บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Pycnogenol แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Pycnogenol แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพที่สุด ( ตอนจบ )



คำว่า " แก่ " พูดเบาๆก็เจ็บ อันที่จริงสังขารย่อมไม่เที่ยง มีหลากหลายวิธีที่จะชะลอความชราได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความมีวินัยของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกกินอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่านอนดึก มองโลกในแง่ดีเสมอ รวมถึงวิตามินคุณภาพสูงที่เหมาะสมกับวัย รถยนต์ยังต้องเติมน้ำมันเครื่อง คนเราก็ต้องเติมวิตามินให้ร่างกายด้วยเช่นกัน

สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพที่สุด มีดังนี้
1.pycnogenol   ที่สุดของวิตามินเหนือระดับ ในบรรดาสารต้านอนุมูลอิสระทั้งหลายในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็น Q10,glutathione ,grape seed,ester-c,vitamin e ,beta-carotene,selenium,astaxanthin ฯลฯ ไม่อาจเทียบได้กับ pycnogenol ซึ่งถือกำเนิดเกิดมา ตั้งแต่ ค.ศ 1947 โดย Dr.Jacques Masquelier นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ผู้ปรีชาสามารถ โดยค้นพบ OPC จากการสกัดเปลือกถั่วลิสง โดยบังเอิญ จากนั้นจึงต่อยอดพัฒนาและจดสิทธิบัตรกระบวนการสกัด OPC ( Oligomeric Proanthocyanidins ) จากเปลือกสนทะเลฝรั่งเศส ( frence maritime pine bark ) มีชื่อทางการค้า คือ pycnogenol
โดยสามารถสกัดได้ทั้งจากเปลือกสนฝรั่งเศสและเมล็ดองุ่นแดง ความเข้มข้นของ OPC โดยทั่วไป
ที่รู้จักกันมากที่สุดคือ 95% จะพบได้ในเมล็ดองุ่น และรองลงมา 80-85% ในเปลือกสนทะเลฝรั่งเศส

Dr.Jacques Masquelier ได้เคยกล่าวไว้ว่า " กระบวนการสกัดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้า flavonoid ไม่ได้รับการสกัดอย่างถูกต้อง มันจะมีความเป็นไปได้สูงที่สารต้านอนุมูลอิสระจะกลายเป็นอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

การค้นคว้างานวิจัยของ pycnogenol มีมากกว่า 280 บทความและ 98 การทดลองทางคลีนิก ยืนยันถึงความปลอดภัยในการกิน pycnogenol ซึ่งละลายน้ำได้ และมีความโดดเด่นในเรื่องผิวพรรณ กล่าวคือ  pycnogenol ลดความเสียหายของอนุมูลอิสระที่คอยพรากความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณ มีผลดีอย่างมากในการปกป้องคอลลาเจนและอีลาสตินจากการย่อยสลายของเอนไซม์โปรตีน ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจของนักวิทยาศาสตร์หลายคน ว่าทำไมการกิน pycnogenol สม่ำเสมอ จะสามารถย้อนอายุผิวได้มากถึง 10-15 ปี ดีกว่าการที่คนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน นิยมกินคอลลาเจนสกัดเป็นหลายพันมิลลิกรัม พอนานวันเข้า ร่างกายย่อยสลายไม่หมด จึงกลายเป็นผังผืดรัดที่ไต อันตรายเห็นๆ เพราะฉะนั้น การที่เราจะทดแทนและเสริมสร้างคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพจากวัยที่มากขึ้น ควรเลือกกิน Pycnogenol ®จะเป็นวิธีดูแลผิวพรรณและฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างปลอดภัยสูงสุด แถมยังสามารถป้องกันผลกระทบความเสียหายของแสงยูวีได้อีกด้วย

2. Alpha Lipoic Acid  หรือ ALA เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ครอบจักรวาล( Universal Antioxidation ) ถูกใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และทดลองทางคลีนิกในปี ค.ศ 1950 และได้รับการยอมรับในแง่ของสารต้านอนุมูลอิสระ ในปีค.ศ 1988

ร่างกายสามารถสร้างได้เอง จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น พบมากที่ตับ,เนื้อเยื่ออื่นๆและอาหารบางชนิดเช่น บร็อกโคลี่ ผักขม เครื่องในสัตว์ ยีสต์ มะเขือเทศ แต่ไม่มากพอที่จะใช้เพื่อเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(ชะลอความเสื่อมของเซลล์) บางประเทศอนุมัติให้เป็นยารักษาโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน (คนที่เป็นเบาหวานนานเกิน 5 ปีขึ้นไป มักจะมีอาการชาปลายมือปลายเท้า โดยเฉพาะบริเวณข้อมือหรือข้อเท้าเท่านั้น ) โรคตับอักเสบ เช่น ประเทศเยอรมัน แต่ในอเมริกาและญี่ปุ่น จัดเป็นอาหารเสริม

ALA  ทำหน้าที่เปลี่ยนกลูโคสให้กลายเป็นพลังงานและคอยจัดการกับอนุมูลอิสระ(Antioxidant)ที่ถูกปล่อยออกมาจากกระบวนการสลายกลูโคสภายในเซลล์ จึงมีผลในการลดน้ำตาลได้อีกด้วย แต่จะสร้างลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ทั้งสามารถออกฤทธิ์ได้ในส่วนของร่างกายที่เป็นน้ำและน้ำมัน เรามารู้จักก่อนนะคะว่าวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอีและวิตามินเค อาศัยน้ำดีช่วยในการดูดซึม ร่างกายเก็บสะสมไว้ที่ตับ หากมีมากเกินจะเกิดอาการแพ้ได้ ส่วนวิตามินที่ละลายได้ดีในน้ำ เช่น วิตามินบีและวิตามินซี ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้จากการกินเข้าไปเท่านั้น หากมีมากเกิน ร่างกายจะขับออกมาทางปัสสาวะ ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระแทบทุกตัวจะออกฤทธิ์ได้ดีในส่วนที่เป็นน้ำหรือน้ำมันเท่านั้น

กรดอัลฟ่าไลโปอิก มีบทบาทส่งเสริมการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นให้กลับมาใช้งานได้ใหม่ เช่น วิตามินซี วิตามินอี กลูต้าไธโอนและCOQ10 ปกติสารต้านอนุมูลอิสระพวกนี้เมื่อผ่านกระบวนการกำจัดอนุมูลอิสระแล้ว จะหมดฤทธิ์ทันทีแต่กรดอัลฟ่าไลโปอิกจะชุบชีวิตให้ฟื้นคืนเพื่อทำหน้าที่อีกครั้ง แถมโดดเด่นด้วยคุณสมบัติลดขนาดรูขุมขน ลดริ้วรอยและส่งเสริมให้ผิวขาวใสได้อีก ซึ่งแทบไม่มีวิตามินตัวไหนมีคุณสมบัติเหมือน ALA โดยเฉพาะลดขนาดรูขุมขนได้จริง เครื่องสำอางบางแบรนด์มีส่วนผสมของ ALA ยังต้องรีบจดสิทธิบัตรไว้เลยนะคะ

3.SOD สารสกัดจากแคนตาลูปฝรั่งเศสอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นสายพันธ์ุที่หายาก ปลูกเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส มี SOD มากกว่าเมลอนธรรมดา 7 เท่า จดสิทธิบัตรโดยใช้ชื่อว่า Extramel  เอนไซม์ SOD ได้รับการขนานนามว่า " เอนไซม์แห่งชีวิต " ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ 1968

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ สามารถสกัดเอสโอดีจากแคนตาลูปฝรั่งเศส โดยใช้กรรมวิธีเทคโนโลยีชั้นสูงencapsulation จดสิทธิบัตรมีชื่อเรียกว่า GilSODin  เพื่อให้คงตัวในระบบทางเดินอาหาร ลอดผ่านการย่อยของกระเพาะอาหารโดยไม่ถูกทำลาย สามารถดูดซึมที่ลำไส้เล็กได้ดี

สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มเปอร์ออกไซด์ ( peroxide ) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีการซ้อนของโมเลกุลออกซิเจนมากเป็น 2 เท่าของสารอนุมูลอิสระทั่วไป ส่งผลให้สารต้านอนุมูลอิสระทั่วไป เช่น A,C,E ไม่สามารถกำจัดอนุมูลอิสระจำพวกนี้ได้ ร่างกายจึงสร้างสารต้านอนุมูลอิสระชนิดพิเศษขึ้นมาเรียกว่า SOD จัดว่าเอนไซม์ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้อย่างทรงพลังที่สุดลำดับต้นๆโดยเฉพาะกับเนื้อเยื่อผิวหนัง ช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงและลดอัตราการถูกทำลายของเซลล์จากอนุมูลอิสระได้ดีอีกด้วย

ครบถ้วนทุกประการในการจัดลำดับสุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระที่ไม่ควรพลาดแล้วนะคะ วิตามินมีคุณประโยชน์กับร่างกายมนุษย์หากรู้จักเลือกให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคน อายุขัยเดินหน้าไปเรื่อยๆเหลือทิ้งไว้เพียงความมีน้ำใจกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ความทรงจำและความดีงามที่เราได้ประพฤติปฏิบัติต่อผู้อื่น สุขภาพดี ไม่ทนทุกข์ทรมานกับโรคต่างๆ เพียงเท่านี้ชีวิตก็มีความสุขเหลือคณา


วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สารสกัดจากเปลือกสนทะเลฝรั่งเศส นิยามแห่งความอ่อนเยาว์เหนือกาลเวลา


 ที่สุดของวิตามินเหนือระดับ ในบรรดาสารต้านอนุมูลอิสระทั้งหลายในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็น Q10,glutathione ,grape seed,ester-c,vitamin e ,beta-carotene,selenium,astaxanthin ฯลฯ ไม่อาจเทียบได้กับ pycnogenol ซึ่งถือกำเนิดเกิดมา ตั้งแต่ ค.ศ 1947 โดย Dr.Jacques Masquelier นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ผู้ปรีชาสามารถ โดยค้นพบ OPC จากการสกัดเปลือกถั่วลิสง โดยบังเอิญ จากนั้นจึงต่อยอดพัฒนาและจดสิทธิบัตรกระบวนการสกัด OPC ( Oligomeric Proanthocyanidins ) จากเปลือกสนทะเลฝรั่งเศส ( frence maritime pine bark ) มีชื่อทางการค้า คือ pycnogenol
โดยสามารถสกัดได้ทั้งจากเปลือกสนฝรั่งเศสและเมล็ดองุ่นแดง ความเข้มข้นของ OPC โดยทั่วไป
ที่รู้จักกันมากที่สุดคือ 95% จะพบได้ในเมล็ดองุ่น และรองลงมา 80-85% ในเปลือกสนทะเลฝรั่งเศส

 Dr.Jacques Masquelier ได้เคยกล่าวไว้ว่า " กระบวนการสกัดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้า flavonoid ไม่ได้รับการสกัดอย่างถูกต้อง มันจะมีความเป็นไปได้สูงที่สารต้านอนุมูลอิสระจะกลายเป็นอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย " บรื้อส์ ทำไมท่านพูดได้น่ากลัวอย่างนี้ล่ะ

 ในอดีต จะสกัดOPC ในเปลือกของสนทะเลฝรั่งเศส ได้แค่ 80-85% แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีชั้นสูง สามารถสกัดด้วยกรรมวิธีพิเศษ ผสมผสานเอกลักษณ์ของธรรมชาติในอัตราส่วนคงที่ ระหว่าง proanthocyanidins ,phenolic ,flavonoid และ organic acid โดยสกัด OPC จากเปลือกสนทะเลฝรั่งเศสได้มากถึง 90% แล้วนะคะ น่าสนใจมากๆตรงนี้แหละ สิทธิบัตรที่ใครๆก็อยากครอบครอง

                 มีประโยชน์อย่างไร
1.ปรับผิวพรรณให้เนียนนุ่ม ขาวใส จากคุณสมบัติเพิ่มกรดไฮยาลูโรนิกในชั้นผิวหนังมากขึ้น 44% ส่งผลให้นอกจากขาวใสแล้วยังลดเลือนริ้วรอยลึกได้อีกด้วย
2.ปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำ กระ ฝ้า สีผิวไม่สม่ำเสมอจากการทำลายของแสง UV และความเสื่อมของวัย ได้ดีมาก จากคุณสมบัติปกป้องเซลล์จากความเสียหายจากรังสี UV
3.ลดความดันโลหิตสูง จากการเพิ่มประสิทธิภาพผลิตไนตริกออกไซด์ในผนังหลอดเลือดแดง เพื่อลดแรงดันและเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังอวัยวะต่างๆ ดังนั้นจึงช่วยลดความดันในหลอดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดคลายตัว ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น มีความยืดหยุ่นสมบูรณ์แบบ ลดโอกาสเกิดโรคความดันโลหิตสูง,ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัวและโรคหัวใจ ตามทฤษฎี "โมเลกุลแห่งชีวิต ; ไนตริกออกไซด์ในหลอดเลือดหัวใจ"ของ Professer Louis Ligarro เภสัชกรชาวอเมริกัน เจ้าของรางวัลโนเบล ปี ค.ศ 1998 สาขาสรีระวิทยาหรือการแพทย์ นั่นเอง
4.ลดระดับน้ำตาลในเลือด
5.ปรับปรุงและสร้างสมดุลคุณภาพของสเปิร์ม
6.รักษาเส้นเลือดขอดและลดความเสี่ยงของหลอดเลือดดำอุดตัน
7.ป้องกันผลกระทบต่อร่างกายความเสียหายจากควันบุหรี่
8.ลดความเจ็บปวด (การบีบรัดตัวของมดลูก ) ระหว่างมีประจำเดือน
9.เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของเส้นเลือด
10.ลดไขมันคอเลสเตอรอลและลดอุบัติการณ์โรคหลอดเลือดสมอง
11.ลดอาการวัยทอง เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออก
12.ลดอาการภูมิแพ้, หอบหืด,หูอื้อ
13. ปรับปรุงลานสายตาจากภาวะจอประสาทตาเสื่อม
14.บรรเทาอาการโรค ADHD ( Attention Deficit Hyperactivity Disorder ) หรือเรียกว่า สมาธิสั้น นั่นเอง ในต่างประเทศ เป็นที่นิยมมาก
15. บรรเทาความเครียดและเพิ่มพลังงานให้เซลล์ต่างๆในร่างกาย
16. ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง ,โรคหลอดเลือดหัวใจ
17.เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์

 การค้นคว้างานวิจัยของ pycnogenol มีมากกว่า 280 บทความและ 98 การทดลองทางคลีนิก ยืนยันถึงความปลอดภัยในการกิน pycnogenol ซึ่งละลายน้ำได้ และมีความโดดเด่นในเรื่องผิวพรรณ กล่าวคือ

 pycnogenol ลดความเสียหายของอนุมูลอิสระที่คอยพรากความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณ มีผลดีอย่างมากในการปกป้องคอลลาเจนและอีลาสตินจากการย่อยสลายของเอนไซม์โปรตีน ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจของนักวิทยาศาสตร์หลายคน ว่าทำไมการกิน pycnogenol สม่ำเสมอ จะสามารถย้อนอายุผิวได้มากถึง 10-15 ปี 


ดีกว่าการที่คนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน นิยมกินคอลลาเจนสกัดเป็นหลายพันมิลลิกรัม พอนานวันเข้า ร่างกายย่อยสลายไม่หมด จึงกลายเป็นผังผืดรัดที่ไต อันตรายเห็นๆ เพราะฉะนั้น การที่เราจะทดแทนและเสริมสร้างคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพจากวัยที่มากขึ้น ควรเลือกกิน Pycnogenol ®จะเป็นวิธีดูแลผิวพรรณและฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างปลอดภัยสูงสุด แถมยังสามารถป้องกันผลกระทบความเสียหายของแสงยูวีได้อีกด้วย

 Pycnogenol ®ยังเกิดผลดีในผิวหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ ลดลงอย่างชัดเจนภายใน 16 สัปดาห์

 แป้งมองข้าม super anti- oxidant ตัวนี้ไปตั้งแต่คราวแรก เพราะเห็นว่ามี OPC มากที่สุดแค่ 85% แต่ต้องรีบหันกลับมาทบทวนใหม่ เมื่อศึกษาข้อมูลจากเวปต่างประเทศแล้ว พบว่า เมื่อก่อน pycnogenol จากเปลือกสนทะเลฝรั่งเศส ที่จดสิทธิบัตรกระบวนการสกัดด้วยกรรมวิธีพิเศษนั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของ Dr.Jacques Masquelier แต่ปัจจุบัน (นานแล้ว ) ได้ถูกเปลี่ยนมือมาเป็นสิทธิบัตรของ บริษัท Horphag Research มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และสำนักงานสาขาในสหรัฐอเมริกา ผู้มีสิทธิ์ขาดในการทำตลาดและจัดจำหน่ายเพียงผู้เดียวทั่วโลก เป็นสัจธรรมที่ปลาใหญ่ย่อมต้องกินปลาเล็กเสมอ

 อย่าสับสนนะคะ เพราะมี pycnogenol หลายยี่ห้อ เขียนแปะข้างขวดว่า standardize 95% polyphenols ราคาถูกมาก คาดว่าน่าจะสกัดมาจาก grape seed , เปลือกถั่วลิสง,แอปเปิ้ล ก็เป็นได้ ที่ถูกต้องจะเขียนข้างขวดว่า standardize .....% proanthocyanidins ต่างหาก จึงจะถือได้ว่า เป็น pycnogenol ที่สกัดมาจากเปลือกสนทะเลฝรั่งเศส อย่างแท้จริง และต้องระวัง pycnogenol ที่สกัดจากเปลือกสนปนเปื้อนจากจีน ราคาถูกเช่นเดียวกัน

 แป้งเลือกกิน pycnogenol 100 mg วันละ 2 เม็ด หลังอาหารเช้า เพียง 4 สัปดาห์ ( แต่ก่อนหน้านั้นกินวิตามินผิวขาวใสเป็นเวลาปีกว่าๆ ) ผิวเปล่งปลั่ง ขาวใส มีน้ำมีนวล ยากที่จะหาวิตามินใดมีศักยภาพเทียบเท่า


 นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเจ้าของรางวัลโนเบล ปีค.ศ 1998 Professer Louis Ligarro ยังแนะนำให้กิน pycnogenol เลย เราจะไม่สนใจกินสุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระเหนือกาลเวลาเหรอค่ะ

 เวลาที่ทำเลเซอร์หรือนวัตกรรมความงามใดๆ ก็งดงามแค่ใบหน้า แต่ทว่า กิน pycnogenol เรียกได้ว่า "สวยทุกเซลล์ " จากภายในเปล่งประกายสู่ภายนอกเลยนะคะ
 

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

เหตุผลที่ควรเลือกกินเปลือกสนฝรั่งเศส ( Pycnogenol )

เปลือกสนฝรั่งเศส หรือ Pycnogenol เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท Horphag Research Ltd.สำหรับสารสกัดธรรมชาติจากพืชได้จากเปลือกสนฝรั่งเศส เป็นต้นสนที่เจริญเติบโตแถบฝั่งทะเลทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบริเวณที่ปลอดจากปุ๋ยและสารกำจัดแมลงทุกชนิด


 เปลือกสนฝรั่งเศสเก็บจากต้นสนที่มีอายุตั้งแต่ 30-50 ปี ขณะตัดทำซุงและพบว่า ประกอบด้วยส่วนผสมหายากหลายชนิด ได้แก่ โปรไซยานิดินส์ ( procyanidins ) ไบโอฟลาโวนอยด์ ( bioflavonoids ) และกรดอินทรีย์ ( organic acids ) ซึ่งล้วนมีคุณสมบัติที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย 


 Horphag Research Ltd. เป็นผู้ผลิต pycnogenol จากเปลือกสนฝรั่งเศส จำหน่ายไปทั่วโลกแต่เพียงผู้เดียว ทั้งยังเป็นผู้นำด้านการวิจัย pycnogenol ตลอดเวลา 40 ปีที่ผ่านมา 

โดยมีผลงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่มากกว่า 220 ฉบับ พร้อมด้วยการนำไปทดลองใช้ถึง 80 ครั้งกับผู้ป่วยจำนวน 7000 คนเพื่อยืนยันถึงความปลอดภัย ไม่เป็นพิษแต่อย่างใดและความมีประสิทธิภาพมาตั้งแต่ปี 1975 


 Horphag Research Ltd. ได้รับรางวัล Frost & Sullivan North American Health Ingredient Excellence in Research Award ในปี 2008 จากการผลิต pycnogenol รางวัลนี้เป็นรางวัลสูงสุด ยืนยันถึงความมุ่งมั่นอันแข็งแกร่งของ Horphag ที่จะพัฒนาและวิจัยค้นคว้านวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดระยะ 40 ปีที่ผ่านมา


 ความแตกต่างระหว่าง OPC ใน pycnogenol ( สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส ) และ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 


 Pycnogenol ผ่านการสกัดด้วยเทคโนโลยีที่มีสิทธิบัตรโดยใช้แอลกอฮอล์ เกลือและน้ำ ในสภาวะความดันสูงแต่อุณหภูมิต่ำ ( -40 องศาเซลเซียส ) ได้สารประกอบด้วย โปรไซยานิดินส์ ( procyanidins ) ไบโอฟลาโวนอยด์ ( bioflavonoids ) และกรดอินทรีย์ ( organic acids ) มากกว่า 40 ชนิด 


 กรดอินทรีย์ธรรมชาติเหล่านี้ได้ผ่านการพิสูจน์ทางคลีนิคแล้วว่า สามารถต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการไหลเวียนเลือดและการนำพาออกซิเจนไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ


 สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ใช้วิธีสกัดด้วยตัวทำละลายออร์แกนิค เช่น คลอโรฟอร์ม อาจไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ หากบริโภคติดต่อกันเวลานาน ควรเลือกยี่ห้อที่มีคุณภาพสูงและผลิตด้วยกรรมวิธีเทคโนโลยีที่ทันสมัยด้วยนะคะ

ทำไมการโหมออกกำลังกายมากเกินไป จึงเร่งความชราให้เร็วขึ้น

ผลการศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ ได้ยืนยันแล้วว่า ผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่าจะมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพดีกว่า แต่นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยยูแวสกูแล...

บทความยอดนิยม