บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลเซอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลเซอร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เลือก skincare อย่างไรดีให้เห็นผลและคุ้มค่าเงิน ตอนที่ 3

 
                  การทาครีมหลายๆตัว ไม่ว่าจะเป็น ครีมลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน whitening ครีมยกกระชับ สารพัดครีมที่เราคิดไปเองว่าจะช่วยให้หนังหน้าดีขึ้นมาบ้าง หรือ ใบหน้าจะสวยใสเหมือนวัยรุ่น ทั้งๆที่ ผิวหน้าเสื่อมสภาพจากวัยที่ล่วงเลย สีผิวไม่สม่ำเสมอจากแสงแดด ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อยจากมลภาวะ คนส่วนใหญ่มักจะหลงเพ้อไปตามคำโฆษณาของนายทุนผู้ประกอบธุรกิจเครื่องสำอาง ยิ่งอ่านคำโปรยโฆษณาตามนิตยสารต่างๆ แม้กระทั่งแผ่นพับของเครื่องสำอางแบรนด์ดังหรือlocal brand (เครื่องสำอางที่ผลิตภายในประเทศ) ต่างสรรค์สร้างคำพูดเริ่ดหรูว่าทาครีมของเค้าแล้ว จะสวยโดดเด้ง ริ้วรอยหายวับไปกับตา ผิวขาวใสเหมือนในอุดมคติ ยิ่งเคาน์เตอร์แบรนด์ที่มีสูตรสิทธิบัตรไปทั่วโลก จะตอกย้ำความภูมิใจในผลิตภัณฑ์นั้นจะช่วยแก้สารพันปัญหาบนใบหน้าที่หมองคล้ำ ดำแดดเหมือนโดนของได้ชะงัด

                  ในความเป็นจริง ยิ่งเราทาครีมบำรุงมากเท่าไหร่ การอุดตัน ตกค้างของเนื้อครีมที่เหนียวข้นและสารกันเสียยิ่งมีมากเท่านั้น หากเป็นคนผิวธรรมดาชนิดเนียนละเอียด รูขุมขนเล็กดั่งสาวเกาหลี จะไม่ค่อยเกิดปัญหาผิว แต่ถ้าไม่ใช่ที่กล่าวมา เราทาครีมหมดทั้งเคาน์เตอร์ก็ไม่ได้ทำให้ผิวสวยขึ้นมาแต่อย่างใด ยิ่งที่โฆษณาว่า ลดเลือนริ้วรอย กระ ฝ้า ปัญหาสิว ผิวอุดตัน ส่วนใหญ่มักแยกครีมบำรุงคนละกระปุก ปัญหาผิวมักจะเริ่มปรากฎชัดเจนเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป อยากจะใช้แค่กระปุกเดียวแต่ปัญหาหนังหน้าอย่างอื่น ก็ไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ต้องทาครีมบำรุงมากกว่า 5 กระปุกขึ้นไป บางคนกว่าจะได้นอน ปาเข้าไปเที่ยงคืน(รอให้ครีมแต่ละตัวซึมซาบสู่ผิว) ไม่งั้นเดี๋ยวไม่สวย ลำบากไปหรือเปล่าเนี่ย

                  แป้งเองก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ครีมบำรุง เซรั่ม สารพัดยี่ห้อ(หลงเชื่อโฆษณา อ่านแล้วเคลิบเคลิ้ม)ไม่ต่ำกว่า 10 ขวดในตอนเช้าและกลางคืน เป็นคนใจร้อนและชอบลองครีมเคาน์เตอร์แบรนด์ กลัวว่าหากใช้แค่ตัวเดียว จะเห็นผลช้า ผิวหน้าจะเหี่ยวล้ำหน้าไปก่อน จึงไม่เคยรีรอที่จะใช้ครีมบำรุงแค่ตัวเดียว แป้งไม่ได้มีต้นทุนสุขภาพผิวดีตั้งแต่เกิดจึงต้องดูแลมากเป็นพิเศษ ถามว่า ผิวหน้าดีขึ้นมั๊ย หลังจากที่ประโคมครีมบำรุงนานาชนิด ขอตอบอย่างภาคภูมิใจมากค่ะ ไม่ได้ดีขึ้นสักเท่าไหร่ ดีกว่าไม่ได้ทาอ่ะค่ะ

                  หลังจากที่เริ่มสังเกตุใบหน้าหลังจากทำเลเซอร์และการใช้ครีมบำรุง ทำให้รู้ว่า เลเซอร์ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ และกระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวเพียงชั่วคราว ส่งผลให้ผิวหน้ากระชับ ริ้วรอยลดลง หน้าขาวใส ทาครีมอะไรก็สวยเด้งไปหมด สักพักทุกอย่างกลับคืนดังเดิม อ้าว! แล้วครีมที่เราทาลงไปมิได้ช่วยชะลอความชราของใบหน้าเลยหรือนี่ คิดได้ดังนั้น จึงเริ่มต้นศึกษาหาข้อมูลว่า ส่วนประกอบ(ingredients)แต่ละตัวที่ล้ำค่าผสมอยู่ในเครื่องสำอางนั้น ซึ่งใส่มาให้แค่วิญญาณ(ปริมาณน้อย ดูได้จากการเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ตัวที่มีผลเลิศกับผิวจะอยู่กลางๆ ค่อนไปท้ายหรือบางทีไม่มีเลย) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเฉยๆ,บำรุงล้ำลึกหรือแค่เคลือบผิวให้อุดตัน (เกิดสิวอักเสบ)กันแน่

                  บางแบรนด์ โม้มาได้ว่า ทาครีมที่เต็มไปด้วย silicone จะช่วยลดริ้วรอยซึ่งอ่านจากส่วนผสมแล้วไม่น่าเป็นไปได้ เพราะไม่ได้มีส่วนประกอบที่ออกฤทธิ์ (active ingredients) ช่วยในการลดริ้วรอยได้เลย ประกอบกับได้ทดลองทาครีมที่หลังมือ พอเกลี่ยครีมเสร็จ อุ๊ย! ทำไมหลังมือเรียบขึ้น จึงได้คิดเพ้อฝันไปว่า ครีมตัวนี้จะช่วยปัดริ้วรอยใต้ตาให้หายวับได้แน่นอน ว๊าว! แต่แป้งก็อยากลองนะคะ จัดมาเลย 3 หลอด แค่บีบครีมที่เหนียวข้น เกลี่ยครีมยากเหลือเกิน ป้ายลงใต้ตา วินาทีที่ครีมพยายามแทรกซึมลงผิว แป้งรู้ได้เลยทันที เวรกรรม! หลอกกันนี่หว่า

                   เป็นที่มาของการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับส่วนผสมที่ลดเลือนริ้วรอยได้จริงๆ หลังจากได้ข้อมูลมากพอ จึงสรุปได้ว่า ครีมเคาน์เตอร์แบรนด์ ใช้ผลการทดลองในห้องปฎิบัติการมาเป็นมาตรวัดว่าใช้ครีมบำรุงแล้ว ริ้วรอยจางลง สีผิวสม่ำเสมอ รูขุมขนกระชับขึ้น บลาๆๆ ซึ่งผลการทดลองทางคลีนิกใช้กลุ่มตัวอย่างน้อยเกินไปด้วยซ้ำ (บางแบรนด์ใช้แค่20-80คน ซึ่งส่วนใหญ่ให้คะแนนความพึงพอใจ จากการสะกดจิต คิดไปเองทั้งนั้น ) แต่พอเรานำมาใช้ในสภาพผิวปกติหรือผิวที่ย่ำแย่ ชำรุดทรุดโทรม ประกอบกับวัยที่โรยรา หาได้เกิดประโยชน์กับผิวแต่อย่างใด อีกทั้งต้นทุนผิวก็ไม่ได้ดีเด่อยู่แล้ว จึงได้มองหาส่วนประกอบที่สามารถชุบชีวิตผิวใหม่ ถึงแม้จะไม่เทียบเคียงเลเซอร์ แต่กลับทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อโครงสร้างผิวชนิดที่ไม่เคยได้รับจากครีมบำรุงใดๆ มาก่อนเลย

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ไขความลับเลเซอร์ ความจริงที่คุณควรรู้ (ตอนจบ)


  จากการทำเลเซอร์มาหลายๆครั้ง ทำให้ได้รู้สัจธรรมแห่งความงดงามว่า ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน เลเซอร์ก็เช่นเดียวกัน ตอนทำใหม่ๆ ใบหน้าเรียบเนียน สวยใสเหมือนวัยรุ่น ทาครีมอะไร หน้าก็เด้งไปหมด แต่พอหมดฤทธิ์การกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวชั่วคราว หน้าก็กลับสู่สภาพเดิม แต่จะหนักกว่าเดิมค่ะ เพราะขณะที่เลเซอร์(พลังงานความร้อนผ่าน)ผิวชั้นนอก(epidermis)ทะลุทะลวงถึงชั้นหนังแท้(dermis) ได้สร้างความเสียหายไว้กับผิวพอสมควร เพราะจะทำให้ผิวหน้าบอบบางเสียยิ่งกว่าผิวทารกเสียอีก ปราการที่คอยปกป้องผิวจะสูญเสียไป(ผิวจึงแห้งกร้าน บางคนลอกเป็นขุย) พอใบหน้าแห้ง สิ่งที่อันตรายมากที่สุดคือ พอใบหน้าถูกแสงแดด หรือโดนความร้อนจากการทำอาหาร ไดร์เป่าผม ฯลฯ  ผิวหน้าของเราจะดูดความร้อนมาสะสมไว้ นานวันเข้า กระ ฝ้าจึงมาเยือนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
                          
 แป้งสังเกตว่า ทำไมเรามีกระเพิ่มขึ้นกว่าปกติ นึกได้ว่าเพราะเลเซอร์นี่เอง ยังคิดเสียใจอยู่เลย ไม่น่าไปทดลองทำเลเซอร์ราคาถูกเลย ทำกับหมอเก่งๆ อย่าง นพ.รัสส์ภูมิ สุเมธิวิทย์ ก็ดีอยู่แล้ว เพราะแพทย์ที่เชี่ยวชาญและมากฝีมือ จะประเมินปัญหาหน้าของเรา แล้วจึงใช้ชนิดของเลเซอร์ให้เหมาะกับจุดบกพร่อง และตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสมที่จะแก้ไขปัญหาผิวหน้า แต่ที่คนส่วนใหญ่เจอคือ ทำแล้วไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น 

ก็ด้วยเหตุผลที่แป้งเคยเขียนไว้ใน blog ที่ผ่านมา แพทย์ผิวหนังที่จบมาแต่ละปี มีจำนวนแค่ 80คนต่อรุ่น แล้วที่เราทำเลเซอร์กันโครมๆ จบ board ผิวหนังกันรึเปล่าน๊า หรือว่า??  ส่วนใหญ่ยังคงต้องใช้ทุนให้กับรัฐบาลอยู่ เพราะฉะนั้นปัญหาการขาดแคลนแพทย์จึงเป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งไม่เพียงแต่สาขาผิวหนังเท่านั้น สาขาอื่นๆก็เช่นเดียวกัน

                          
 จากนี้ แป้งคงไม่ข้องเกี่ยวกับเลเซอร์อีกต่อไป เพราะปัญหาหลุมสิว ได้ถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องทำให้ตัวเองสวยเพียงชั่วคราว(หลอกตัวเอง) แล้วทิ้งปัญหาผิวหน้าให้เรามหาศาลหรอกค่ะ ช่วงนั้นใบหน้าจะบอบบางมากกว่าปกติ เป็นปีนะคะ กว่าจะกลับคืนสมดุล ตอนนี้รู้สึกว่าผิวหนังไม่เหมือนเดิมเท่าไหร่ ปกติผิวหน้าแป้งแข็งแรงมาก แต่ scrub หน้านิดหน่อยก็แสบผิวแล้ว 

ประกอบกับอายุมากขึ้น ทุกอย่างเสื่อมโทรมไปหมด ไม่ใช่แป้งคนเดียวนะคะ แป้งเคยเห็นหน้าหมอผิวหนังชื่อดังที่มีอายุพอสมควร  น่าจะ(เกิน50ปี) เก่งด้วยนะคะ แป้งชอบอ่านหนังสือมากเลยค่ะ อ่านบทความเค้าอยู่บ่อยๆ  ปีที่แล้วหน้ายังเรียบสวยอยู่เลย แต่เห็นอีกที อ้าว!ทำไมหน้าดำ ฝ้า กระ เต็มไปหมด กลายเป็นคนละคนเลยค่ะ หากใครมาถามว่า "ทำเลเซอร์ดีมั๊ย" แป้งจะห้ามทันที หากมีผิวหน้าแห้งอยู่แล้ว ไม่สมควรอย่างยิ่ง เก็บเงินไว้ซื้อครีมลดริ้วรอยคุณภาพเยี่ยมดีกว่า วันหลังจะมาแนะนำให้ค่ะ เห็นผลชัดเจน ใครที่มีผิวแห้งจะยิ่งติดใจ แล้วไม่ต้องใช้ครีมหลายตัว ใช้อย่างเดียวก็พอ

                          
 เรื่องกระ ฝ้า เป็นปัญหาระดับภูมิภาค แก้ไขยาก แม้กระทั่งเลเซอร์ก็ไม่มีทางทำได้ ส่วนใหญ่ รอยกระ ฝ้า จางลงเพียงชั่วคราว เมลาโนไซต์(กลไกควบคุมเม็ดสี)ทำงานมากผิดปกติ จึงกระตุ้นให้ผิวหนังมีสีเข้มขึ้น ตรงข้ามกับผมหงอก ที่เมลาโนไซต์หยุดทำงาน เส้นผมบริเวณนั้นจึงกลายเป็นสีขาว ถึงจะย้อมผมปกปิด แต่เส้นผมที่งอกขึ้นมาใหม่ก็จะมีสีขาวดังเดิม แป้งโชคดีมากที่ผมยังไม่หงอกค่ะ อิอิ
                          
 คนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อครีมลดฝ้า ซึ่งผสมตัวยา ไฮโดรควิโนน(hydroquinone ) ความเข้มข้น2-4% ยิ่งมีความเข้มข้นสูง(ประเทศไทยจัดเป็นยาควบคุม จำหน่ายในโรงพยาบาลหรือคลีนิคผิวหนังเท่านั้น) ประสิทธิภาพที่ทำให้ฝ้าจางลงสูงขึ้น แต่จะมีผลข้างเคียงคือ ระคายเคืองผิว และทำให้ใบหน้าเวลาถูกแสงแดดจะดูดแสง uv มาไว้ที่ใบหน้าของเรา ส่งผลให้หน้าดำกว่าเดิมค่ะ โอ๊ย!น่ากลัวจัง อย่าใช้เลยนะ 

แป้งว่าลองใช้ azeleic acid(หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป) เป็นยารักษาสิว ที่มีฤทธิ์ทำให้สีผิวจางลง โดยชะลอการสร้างเม็ดสีที่ผิวหนัง อาจทำให้เกิดการระคายผิว แต่ไม่ทำให้ผิวไวต่อแสงเหมือน tretinoin หรือ hydroquinone นะคะ ระวังครีมแก้ฝ้าราคาถูกที่ไม่ผ่าน อ.ย ผสมสารปรอทแถมมาด้วยทั้งนั้น สวยแป๊บเดียวแต่หน้าพังเป็นปี กว่าจะรักษาให้คืนกลับมาดังเดิม หมดเงินไม่รู้เท่าไหร่ 

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ไขความลับเลเซอร์ เรื่องจริงที่คุณควรรู้ (ตอนที่1)


                   ต่อจากความเดิมตอนที่แล้ว ขณะนั้นอายุได้ 32ปีพอดิบพอดี แป้งคิดเองว่า เลเซอร์ทำให้ต่อมไขมันทำงานน้อยลง หน้าเราจะไม่มัน สิวจะไม่เกิด คิดได้ดังนั้น ไม่รอช้า มาถึงการเลือกคลีนิคที่จะทำ หันซ้ายหันขวา เอาคลีนิคที่ดูดีมีสกุลรุนชาติ มีโปรไฟล์แพทย์ติดหน้าร้าน ที่สำคัญ คนไม่เยอะ แป้งลงคอร์สเลเซอร์ครั้งแรกชื่อ aramis หรือ cool touch laser (เติมเต็มหลุมสิว ลดริ้วรอย) ทำให้ค้นพบว่า การทำเลเซอร์ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีเลิศนั้น มีปัจจัยดังต่อไปนี้

                   1.ฝีมือแพทย์ เรียกได้ว่า เป็นปัจจัยหลักที่จะเนรมิตใบหน้าใหม่ให้กับเราเลยทีเดียว ตอนแรกแป้งก็คิดเหมือนคนทั่วไปว่า หากกำหนดค่าความยาวคลื่นแสงให้เหมาะสม กำหนดระดับความลึกของตำแหน่งเป้าหมายด้วยขนาดลำแสงและความยาวคลื่นแสง รวมทั้งขอบเขตการทำลายเนื้อเยื่อจากระยะการยิงเลเซอร์และความถี่ของการยิง (frequency) หมอคนไหนก็ทำได้ ผิดถนัดค่ะ

                   แป้งทำเลเซอร์แต่ละครั้งเจอหมอไม่ซ้ำกันซักคน ลืมบอกไปค่ะ ทำที่doctor younger สาขารามคำแหง ใกล้บ้าน คอร์สนึงมี5ครั้ง ทำห่างกันเดือนละครั้ง พอครั้งที่4 นับได้ว่าโชคดีที่สุด เพราะได้เจอกับ นพ.รัสส์ภูมิ สุเมธิวิทย์ คุณหมอคนเก่งและมากด้วยประสบการณ์ ด้วยความแตกต่างทำให้รู้แจ้งเห็นจริงคราวนี้ คุณหมอยิงละเอียดที่สุด ย้ำในจุดที่เรามีปัญหา ใจดีและใจเย็นที่สุด (คุณหมอมีคนไข้รอเยอะมาก) หลังแปะยาชา45นาที คุณหมอทำ subcission (ใช้เข็มสะกิดผังผืด) ให้ด้วย จากนั้นจึงยิงเลเซอร์นานกว่าหมอคนอื่น

                   เลเซอร์ตัวนี้ไม่เจ็บเท่าไหร่ เว้นบางตำแหน่งที่แปะชาไม่ทั่วถึง (คิดเอาเอง) มีสะดุ้งเล็กน้อย ครั้งสุดท้ายก็ไปตรงวันที่คุณหมอออกตรวจ สารภาพว่าเนื่องจากไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน จึงไม่ได้เสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับคุณหมอ

                  จนกระทั่งวันหนึ่ง(6เดือนผ่านไป) อ่านประวัติคุณหมอในหนังสือเล่มนึง ปรากฎว่า คุณหมอจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ด้วยเกียรตินิยมแล้วได้ fellow (วุฒิบัตร) ที่อเมริกา ว๊าว! แป้งเจอหมอผิวหนังที่เก่งและมากด้วยประสบการณ์แล้วจ้า
                   ผลลัพธ์ออกมา เวลาเจอเพื่อนที่เรียนพยาบาลรุ่นดียวกัน ทุกคนจะพูดแบบเดียวกันว่า แป้งไปทำอะไรมา ทำไมสวยขึ้น (ปกติหน้ามันและเป็นสิว) ช่วงที่ทำเลเซอร์ นอกจากหน้าจะไม่มีสิวมากวนใจแล้ว ผิวยังเรียบเนียน นุ่มละเอียด รูขุมขนกระชับขึ้น (ก็จริงเพราะเลเซอร์กระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัว เกิดการสร้างคอลลาเจนชั่วคราว ผิวจึงกระชับ ตึงขึ้น แถมต่อมไขมันยังทำงานน้อยลงแบบไม่ต้องกินไดแอน) เหมาะสำหรับคนเป็นสิว ผิวมัน จริงๆนะเนี่ย ชอบมากมาย ถึงจะรู้ว่า ไม่นานผิวจะกลับเป็นเหมือนเดิม แต่หลุมสิว ตื้นแล้วตื้นเลย หน้าเรียบกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ แค่นี้ก็พอใจล่ะ จึงตั้งใจว่า จะทำเลเซอร์2ปีครั้ง ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ มันเจ็บอยู่นะคะ ตอนทำทุกครั้ง ยังคิดในใจว่า"อยากสวยต้องอดทน เกิดมาผิวไม่ดีนี่นา"

                   อยากบอกว่า เวลาคิดจะทำเลเซอร์ เราต้องเลือกหมอด้วยค่ะ ใบหน้าเรามีค่านะคะ ที่สำคัญไม่ได้ทำฟรี เสียเงินเป็นจำนวนมาก เราจะต้องเลือกทำกับหมอฝีมือดีๆมีประสบการณ์ ถ้าไม่เก่ง แป้งไม่กล้าทำหรอกค่ะ กลัวหน้าพัง หน้าดำยิ่งกว่าเดิม ยิ่งถ้าให้พยาบาลหรือผู้ช่วยทำ นี่บอกศาลากันเลยดีกว่า ไม่เอาด้วยหรอก หมอเค้าเรียนมาตั้งเท่าไหร่

                   2.เครื่องมือ หากผลิตในอเมริกาหรือยุโรป จะมีเทคโนโยีและประสิทธิภาพมากกว่าที่ผลิตในจีนหลายเท่าตัว

                    มีหลายคนที่เสียเงินเป็นจำนวนมากในการทำเลเซอร์แล้วไม่ได้มีผลลัพธ์ที่แตกต่างเกิดขึ้นกับใบหน้า ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นค่ะ

ทำไมการโหมออกกำลังกายมากเกินไป จึงเร่งความชราให้เร็วขึ้น

ผลการศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ ได้ยืนยันแล้วว่า ผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่าจะมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพดีกว่า แต่นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยยูแวสกูแล...

บทความยอดนิยม