จดสิทธิบัตรมีชื่อเรียกว่า GilSODin  เพื่อให้คงตัวในระบบทางเดินอาหาร ลอดผ่านการย่อยของกระเพาะอาหารโดยไม่ถูกทำลาย สามารถดูดซึมที่ลำไส้เล็กได้ดี

สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มเปอร์ออกไซด์ ( peroxide ) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีการซ้อนของโมเลกุลออกซิเจนมากเป็น 2 เท่าของสารอนุมูลอิสระทั่วไป ส่งผลให้สารต้านอนุมูลอิสระทั่วไป เช่น A,C,E ไม่สามารถกำจัดอนุมูลอิสระจำพวกนี้ได้ ร่างกายจึงสร้างสารต้านอนุมูลอิสระชนิดพิเศษขึ้นมาเรียกว่า SOD จัดว่าเอนไซม์ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้อย่างทรงพลังที่สุดลำดับต้นๆโดยเฉพาะกับเนื้อเยื่อผิวหนัง ช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงและลดอัตราการถูกทำลายของเซลล์จากอนุมูลอิสระได้ดีอีกด้วย

ครบถ้วนทุกประการในการจัดลำดับสุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระที่ไม่ควรพลาดแล้วนะคะ วิตามินมีคุณประโยชน์กับร่างกายมนุษย์หากรู้จักเลือกให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคน อายุขัยเดินหน้าไปเรื่อยๆเหลือทิ้งไว้เพียงความมีน้ำใจกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ความทรงจำและความดีงามที่เราได้ประพฤติปฏิบัติต่อผู้อื่น สุขภาพดี ไม่ทนทุกข์ทรมานกับโรคต่างๆ เพียงเท่านี้ชีวิตก็มีความสุขเหลือคณา


ทำไมการโหมออกกำลังกายมากเกินไป จึงเร่งความชราให้เร็วขึ้น

ผลการศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ ได้ยืนยันแล้วว่า ผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่าจะมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพดีกว่า แต่นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยยูแวสกูแล...

บทความยอดนิยม