บทความที่ได้รับความนิยม

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กลูต้าไธโอน ( glutathione ) สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระที่มาพร้อมกับความขาวใสเหนือความคาดหมาย


กลูต้าไธโอน แทบไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก แต่ส่วนใหญ่เป็นในทางลบเสียมากกว่า ส่วนตัวแป้งซึ่งอยู่ในแวดวงสุขภาพทางเลือกกลับมีความเห็นไปทางบวกค่ะ

glutathioneเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่นในcytoplasmaของเซลล์ เรียกได้ว่าแทบทุกเซลล์ในร่างกายมนุษย์จะต้องมีกลูต้าไธโอนถูกสังเคราะห์จาก 3 กรดอะมิโนในกระบวนการ 2ขั้นตอน เริ่มด้วยการรวมตัวกันของ glutamic acid & cysteine สิ้นสุดด้วย glycine

นอกจากนี้กลูตาไธโอนยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ถูกสร้างและใช้มากที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่ปกป้องสายตาของคนเราช่วยเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตที่สะสมในร่างกายให้เป็นพลังงานและป้องกันการสะสมของไขมันซึ่งอาจนำไปสู่การเป็นโรคหัวใจ

กลูต้าไธโอนมีหน้าที่ปกป้องทุกเซลล์ของร่างกาย แต่พออายุมากขึ้น ปริมาณกลูตาไธโอนในร่างกายจะลดน้อยลงหรือถูกผลิตช้าลง เมื่อย่างเข้าอายุ 20ปี ปริมาณกลูตาไธโอนในร่างกายจะลดลงเฉลี่ย 8-12%ต่อ 10 ปีแต่หากมีการบริโภคยารักษาโรคหรือสารเคมีปนเปื้อนมากเกินไปปริมาณของกลูตาไธโอนในร่างกายจะลดลงรวดเร็วกว่าที่คาดไว้ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมเร็วก่อนวัยอันควร ส่งผลให้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆเข้ามารุมเร้าและแทรกแซงได้ง่าย

Glutathione สามารถผลิตได้ตามธรรมชาติโดยตับทำหน้าที่ช่วยสร้างเยื้อเยื่อรวมถึงการซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ อัดฉีดระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและมีส่วนในการยับยั้งกระบวนการชรา พบกลูต้าไธโอนได้ในทุกเซลล์โดยเฉพาะที่ตับม้าม ไตตับอ่อน เลนส์ตาและกระจกตา

Glutathione ได้รับการศึกษาวิจัยทางคลีนิกมากกว่า 100,000 บทความและพิสูจน์ได้ว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันเพิ่มการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระปกป้องเซลล์ทั่วร่างกายรวมไปถึงเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆยังช่วยป้องกันมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งตับล้างพิษในระดับเซลล์ เพิ่มความแข็งแรงและความทนทานให้กับร่างกาย

ดังนั้นกลูต้าไธโอนจึงมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพรวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของเซลล์ ซ่อมแซม บำรุงรักษาและลดระดับความเป็นพิษในร่างกาย มาถึงตรงนี้ยังมองไม่เห็นว่า กลูต้าไธโอนเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกายแต่อย่างใด



กลูต้าไธโอน ดูดซึมได้ไม่ดีนักเมื่อรับประทานทางปากเนื่องจากโดนน้ำย่อยในระบบทางเดินอาหารทำลายไม่เหลือไว้ให้ลำไส้เล็กดูดซึมไปใช้ จึงนิยมฉีดเข้าเส้นเลือดดำ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ มักฉีด glutathioneเพื่อป้องกันผลข้างเคียงจากเคมีบำบัดและรักษาภาวะมีบุตรยาก

แหล่งอาหารตามธรรมชาติ เช่น หน่อไม้ฝรั่งมันฝรั่ง พริกแครอทหัวหอมอะโวคาโด ผักโขมกระเทียม มะเขือเทศส้มโอ แอปเปิ้ลส้ม กล้วยลูกพีช

ผลการศึกษาในสัตว์ทดลองและห้องปฏิบัติการ แสดงให้เห็นว่า glutathione มีศักยภาพที่จะต่อสู้กับโรคต่างๆโดยเฉพาะโรคมะเร็งและต่อต้านริ้วรอยจากอนุมูลอิสระ

กลูตาไธโอนจะถูกนำกลับมาใช้ในร่างกาย ยกเว้นเมื่อเกิดสารพิษมากเกินไปมันทำหน้าที่รีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นให้กลับมาใช้งานได้ใหม่เช่น วิตามินซีวิตามินอี กรดอัลฟ่าไลโปอิกและ Q10

ปกติสารต้านอนุมูลอิสระพวกนี้เมื่อผ่านกระบวนการกำจัดอนุมูลอิสระแล้วจะหมดฤทธิ์ทันทีแต่กลูต้าไธโอนจะชุบชีวิตให้ฟื้นคืนเพื่อทำหน้าที่อีกครั้งพูดง่ายๆคือ ร่างกายได้กำไรการรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระจากหน้าที่ของกลูต้าไธโอนนั่นเอง

มีประโยชน์อย่างไร
1.ล้างพิษในระดับเซลล์ โดยช่วยกำจัดสารพิษจำพวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลงและยาบางชนิดให้ละลายน้ำได้ดี ทำให้ง่ายต่อการขับออกจากร่างกาย
2.มีการศึกษาพบว่า กลูต้าไธโอน สามารถทำลายสารก่อมะเร็ง ( carcinogen ) มากกว่า 12 ชนิด เช่น อะฟลาท็อกซิน (สารอะฟลาท็อกซินเป็นสารพิษที่เกิดจากเชื้อราและมีการปนเปื้อนในอาหารมากที่สุด ถูกจัดอันดับเป็นสารก่อมะเร็งร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งแถมยังทนความร้อนได้สูงมากถึง 260องศสาเซลเซียส การปรุงอาหาร ต้ม นึ่ง ย่าง ผัด จึงไม่สามารถทำลายได้ )

3.ปกป้องตับจากการถูกทำลายด้วยแอลกอฮอล์ กำจัดนิโคติน ( สารพิษในบุหรี่ ) ยาพาราเซตามอล
4.สร้างและซ่อมแซม DNA
5.ยับยั้งกระบวนการชรา
6.ต่อต้านริ้วรอยจากอนุมูลอิสระ
7.กลูต้าไธโอนมีจำเป็นต่อสภาพความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดงและมีส่วนในการสร้างเม็ดเลือดแดงอีกด้วย
8.ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายและกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดให้ต่อต้านเชื้อโรคสิ่งแปลกปลอมรวมถึงเชื้อแบคทีเรียและไวรัส
9. ช่วยในการขนส่งกรดอะมิโนเช่น L–alanine ผ่านเนื้อเยื่อโดยทางอ้อม L–alanine จำเป็นสำหรับการผลิตเม็ดเลือดขาวที่ชื่อว่าลิมโฟซัยท์ ( lymphocyte )
10.อาจช่วยปกป้องมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ
11.ปกป้องดวงตาจากต้อกระจก กลูต้าไธโอนพบมากในแก้วตาและเลนส์ตา โดยทำงานร่วมกับไรโบฟลาวิน ( วิตามินบี2 )
12.ยับยั้งการสร้างเม็ดสีที่ผิวหนังผลของกลูต้าไธโอนในการปรับสีผิว ขึ้นอยู่กับสีผิวเดิมของผู้ที่เริ่มกิน หากมีสีผิวอ่อนอยู่แล้วจะเห็นผลไว แต่หากสีผิวเดิมคล้ำต้องรอให้ร่างกายสร้างเม็ดสีอ่อนชุดใหม่บวกกับเซลล์ผิวเก่าสีคล้ำเดิมผลัดผิวหมดไปก่อนซึ่งหากคล้ำมากอาจใช้เวลาผลัดเซลล์สีผิวเดิมเป็นแรมปีจากนั้นจึงจะเห็นผิวในชุดเม็ดสีอ่อนชุดใหม่ที่สร้างขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม เรื่องกลูต้าไธโอนอาจไม่ได้ผลตามคาดหวังในทุกรายโดยเฉพาะผู้ที่มียีน ( gene ) สร้างเม็ดสีที่แข็งแกร่งจะใช้อะไรยับยั้งการสร้างสีชั่วคราวก็ไม่เกิดผล ส่วนผู้ที่ระบบเอนไซม์อ่อนไหวง่ายพอยับยั้งได้ก็มีอยู่เยอะค่ะ

ถึงว่าเมื่อ 3 ปีก่อนแป้งฉีดกลูต้าไธโอนราว 6เดือน ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

กลูต้าไธโอน อาจสามารถช่วยให้ผิวค่อยๆขาวขึ้น ในช่วงเวลาที่กินหรือฉีดอยู่

ผลข้างเคียง : ผื่นแดง ท้องเสีย ปวดศีรษะ คัน หนาวสั่น เวียนศีรษะ เป็นลม เมื่อยล้า

สำหรับข่าวการใช้สารกลูต้าไธโอนแล้วทำให้ตาบอดและเป็นมะเร็งผิวหนังสามารถอธิบายได้ว่า การที่ร่างกายได้รับสารกลูต้าไธโอนปริมาณมาก เน้นย้ำว่า ปริมาณมากเป็นเวลานานๆจะทำให้เม็ดสีเมลานินบริเวณผิวหนังและจอประสาทตา ( retina ) มีปริมาณลดลง ทำให้จอประสาทตารับแสงได้น้อย จึงเสี่ยงต่อการมองเห็นได้ในอนาคต

วารสารทางการแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา จึงได้จัดกลูต้าไธโอนเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงทางดวงตาส่วนเม็ดสีเมลานินใต้ผิวหนังจะทำหน้าที่เหมือนฟิล์มกรองแสงบริเวณผิวหนังหากเม็ดสีที่ผิวหนังมีปริมาณลดลง ร่างกายก็จะขาดเกราะป้องกันแสงอัลตราไวโอเลต (UV)ทำให้ผิวเหี่ยวย่นเร็วและแก่เร็วขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

ปริมาณที่เหมาะสมในการรับประทาน คือ 500-1000 mg/วัน

ในอดีตกลูต้าไธโอนไม่ดูดซึมทางปากเพราะถูกน้ำย่อยในระบบทางเดินอาหารทำลายจนแทบไม่เหลือ
ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตอาหารเสริมได้ใช้เทคโนโลยีและกรรมวิธีผลิตกลูต้าไธโอนให้ไม่ถูกทำลายเมื่อผ่านระบบทางเดินอาหารจึงสามารถดูดซึมได้ดีในลำไส้เล็กแล้วนะคะ

กลูต้าไธโอนที่วางจำหน่ายในท้องตลาดมีหลายเกรดขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและคุณภาพของวัตถุดิบแป้งจะเลือกกินเฉพาะpharmaceutical grade (มาตรฐานการผลิตยา ) เท่านั้น อย่างอื่นขอบาย น่ากลัวค่ะ ร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นที่กินเป็นประจำเป็นระยะเวลา 4 เดือนพบว่าผิวขาวผุดผ่องขึ้น 2 ระดับเห็นผลชัดเจนเสียที เหตุผลคือเมื่อก่อนไม่มีวิตามินที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระคุณภาพสูงอยู่ในร่างกายแป้งนั่นเอง

หมายเหตุ : แป้งเลือกกิน glutathioneจุดประสงค์หลักคือ การชะลอวัยและสุขภาพดีถึงขีดสุดแม้วันเวลาจะล่วงผ่านเลยไปนานแค่ไหนแต่ร่างกายจะเต็มไปด้วยพละกำลัง ไม่เจ็บป่วยง่ายปราศจากโรคภัยไข้เจ็บได้แค่นี้ก็ดีใจที่สุดแล้ว

แป้งขอแค่กินอาหารอร่อย นอนหลับสนิท ไม่มีโรครุมเร้าไม่ต้องหอบเงินไปให้หมอเพื่อรักษาตัวที่เหลือคือกำไรชีวิตค่ะ

ที่มา :


1 ความคิดเห็น:

  1. กลูต้าตัวไหนค่ะ ที่คุณแป้งเลือกทานอยู่ค่ะ

    ตอบลบ

14 สัญญาณเตือนว่าอาจมีปัญหาสมดุลจุลินทรีย์ ในระบบทางเดินอาหาร

• มีอาการระบบทางเดินอาหารผิดปกติ หรือลำไส้แปรปรวน เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียและท้องผูก • มีปัญหาไมเกรนหรือนอนไม่หลับ ...

บทความยอดนิยม