บทความที่ได้รับความนิยม

วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566

Green Antioxidant Complex สารต้านอนุมูลอิสระแห่งความเยาว์วัย

 ทุกวันนี้มนุษย์ต้องสัมผัสกับสารพิษมากกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งส่งผล
กระทบหลายอย่าง ตั้งแต่มลพิษจากการจราจร(PM 2.5) ควันบุหรี่ สารพิษปนเปื้อนจากยาฆ่าแมลงไปจนถึงโลหะหนัก  ฯลฯ

ระดับสารพิษตกค้างในร่างกาย หากสะสมต่อเนื่องยาวนานจะเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสียหายของปอด( ผู้หญิงสูงอายุหลายคนตรวจพบมะเร็งปอด ทั้งๆที่ไม่เคยสูบบุหรี่และคนในบ้านไม่สูบบุหรี่ วันๆอยู่แต่ในบ้าน)ความเสียหายของไมโทคอนเดรีย โรคเกี่ยวกับความเสื่อมของระบบประสาท เช่น อัลไซเมอร์ ระบบภูมิคุ้มกัน การอักเสบ ฯลฯ

ดังนั้นการกินอาหารจากพืชหลากหลายชนิดแทนอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง ส่งผลให้การอักเสบลดลง นั่นคือพื้นฐานของอาหารเมดิเตอร์เรเนียนหรืออาหารจากพืช

Green Antioxidant Complex ยี่ห้อ Esmeralde ผลิตในอเมริกา ประกอบด้วยส่วนผสมคุณภาพสูงจากพืชสีเขียวนานาชนิด เช่น Wheat Grass,Organic Barley Grass,Moringa,Broccoli Sprout,Kale สกัดรวมเป็นหนึ่งในเม็ดเดียว

มีส่วนประกอบสำคัญ ดังต่อไปนี้

1. Wheat Grass(ต้นอ่อนข้าวสาลี) ต้นอ่อนข้าวสาลีเมื่อถูกตัดแล้วจะกลายเป็นน้ำผลไม้หรือทำให้แห้งและบดเป็นผง เมื่อบริโภคแล้วจะมีรสชาติเหมือนดิน ประกอบด้วยเอนไซม์ กรดอะมิโน วิตามินและแร่ธาตุ รวมทั้งฟลาโวนอยด์ อัลคาลอยด์ แทนนิน มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีพลังงานเพิ่มขึ้น ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ 

เกษตรส่วนใหญ่นิยมปลูกข้าวสาลีเพื่อให้สัตว์กิน แต่ได้รับความนิยมในบทบาทอาหารเสริมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

2.Organic Barley Grass(หญ้าข้าวบาร์เลย์)มักถูกขนานนามว่าเป็น superfood และใช้เป็นอาหารเสริมเพื่อเร่งการลดน้ำหนัก เสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน และบำรุงสุขภาพโดยรวม

หญ้าข้าวบาร์เลย์เป็นส่วนผสมในน้ำผลไม้และสินค้าเพื่อสุขภาพ มักผสมควบคู่ไปกับผักใบเขียวอื่นๆ เช่น คะน้า ผักโขม และต้นอ่อนข้าวสาลี

ข้าวบาร์เลย์มีวิตามินเอสูง เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การเติบโตของเซลล์ และการมองเห็น  นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีสูง ซึ่งมีบทบาทสำคัญตั้งแต่สุขภาพผิว การรักษาบาดแผล ไปจนถึงสุขภาพช่องปาก

3.Moringa oleifera(มะรุม)เป็นพืชที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ประโยชน์ต่อสุขภาพอาจมีตั้งแต่การเร่งการสมานแผล กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและการอักเสบในบาดแผลที่ผิวหนัง รวมถึงเส้นใยมีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร ช่วยย่อยอาหาร อาจช่วยป้องกันลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผล เนื่องจากฤทธิ์ต้านการอักเสบ

สารสกัดจากมะรุมอาจช่วยรักษาความผิดปกติของกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ทำให้มะรุมเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับอาการท้องผูก

4. Broccoli Sprout(สารสกัดต้นอ่อนบรอกโคลี) รสชาติคล้ายกับหัวไชเท้า อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี แคลเซียม และไฟเบอร์สูงอย่างไม่น่าเชื่อ รวมถึงสารประกอบที่เรียกว่า กลูโคราฟานิน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของสารเคมีล้างพิษที่เรียกว่า ซัลโฟราเฟน

ในความเป็นจริง อาหารไม่มีซัลโฟราเฟนจริงๆ แต่มีกลูโคราฟานิน เมื่อกินเข้าไปจะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตซัลโฟราเฟน ซัลโฟราเฟนเป็นสารประกอบพืชธรรมชาติที่อุดมด้วยกำมะถัน ซึ่งอยู่ภายใต้ตระกูลไอโซไทโอไซยาเนตและมักพบในผักตระกูลกะหล่ำ ซัลโฟราเฟนผลิตขึ้นเมื่อกลูโคราฟานินสัมผัสกับเอนไซม์ไมโรซิเนส ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาเมื่อผักเหล่านี้ถูกตัด สับ หรือเคี้ยว ซัลโฟราเฟนมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และต้านการเกิดมะเร็ง

ซัลโฟราเฟน(Sulforaphane)เป็นไฟโตนิวเทรียนท์(Phytonutreint)จัดอยู่ในกลุ่มของสารเคมีที่พบในอาหารจากพืชที่ช่วยลดการอักเสบ ปกป้องเซลล์จากความเสียหายจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น อาจมีฤทธิ์ต้านมะเร็งและป้องกันโรคหัวใจ

บรอกโคลีและต้นอ่อนบรอกโคลี เป็นแหล่งของกลูโคราพานิน  ซึ่งกระตุ้นการผลิตซัลโฟราเฟน ผักตระกูลกะหล่ำอื่นๆ เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และกะหล่ำดาว มีสารตั้งต้นของซัลโฟราเฟนเช่นกัน แต่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าบรอกโคลี

5.Kale(ผักเคล)เป็นพืชตระกูลคะน้า มีชื่อเรียกว่า คะน้าใบหยิก
ได้ฉายาว่า ราชินีผักใบเขียว เป็นผักที่แคลอรี่ต่ำแต่มีไฟเบอร์สูง 
มีวิตามินเค 684% วิตามินเอ 206% และ วิตามินซี 134% ต่อสัดส่วนร่างกายควรได้รับต่อวัน

ผักคะน้าอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีคลอโรฟิลล์สูง อาจช่วยให้ร่างกายลดการดูดซึมสารเฮทเทอโรไซคลิก อะโรมาติก เอมีน (heterocyclic aromatic amines) หรือสารก่อมะเร็งจากอาหารประเภทปิ้งย่างเข้าสู่ร่างกาย เต็มไปด้วยวิตามิน K, A ,C 
และแร่ธาตุอื่นๆ เช่น ธาตุเหล็ก 

สารต้านอนุมูลอิสระและไฟโตนิวเทรียนท์ ช่วยปรับสภาพผิวพรรณ เพิ่มการไหลเวียนโลหิต ส่งเสริมการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยปลดปล่อยพลังงานจากอาหาร 

มีประโยชน์อย่างไร
1.เพิ่มระดับพลังงาน เมื่อระดับออกซิเจนหมุนเวียนสูงขึ้น ระดับพลังงานจะดีขึ้นและความแข็งแกร่งทางกายภาพจะเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่เหนื่อยง่าย
2.จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระได้ด้วยการกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

ในความเป็นจริง ผู้ที่ได้รับเชื้อโรค เช่น ไวรัสหรือแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายและไม่มีอาการหากมีสุขภาพแข็งแรง แต่ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ(ภูมิแพ้) ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ จะมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจส่วนต้น อย่าง ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด ไซนัสอักเสบ  ฯลฯ

3.ปรับปรุงการทำงานของระบบย่อยอาหาร,ลดก๊าซในช่องท้องที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการท้องอืด

4.ลดตาคล้ำได้เนื่องจากมีวิตามินเคสูง จึงเพิ่มการไหลเวียนเลือดบริเวณใต้ตา

5.มีฤทธิ์ลดการสะสมของแบคทีเรีย จึงลดการเกิดกลิ่นในร่างกายโดยเฉพาะที่อับชื้นได้ดี เช่น กลิ่นเท้า ลดกลิ่นเหงื่อ,กลิ่นปาก,กลิ่นลมหายใจ
6.มีส่วนช่วยระบบขับถ่าย จึงลดปัญหาท้องผูก
7.อุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามินซี ส่งผลให้จุดด่างดำจางลงเร็วขึ้น
8.เพิ่มการไหลเวียนโลหิต มีผลทำให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์และเซลล์มีสุขภาพดีเมื่ออายุมากขึ้น ไม่เสื่อมโทรมไปตามวัย
9.ช่วยลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในผิวหนัง จึงทำให้ลดการเกิดสิวอักเสบและสิวหัวดำได้
10.หากรับประทานร่วมกับ Ester-c 1000 mg วันละ 1  เม็ด ช่วยทำให้ใบหน้าขาวใสขึ้น แลดูสุขภาพดี

หมายเหตุ
ผลข้างเคียง อาจท้องเสียหรือเป็นตะคริว

แป้งเริ่มกินวิตามิน Green Antioxidant Complex ครั้งละ 1 เม็ด ก่อนอาหารเช้า-เย็น เป็นเวลา 3 เดือน สังเกตการเปลี่ยนแปลงดังนี้

1.เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ครีมบำรุงที่ใช้ประจำหมดเกลี้ยง เลยลองครีมตัวใหม่ วันรุ่งขึ้น มีสิวอักเสบขึ้นเหนือริมฝีปากซึ่งบริเวณนี้เนื้อเยื่อจะอ่อนกว่าส่วนอื่น ความจริงแป้งไม่เป็นสิวนานแล้ว เลยปล่อยเลยตามเลย พอสิวยุบภายใน 3-4 วัน รอยดำตามมาเช่นเคย แต่จางลงเร็วมากเมื่อเทียบกับในอดีต กล่าวคือ รอยดำจางลงภายใน 3 เดือนโดยที่แป้งไม่ได้ทายาลดสิว(5%Benzoyl peroxide)หรือยาลดรอยดำ(Skinoren)เลย ปกติรอยดำแบบนี้ ตั้งแต่อายุ 40+ปี จะอยู่ข้ามปีข้ามภพข้ามชาติเนื่องจากผิวเริ่มแห้งและระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงจากวัยที่เพิ่มขึ้น รอยดำจึงไม่จางง่ายๆ เมื่อก่อนกลายเป็นกระเฉยเลยคะ

2.สังเกตว่า ใบหน้าเรียบเนียน ขาวใสขึ้น ทดลองให้แม่กิน ครบ 3 เดือน แม่บอกว่า ‘’หน้าขาวขึ้น สงสัยจะคิดไปเอง ‘’แป้งเลยตอบว่า 
‘’ไม่ได้คิดไปเองหรอกแม่ หนูก็หน้าขาวขึ้นเหมือนกัน’’

3.ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา ไม่เป็นสิวง่าย
ปกติเวลากินเค้กที่ทำเอง จะใช้เนยฝรั่งเศสยี่ห้อ President ซึ่งเป็นเนยคุณภาพสูง ไขมันมาเต็ม แค่ชิ้นเดียว วันรุ่งขึ้น สิวผดจะเริ่มมา พอกินเค้กติดต่อกัน 2 วัน จะมีสิวอักเสบเม็ดเล็กๆขึ้นตามไรผม เลยต้องหยุดกินไปโดยปริยาย แต่พอกินวิตามินตัวนี้ สังเกตว่า ไม่มีสิวขึ้นสักเม็ด  หน้าก็เกลี้ยงเกลาเชียวคะ

4.รู้สึกได้ถึงพลังงานที่เพิ่มขึ้น ปกติแป้งเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงและเหนื่อยง่ายจากพาหะธาลัสซีเมีย ช่วงอายุเริ่ม 40 ปีนี่เห็นได้ชัดเจนมาก เลยไม่ค่อยสนใจวิตามินเกี่ยวกับผิวพรรน ผิวดีหน้าสวยแต่ข้างในทรุดโทรมอยากมีพละกำลังมากกว่า จีงสรรหาวิตามินที่เพิ่มพลังงานมาตลอด 10 ปี

คนเราหากทำอะไรแล้วไม่เหนื่อยง่าย จะมีความสุขในการใช้ชีวิต
อยากทำนั่นโน่นนี่ ทำงานบ้านติดต่อกันหลายชม.จนเหงื่อท่วมยังไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายเหมือนย้อนวัยชัดๆ ต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องสรรหาวิตามินเพิ่มพลังงานหลายตัว พอมากินวิตามิน Green Antioxidant Complex คือ เอาอยู่เลยคะ

ไม่มีอาหารจากธรรมชาติหรืออาหารเสริมใดๆ  ที่สามารถทดแทนอาหารที่มีความสมดุลได้  หากเราเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และรับประทานวิตามินเสริม เป็นทางเลือกที่ดีในการบูรณะร่างกายไม่ให้ระดับอนุมูลอิสระสูงต่อเนื่อง(ความเสียหายต่อ DNA จากกระบวนการทำงานของเซลล์ตามธรรมชาติ และความเสียหายเพิ่มเติมบางอย่างที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ความเครียดหรือการรับประทานอาหารที่ไม่ดี)จนเกิดความเสียหายต่อเซลล์ 

เริ่มต้นดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้ วันไหนๆเราจะแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย ดีกว่าต้องไปนั่งรอหมอเพื่อรับยารักษาโรคที่โรงพยาบาลนะคะ





สอบถามเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่

hamercandysiam.lnwshop.com

Tel .061-7429944
Line id : 0617429944








ที่มา :

Is Wheatgrass Worth the Hype? 7 Benefitsclevelandclinic . org https:// health . clevelandclinic . org › is-whe...

Barley Grass: Benefits, Uses, and Precautions - Healthlinehealthline . comhttps:// https://www.. healthline . com › nutrition

6 Science-Based Health Benefits of Moringa oleifera - Healthlinehealthline . comhttps:// https://www.. healthline . com › nutrition

5 Powerful Benefits You Need To Know About Broccoli ...lovelifesupplements . co . ukhttps:// https://www.. lovelifesupplements . co . uk › ...

สำหรับมะเร็งชนิดใดที่ฉันควรหลีกเลี่ยงอาหารเสริมซัลโฟราเฟน?addon . lifehttps:// addon . life › บล็อก

วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ประโยชน์ของกิมจิ สุดยอดผักดองเกาหลี มีคำกล่าวไว้ว่า ถ้าอาหารรักษาโรคไม่ได้ ยาก็เอาไม่อยู่หรอก

เมื่อเวลาผ่านไป มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ หากเราอายุมากขึ้นเรื่อยๆ สุขภาพจะเสื่อมถอยและสมรรถภาพจะลดลงแถมโรคภัยคอยรุมเร้า
บางคนอาจเคยฝันถึงคืนวันที่มีสุขภาพดีๆ เคยรับประทานอาหารได้เยอะ จัดบุฟเฟต์ทุกอาทิตย์ รสเผ็ดจัดหวานเจี๊ยบได้หมด กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ท้องไส้ไม่ปั่นป่วน พออายุถึงวัยเลข 5 หลายสิ่งที่เคยกินอร่อยในอดีต จะไม่สามารถกินได้เหมือนเดิม

สาเหตุสำคัญคือ มีการเปลี่ยนแปลงของระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้ถดถอย รวมถึงเอนไซม์ในระบบทางเดินอาหารทำงานได้น้อยลง  เวลารับประทานอาหารเข้าไปจึงเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ท้องผูกได้ง่าย

การเลือกรับประทานผักและผลไม้สด อาจช่วยลดปัญหาของ
ระบบย่อยอาหารได้ แต่ผักสดหลายชนิดมักจะมีก๊าช ส่งผลให้ท้องอืดท้องเฟ้อนะคะ

โปรไบโอติกคือ จุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งเมื่อได้รับในปริมาณที่เพียงพอ จะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ตามรายงานงานของสมาคมวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศเพื่อโปรไบโอติกและพรีไบโอติก(ISAPP)แม้ว่าเราจะได้รับแบคทีเรียชนิดดีกระตุ้นการย่อยอาหารเพียงเล็กน้อยจากอาหารเสริม แต่มีอาหารมากมายที่มีโปรไบโอติกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

อาหารหมักดองหลายชนิดมีประโยชน์ต่อสุขภาพและอุดมไปด้วยสารอาหารรวมถึงไฟเบอร์และจุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นโปรไบโอติก แบคทีเรียแลคโตบาซิลลัสแบบเดียวกับที่พบในโยเกิร์ตและผลิตภัณฑ์หมักอื่น ๆ ก็พบได้ในกิมจิเช่นกัน

การบริโภคสิ่งที่เรียกว่า "แบคทีเรียชนิดดี" ในกิมจิสามารถช่วยรักษาระบบย่อยอาหาร ลดอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร เช่น อาการลำไส้แปรปรวนและลำไส้อักเสบ กรดแลคติกจากการหมัก ช่วยเพิ่มระดับของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ส่งผลให้อาการท้องผูกดีขึ้น

กิมจิเป็นอาหารหลักของเกาหลี มีต้นกำเนิดเมื่อ 3,000 ปีก่อน เป็นระบบการเก็บรักษาเพื่อให้อาหารคงอยู่เป็นเวลานาน

กิมจิมีวิตามินเอ บี ซี แร่ธาตุ ไฟเบอร์ และกรดอะมิโน
ปริมาณกิมจิ 150 กรัม ประกอบด้วย
    •    พลังงาน 23 แคลอรี่
    •    โปรตีน 1 กรัม
    •    ไขมันต่ำกว่า 1 กรัม
    •    คาร์โบไฮเดรต 4 กรัม
    •    ไฟเบอร์ 2 กรัม

มีประโยชน์อย่างไร

1.ดีต่อลำไส้เช่นเดียวกับผักและอาหารหมักดองอื่นๆ
กิมจิอุดมไปด้วยโปรไบโอติก ซึ่งแบคทีเรียชนิดดีเหล่านี้เชื่อมโยงกับประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ทั้งหมดนี้เริ่มต้นในระบบทางเดินอาหาร

การกินกิมจิสามารถช่วยปรับปรุงสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพ ด้วยการช่วยให้การย่อยอาหารเป็นไปอย่างราบรื่น

2.กิมจิอาจช่วยเพิ่มสุขภาพภูมิคุ้มกัน

การย่อยอาหารของกิมจิส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน โปรไบโอติกในกิมจิมีประโยชน์ต่อการทำงานของภูมิคุ้มกัน เพราะการทำงานของภูมิคุ้มกันส่วนใหญ่เกิดขึ้นในลำไส้

เมื่อไมโครไบโอมในลำไส้หรือที่เรียกกันว่าสมดุลของแบคทีเรีย
อยู่ในสภาพดี ระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

3. อาจช่วยลดคอเลสเตอรอล
กิมจิอาจช่วยลดคอเลสเตอรอล ในการศึกษาวิจัยปี 2018
นักวิจัยให้อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงแก่หนู โดยหนูบางตัวได้รับสารสกัดจากกิมจิ หนูที่กินกิมจิมีระดับไขมันในตับและการไหลเวียนโลหิตต่ำกว่าหนูที่กินแต่อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง

แม้ว่าความสัมพันธ์ที่แน่นอนระหว่างกิมจิกับคอเลสเตอรอลจะไม่ชัดเจนนัก แต่งานวิจัยหลายชิ้น พบว่าคนที่กินกิมจิเป็นประจำมักจะมีระดับคอเลสเตอรอลที่ "ไม่ดี" (LDL) ต่ำกว่า

4. กิมจิสามารถปรับปรุงการทำงานของหัวใจ
กิมจิยังช่วยให้หัวใจดีขึ้นด้วยการเพิ่มระดับสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ด้วยส่วนผสมอย่างขิงและพริกแดงร้อน สารต้านอนุมูลอิสระช่วยให้เซลล์ที่เสียหายมีความเสถียรซึ่งสามารถเร่งกระบวนการเกิดโรคได้ ดังนั้นการมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงจึงสามารถปกป้องเซลล์จากโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ

5. อาจช่วยในเรื่องการอักเสบ
การอักเสบที่มากเกินไปหรือเรื้อรังส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพ
โปรไบโอติกในกิมจิมีฤทธิ์ต้านการอักเสบในลำไส้ได้

การศึกษาในสัตว์ชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสารจุลชีววิทยา พบว่า
โปรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะที่พบในกิมจิช่วยลดสัญญาณการอักเสบในลำไส้ได้หลายอย่าง

6. กิมจิช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา
กิมจิเป็นแหล่งที่ดีของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า เบต้าแคโรทีน
โดยเฉพาะส่วนผสมหลักอย่างกะหล่ำปลี ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ มีความสำคัญต่อสุขภาพของดวงตาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราอายุมากขึ้น และเป็นหนึ่งในสารอาหารที่สำคัญในแง่ของสายตา

7. อาจช่วยป้องกันการติดเชื้อยีสต์
โปรไบโอติกในกิมจิสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อยีสต์ได้
การติดเชื้อยีสต์ที่ผู้หญิงคุ้นเคยมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อ เชื้อราแคนดิดา (Candida)ซึ่งปกติไม่เป็นอันตราย เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วภายในช่องคลอด

การศึกษาบางชิ้น แสดงให้เห็นว่า แบคทีเรียชนิดดีบางสายพันธุ์ที่พบในกิมจิมีคุณสมบัติในการต้านจุลชีพเพื่อต่อสู้กับเชื้อราที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อยีสต์ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการเกิดการติดเชื้อ

8.กิมจิสามารถลดน้ำตาลในเลือดได้
การศึกษาขนาดเล็กที่ดำเนินการกับผู้เข้าร่วมการทดลองที่เป็น
เบาหวาน เผยให้เห็นว่า ความทนทานต่อกลูโคสดีขึ้นหลังจากรับประทานอาหารหมักที่มีส่วนประกอบของกิมจิเป็นเวลาอย่างน้อย 8 สัปดาห์ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า กิมจิสามารถช่วยลดความต้านทานต่ออินซูลินและปรับปรุงการเผาผลาญกลูโคสได้

หากชอบรับประทานทานขนมหวาน การเพิ่มกิมจิในอาหารอาจเป็นประโยชน์ เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดเกิดความผันผวน

ข้อควรระมัดระวัง
โดยทั่วไปแล้ว กิมจิปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ เว้นแต่ว่าจะมีอาการแพ้ส่วนผสมใดๆ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น แก๊สและท้องอืด(หากไม่คุ้นเคยกับอาหารหมักดองหรืออาหารที่มีเส้นใยสูง)

กิมจิแบบดั้งเดิมมักจะร้อนจัดจากรสเผ็ด ความเผ็ดนั้นสามารถกระตุ้นกรดไหลย้อนในผู้ที่มีแนวโน้มที่จะเป็นได้
รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ อาจเกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารและลำไส้ได้เช่นกัน

หากไม่ได้ทำกิมจิเอง ให้ตรวจสอบฉลากอาหารเพื่อดูปริมาณเกลือ เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจมีเกลือมากถึง 3% ควรมองหาแบบที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ เนื่องจากการพาสเจอร์ไรส์จะฆ่าแบคทีเรียที่มีประโยชน์ เช่นเดียวกับน้ำนมดิบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นนมแกะ นมแพะ หรือนมวัวที่มีอายุมากจะมีโปรไบโอติกสูง ผลิตภัณฑ์นม
พาสเจอร์ไรส์ส่วนใหญ่ไม่มีแบคทีเรียชนิดดีต่อสุขภาพ

โปรดระลึกไว้ว่า ผลิตภัณฑ์กิมจิหลายชนิดมีโซเดียมอยู่มาก ดังนั้นควรควบคุมปริมาณอาหารเพื่อไม่ให้กินเกลือมากเกินไป อย่างไรก็ตาม มีการศึกษา 2 ชิ้นที่ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคกิมจิกับการเพิ่มขึ้นของความดันโลหิตสูง

ตอนอายุ 30 ปี แป้งทำงานเป็นพยาบาลประจำแผนกตรวจสุขภาพในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มีหน้าที่จัดและจ่ายยาให้พนักงานตามความเหมาะสมกับอาการป่วยเบื้องต้น

ทุก 2-3 วัน จะมีผู้บริหารฝ่ายขายอายุน่าจะ  65-66 ปี มาขอเบิกยาธาตุน้ำแดง(เป็นยาขับลมในกระเพาะและลำไส้ ช่วยรักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียด)ขวดละ 60 ml.ประจำ เป็นเวลาราวครึ่งปี ทุกครั้งที่จ่ายยา พลางนึกในใจว่า คนอะไรจะท้องอืดได้ทุกวี่ทุกวัน พิลึกจริง

เวลาผ่านมา 19 ปี แป้งถึงได้เข้าใจชัดแจ้งจากการสังเกตร่างกายตัวเองว่า อ๋อ!! คนเราเมื่อมีอายุมากจะมีน้ำย่อยในกระเพาะอาหารน้อยลง การบีบและคลายตัวของกระเพาะอาหาร และลำไส้ทำงานไม่ปกติ ย่อยอาหารได้ไม่ดี ที่มาของอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ นั่นเอง

แป้งเริ่มกินกิมจิ(ทำเอง)เกือบ 2 เดือนโดยจะกินแนมแทนผักสดในมื้อเย็น พบว่า ถึงแม้จะกินอาหารที่มีรสเผ็ด พอกินกิมจิตามเข้าไป กลับไม่มีอาการกรดไหลย้อนกำเริบ หรือกินกิมจิในมื้อกลางวันตามหลังของมันของทอด ก็ไม่มีอาการจุกเสียดท้อง ท้องอืด แถมระบบขับถ่ายดีขึ้นด้วย เมื่อเทียบกับกินโยเกิร์ตวันละ 1 ถ้วย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับระบบย่อยอาหาร ยกให้กิมจิชนะเลิศ



ที่มา :

“กิ ม จิ” กับ ข้อ ควร ระวัง ก่อน กิน - สำนักโภชนาการกระทรวงสาธารณสุขhttps://nutrition2.anamai.moph.go.th › rrhlnews

10 Health Benefits of Kimchi, According To NutritionistsWomen's Healthhttps://www.womenshealthmag.com › food

What are the effects of kimchi on human health?News-Medical.nethttps://www.news-medical.net › news

Health Benefits of KimchiWebMDhttps://www.webmd.com › ... › Reference

Top 5 health benefits of kimchiBBC Good Foodhttps://www.bbcgoodfood.com › guide

วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

Long Covid กลุ่มอาการที่ไม่มีใครอยากเป็น

 ลองโควิด(Long Covid)เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้น หลังจากที่การติดเชื้อได้จบสิ้น (ไม่พบเชื้อแล้ว) มีโอกาสเกิดได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าดังต่อไปนี้

1. อาการของลองโควิด(Long Covid)ไม่ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของอาการติดเชื้อโควิดที่เป็นตอนแรก

2. เกิดได้ทุกอายุ ทุกเพศ แต่แนวโน้มอาจเจอในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะที่สูบบุหรี่ ภาวะอ้วน และมีโรคประจำตัวต่างๆ

3. เกิดอาการได้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า หลายระบบหรืออวัยวะพร้อมกัน รวมถึงความรู้สึกทางเพศลดลงหรือหายไปทั้งชายหญิงและประจำเดือนผิดปกติ เวลาร่วมเพศมีอาการเจ็บปวด

4. เป็นอาการเดิมขณะติดเชื้อ ที่สามารถทอดยาวนานกว่าสามเดือน หรืออาการที่เกิดขึ้นเป็น “อาการใหม่”

5. กลุ่มอาการเป็นลักษณะที่เรารู้จักกันดีมานานแล้วเกือบ 80-90 ปีในรูปของ Chronic fatique syndrome คือกลุ่มอาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้าเรื้อรัง  เช่น รู้สึกไม่สบายตัว นอนหลับไม่สนิท ไม่มีสมาธิ ความจำไม่ดี ปวดเมื่อย ปวดข้อ เจ็บคอ ปวดศีรษะ เหนื่อยล้าทุกวัน จนส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

โดยกลุ่มอาการนี้สามารถอ้างอิงในชื่อ อาการปวดกล้ามเนื้อเหตุสมองและไขสันหลังอักเสบ (Myalgic Encephalomyelitis)ที่มีสาเหตุจากไวรัสต่างๆเช่น  Epstein-Barr Virus, human herpes virus 6 และ mouse leukemia viruses แต่โควิดเกิดได้รุนแรงและยาวนานกว่าไวรัสตัวอื่นๆ มาก

6. กลุ่มอาการทางสมองและจิตอารมณ์ พบได้ 30% หรือมากกว่า ส่งผลทำให้รู้สึกเฉื่อยชา คิดช้า ความจำสั้น สมองเสื่อมและอารมณ์แปรปรวน โดยเฉพาะคนที่เป็นอยู่แล้วหรือกำลังจะเป็นโรคสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์ หรือพาร์กินสัน

7. ที่พบชัดเจนในขณะนี้คือ คนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรคผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ ปอด หัวใจ อาการจะเลวลง รวมถึงคนที่มีอาการเพียงน้อยนิดของสมองเสื่อมหรือพาร์กินสัน จะรุนแรงเห็นได้ชัดว่าเลวลงมากภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน

8. หลักในการบำบัด ต้องยับยั้งการอักเสบ โดยคำนึงถึงผลข้างเคียงของยาที่ใช้รักษาและหลีกเลี่ยงที่จะทำให้เกิดการกระตุ้นภาวะ
อักเสบในร่างกายเพิ่มขึ้น ได้แก่ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด
ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ เช่น เนื้อแดง ระวังพืชผักผลไม้ที่ปนเปื้อนด้วยสารเคมีฆ่าแมลงและภาวะมลพิษ เช่น พีเอ็ม 2.5 เป็นต้น

9. วิธีที่อาจป้องกันการเกิดลองโควิดได้ คือ การรีบรักษาให้เร็วที่สุดเมื่อรู้ว่าติด เพื่อให้ระยะของการติดเชื้อสั้นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรฟ้าทะลายโจรตั้งแต่เริ่มเป็น ขนาดยาตามกระทรวงสาธารณสุข และถ้าเอาไม่อยู่ภายในสองวัน เริ่ม MoInupiravir
(มอลนูพิราเวีย)เป็นยาเม็ดชนิดรับประทานออกฤทธิ์ต้านไวรัส พัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่และยังสามารถออกฤทธิ์ต่อต้านไวรัสโคโรนาได้หลายชนิด เช่น โรคซาร์ส โรคเมอร์ส และเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 มีกลไกการออกฤทธิ์ไม่ต่างจากยาฟาวิพิราเวียร์ คือ ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของ RNA ไวรัสและลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรง มีรายงานจากสหรัฐอเมริกาว่า
การใช้ยาภายในห้าวันหลังมีอาการในยุคโอไมครอนนี้ (ค.ศ 2022-2023) สามารถลดอาการหนักและภาวะลองโควิดได้

10. ตากแดด(มีวิตามินดีตามธรรมชาติ) เดินหนึ่งหมื่นก้าว เข้าใกล้มังสวิรัติ ลดแป้ง กินผักผลไม้กากใยให้มากขึ้น ถูกแดดเช้า หรือบ่าย เย็น อาบน้ำร้อน (ตอนนี้ร้อนมหาศาลอยู่แล้ว)

นอกจากนี้ กัญชง(ไม่ใช่กัญชา ไม่เมา ไม่ติด) ยังมีหลักฐานช่วยลดอาการหนักได้ จากวารสาร Science 2023 และมีข้อมูลในเรื่อง ของการลด Mitochondrial Stress(การเสียสมดุลระหว่างระบบจัดการอนุมูลอิสระที่ส่งผลให้เกิดอนุมูลอิสระมากเกินไป)ลดอนุมูลอิสระ จนเพิ่ม Innate immunity(ระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด) เช่น ผิวหนัง น้ำตา น้ำลาย น้ำมูก เยื่อบุหลอดอาหาร การไอเพื่อขับสิ่งแปลกปลอมออกจากหลอมลม ความเป็นกรดของสารคัดหลั่งในช่องคลอดเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตจากเชื้อโรค

กัญชา(Marijuana) และกัญชง(Hemp) พืชทั้งสองชนิดเป็นพืชล้มลุกที่มีถิ่นกำเนิดเดียวกันในวงศ์Cannabaceae ที่อยู่ในตระกูล Cannabis เหมือนกัน ต่างกันที่สายพันธุ์ย่อยจึงทำให้กัญชงและกัญชามีลักษณะที่คล้ายกัน โดยจะแตกต่างกันในด้านลักษณะทางกายภาพ และปริมาณสารสำคัญ

สรรพคุณของพืชเศรษฐกิจ “กัญชง” เรื่องแรกคือ ทำให้นอนหลับพักผ่อนได้ง่ายขึ้น เกิดอาการเคลิ้มฝัน ระงับอาการเจ็บปวด ช่วยยับยั้งการจับตัวของเกร็ดเลือด เพราะมีสาร CBD (Cannabidiol) สรรพคุณเหมือนยาแก้อักเสบ หรือยาปฏิชีวนะต่าง แต่แม้ว่าพืชชนิดนี้จะมีสาร THC หรือ (Tetrahydrocannabinol) เหมือนกับกัญชา แต่เมื่อเปรียบเทียบด้านปริมาณแล้วมีน้อยกว่ามาก หรืออาจแทบไม่มีเลยก็ได้ จึงช่วยเสริมความเคลิบเคลิ้ม พักผ่อนสบาย ผ่อนคลายมากขึ้น ส่วนใบสามารถใช้เป็นยาบำรุงเลือดได้ ช่วยคลายกล้ามเนื้อ รักษาโรคเกาต์ หรือเจ็บปวดข้อกระดูก ในอดีตใช้รักษาโรคบิด โรคท้องร่วง

-เดินวันละ 10,000 ก้าว ผัก ผลไม้ กากใยเยอะ ลดแป้ง งดขนมหวาน น้ำอัดลม งดเนื้อสัตว์บก สามารถรับประทานกุ้งหอยปูปลาได้
-ควบคุมโรคประจำตัวให้ได้ 100%
-ออกกำลังกาย(ไม่หักโหม)สม่ำเสมอ
-ถึงเวลาสร้างความแข็งแกร่งของระบบของภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อเพราะวัคซีนป้องกันโควิดตามเชื้อไวรัสไม่ทัน แม้พลาดท่าติดแล้ว เกิดลองโควิดก็เอาอยู่



ที่มา :

เพจเฟซบุ๊ก ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสภากาชาดไทย

อยู่ๆ ก็รู้สึกหมดแรง อ่อนเพลีย มาเป็นระยะเวลายาวนานแบบไม่ทราบ ...brandthink.mehttps://brandthink.me › chronic-fatigue-syndrome

โมลนูพิราเวียร์แนวทางใหม่ในการรักษาโรคโควิด-19chulalongkornhospital.go.thhttps://chulalongkornhospital.go.th › Home › Line

เสริมภูมิคุ้มกันธรรมชาติ ป้องกันเชื้อด้วยตำรับอาหารไทยสี่ภาคdmh.go.thhttps://dmh.go.th › news › view

“กัญชง” ไม่ใช่กัญชา มาทำความรู้จักเศรษฐกิจตัวใหม่อย่างเจาะลึกกันดี ...arda.or.thhttps://www.arda.or.th › knowledge_detail

กัญชง VS กัญชา ความเหมือนบนความต่างsciplanet.orghttps://sciplanet.org › content

วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ลูกเดือย อาหารบำบัดจากธรรมชาติกับผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง

ลูกเดือย(Job's Tears)มีต้นกำเนิดมาจากอินเดีย ปัจจุบันขยายไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ พม่า และไทย

ลูกเดือยมีฤทธิ์เย็น ในประเทศจีนใช้ลูกเดือยเป็นยาแผนโบราณและอาหารเสริมทางการแพทย์ มีสรรพคุณช่วยลดการสะสมของไขมันในตับ ลดการสร้างสารกระตุ้นที่ทำให้เกิดเนื้องอก ป้องกันการติดเชื้อไวรัส ลดอาการแพ้ ลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดแดงแข็ง และภาวะกระดูกพรุน

ลูกเดือยถูกนำมาใช้เป็นยาพื้นบ้านเป็นเวลาหลายร้อยปี ใช้รักษาตั้งแต่โรคข้ออักเสบไปจนถึงไข้ทรพิษ งานวิจัยเกี่ยวกับลูกเดือยยังคงเป็นเพียงการศึกษาระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการของประเทศจีนและเกาหลี

มีประโยชน์อย่างไร

1. บรรเทาโรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือเรียกว่า โรคผิวหนังอักเสบ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยภายในร่างกาย มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน “Journal of Agricultural and Food Chemistry” ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2546 พบว่า สารสกัดจากลูกเดือยช่วยยับยั้งอาการแพ้ในหนูทดลองและสามารถเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันได้

2. ลดคอเลสเตอรอล
หนูที่เป็นเบาหวานได้รับอาหารอย่างลูกเดือยและอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงเป็นเวลา 4 สัปดาห์ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์“International Journal for Vitamin and Nutrition Research” ในเดือนกันยายน 2549 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม หนูที่กินลูกเดือยมีปริมาณคอเลสเตอรอลรวมและไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำหรือ LDL ที่เป็นอันตรายลดลงอย่างมาก

3. ป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง
ทีมวิจัยจำนวนหนึ่งในจีนได้วิเคราะห์ผลกระทบของลูกเดือยต่อมะเร็งลำไส้ ตับอ่อน ปอด ตับ เต้านม และมะเร็งเม็ดเลือดขาว พร้อมกับผลลัพธ์ดังนี้

งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน “Journal of Ethnopharmacology” ในเดือนกันยายน 2551 พบว่า สารสกัดจากลูกเดือยอุดมไปด้วยสารคอกซีโนไลด์ (Coxenolide) ที่ช่วยยับยั้งการเกิดเนื้องอก และสามารถยับยั้งกิจกรรมการสังเคราะห์กรดไขมันในตับได้อย่างมาก เนื่องจากเซลล์มะเร็งของมนุษย์ประกอบด้วยการสังเคราะห์กรดไขมันในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งจัดเป็นองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้องอกที่มีความรุนแรง

4. บรรเทาความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ
สารสกัดจากลูกเดือยถูกนำมาใช้เพื่อจัดการกับความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เนื่องจากความสามารถในการลดระดับฮอร์โมนเพศ เช่น โปรเจสเตอโรนและเทสโทสเตอโรน ใน “Journal of Traditional Chinese Medicine” ฉบับเดือนธันวาคม 2543 พบว่า สตรีมีอาการเจ็บปวดขณะมีประจำเดือนลดลง 90% ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่
มากกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่รักษาด้วยยาตามใบสั่งแพทย์

5. มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร
ลูกเดือยอาจมีประโยชน์ในการป้องกันโรคระบบทางเดินอาหาร
มีการศึกษาในเดือนมิถุนายน 2554 ใน "Journal of Agricultural and Food Chemistry" พบว่า ลูกเดือยสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งกระเพาะอาหารในหลอดทดลอง และลดแผลในกระเพาะอาหารของหนูทดลองได้อีกด้วย

6. ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
การสำรวจที่ตีพิมพ์ในปี 2551 ใน “Asia Pacific Journal of Clinical Nutrition” พบว่า ลูกเดือยช่วยเพิ่มระดับตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของโรคกระดูกพรุนจำนวนมากในเลือดของหนูทดลอง
เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม

นักวิทยาศาสตร์คิดว่า สารสกัดจากลูกเดือยอาจช่วยรักษาโรคกระดูกพรุนในหนูทดลองได้ และยังเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในการป้องกันโรคกระดูกพรุนอีกด้วย

ในการแพทย์แผนจีน(TCM)ลูกเดือยเป็นธัญพืชที่ช่วยระบายความชื้น ถือเป็นยาขับปัสสาวะเนื่องจากสามารถกระตุ้นการขับปัสสาวะเพื่อขจัดความชื้นสะสมในร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ปัสสาวะลำบาก  การย่อยอาหารไม่ดี แน่นท้อง ท้องเสีย  ท้องอืด และระบบทางเดินหายใจทำงานบกพร่อง

7.ช่วยบรรเทาโรคปวดข้อ ด้วยการขจัดความชื้น ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลูกเดือยอาจช่วยบรรเทาโรคข้อต่างๆที่มีความเจ็บปวดและการหดเกร็งของเส้นเอ็น เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์

8.ลูกเดือยใช้สำหรับการลดน้ำหนัก โดยการกำจัดการกักเก็บน้ำซึ่งเป็นสาเหตุของการบวมน้ำ

ลูกเดือยดิบ 100 กรัม ให้พลังงาน 380 แคลอรี่ แต่ลูกเดือยต้มสุก 100 กรัม ให้พลังงาน 123 แคลอรี่ เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งใช้เวลาในการย่อยนาน จึงไม่รู้สึกหิว ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนข้าวขาว ขนมปัง

ลูกเดือยไม่มีกลูเต็น มีแคลอรี่ต่ำในขณะที่มีเส้นใยอาหารสูง ซึ่งดีต่อการควบคุมน้ำหนักและการลดความอ้วน โดยเส้นใยอาหารจะช่วยทำให้อยู่ท้อง อิ่มนานขึ้น และอาจช่วยลดลดน้ำหนักได้ จากการศึกษาในหนูทดลอง พบว่า สารสกัดจากลูกเดือยส่งผลให้น้ำหนักตัว มวลเนื้อเยื่อไขมัน และไขมันในเลือดลดต่ำลง

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงของลูกเดือย

1.ไม่ควรบริโภคลูกเดือยหากตั้งครรภ์ การวิจัยในสัตว์ทดลองแสดงให้เห็นว่า สามารถเป็นพิษต่อตัวอ่อนที่กำลังพัฒนาได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้มดลูกหดตัวและอาจเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ รวมถึงยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยหากรับประทานลูกเดือยในช่วงที่ให้นมบุตร

2.ผู้ที่มีภาวะขาดน้ำ อาการขาดน้ำ ได้แก่ คอแห้ง ท้องผูก เหงื่อออกมาก ไม่ควรบริโภคลูกเดือย
3.ลูกเดือยช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงควรงดรับประทานลูกเดือย หากรับประทานยารักษาโรคเบาหวาน

3.ลูกเดือยอาจรบกวนการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดระหว่างและหลังการผ่าตัด ควรหยุดบริโภคลูกเดือยอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด

ลูกเดือยเป็นธัญพืชที่สุกยาก จึงควรนำไปแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนหรือกรณีเร่งรีบ สามารถน้ำอุ่นไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ลูกเดือยจะได้พองตัวและสุกง่ายขึ้น

ปกติแป้งจะกินวิตามินซี(Ester-c) 1000 mg ครั้งละ 1  เม็ด หลังอาหารเช้า-เย็น พอทดลองกินลูกเดือยต้มสุก เลยงด Ester-c เป็นเวลา 2 เดือน โดยใส่ลูกเดือยต้ม~200 กรัมในนมอัลมอนด์ปั่น+งาดำ+แมงลัก(เมื่อก่อนจะดื่มนมถั่วเหลือง+งาดำ+แมงลัก แต่หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตพบว่า กระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน จึงเลิกกินนมถั่วเหลืองทันที)

สังเกตว่ามีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายดังนี้

1.ช่วงอายุ 47 ปี(ปัจจุบัน 49 ปี)เวลาอาบน้ำโดยใช้ฟองน้ำขัดถูตามร่างกาย บริเวณร่องอกจะมีรอยแดงเกิดขึ้นหลังอาบน้ำทุกคืน คาดว่าในอดีตแป้งชอบฉีดพรมน้ำหอมหลังใบหู ไล่มาช่วงหน้าอก ถึงแม้จะใช้น้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ แต่น้ำหอมมีส่วนผสมสำคัญคือ แอลกอฮอล์ ซึ่งมีผลทำให้ผิวบริเวณที่โดนแอลกอฮอล์แห้ง พออายุมากขึ้น แค่โดนฟองน้ำถูนิดเดียว รอยแดงจะเห็นชัดขึ้นทันที พยายามทามอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับผิวแห้งหลายยี่ห้อ ก็ไม่เห็นผล
จนมากินลูกเดือยแค่ 2 เดือน อ้าว!รอยแดงหายไปเลยคะ

2.วันหยุดสุดสัปดาห์ แป้งมักอบขนมเค้ก คุ้กกี้ ทาร์ตสับปะรด
ฝากน้องๆลองชิมบ่อยครั้งเพราะสนใจคุณภาพของเนยนำเข้าจากหลากหลายประเทศว่า รสชาติ ความอร่อยและเทกเจอร์(Texture)ของขนมแตกต่างจากเนยไทยมากน้อยแค่ไหน

เวลากลางวันอากาศร้อนจัด ไม่เหมาะที่จะทำขนมเบเกอรี่เพราะเนยจะละลายเหลวง่าย จึงต้องเริ่มอบขนมตอนกลางคืน การล้าง
อุปกรณ์เบเกอรี่ซึ่งมีจำนวนมาก  จะทำให้นอนดึกราวตี 1-2 ประจำ พอร่างกายพักผ่อนน้อย ภูมิแพ้กำเริบบ่อยครั้ง  พอกินลูกเดือย อุ๊ย!! ภูมิแพ้ไม่กำเริบอีกเลยทั้งๆที่ไม่ได้กินวิตามินซีสักเม็ดเลยคะ

3.แป้งเริ่มกินลูกเดือยวันที่ 3 มี.ค 66 ปลายเดือนจะมีประจำเดือน
สังเกตว่า ก่อนหน้าที่จะมีประจำเดือน 7 วัน ตัวจะบวม อิ่มน้ำ หน้าบาน น้ำหนักขึ้น ~2 โล ถ่ายรูปทีไรมีแก้มเหมือนคนอ้วนจ้ำม่ำทุกที เป็นแบบนี้มา 7-8 ปีแล้ว

ล่าสุดคือ ช่วงวันที่ 25 พ.ค 66 ขณะที่กำลังเขียนบทความอยู่นี้ แป้งกำลังมีประจำเดือน ปรากฎว่า หน้าไม่บวม น้ำหนักไม่ขึ้นเหมือนเมื่อก่อน ใส่กางเกงยีนส์สลิมฟิตสบายๆ ไม่แน่นอึดอัด โห!ลูกเดือยนี่ดีจริงๆเลยคะ

4.สามีแป้งอายุ 55 ปี จะไม่สามารถถอดเสื้อตากพัดลมได้เพราะแค่ไม่กี่นาที จะจามเป็น 10+รอบ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ตอนแรกแป้งคิดว่า เพราะใบพัดมีฝุ่นจับ เวลาหมุน ฝุ่นจะปลิวล่องลอยมาพร้อมกับความเย็นจากพัดลม พยายามถอดล้างใบพัดบ่อยครั้ง
 สามีก็ยังจามอยู่ดี

ช่วงนี้อากาศร้อนมากๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แป้งสังเกตเห็นว่า สามีถอดเสื้อนั่งตากพัดลมหน้าตาเฉย ไม่มีอาการไอจามอะไรทั้งสิ้น
แป้ง : ทำไมพี่ไม่เห็นจามฮัดชิ้วเลยล่ะ
สามี : น่าจะเป็นเพราะกินวิตามินที่แป้งจัดให้มั๊ง(สามีกิน Ester-c 1000 mg หลังอาหารเช้า-เย็นตามปกติ ไม่ได้งดเหมือนแป้งคะ)
แป้ง : ไม่น่าจะใช่นะคะ พี่กินวิตามินมา 10+ ปี เห็นถอดเสื้อตากพัดลมทีไร จามทุกที น่าจะเป็นเพราะกินลูกเดือยนี่แหละที่ช่วยลดอาการภูมิแพ้ พี่เลยไม่จาม

แค่ประโยชน์เพียง 3-4 อย่างที่เกิดขึ้นกับแป้ง ทำให้มุมมองสุขภาพอีกด้านเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เคยมีคำกล่าวไว้ว่า “You are what you eat” กินอย่างไร ได้อย่างนั้น อาหารบำบัดสุขภาพจึงเปรียบได้กับยาอายุวัฒนะ อยู่ที่ว่าเราเลือกกินอะไร

โรคต่างๆที่เกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์ ส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากการกินทั้งสิ้น  โดยเฉพาะอาหารที่มีความเป็นกรดสูง พบว่า อาจจะเป็นต้นเหตุของการเกิดโรค เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคมะเร็ง เนื่องจากต้องอาศัยการเผาผลาญสารอาหารให้เป็นพลังงานในร่างกายและมีผลให้สมดุลกรด-ด่างเปลี่ยนแปลงไป จนทำให้เกิดอนุมูลอิสระจำนวนมาก นานวันเข้าจะก่อให้เกิดการอักเสบ โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรียและจุลินทรีย์ทั้งหลายจะตามมา อย่าลืม!! COVID-19 เป็นอีกโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสนะคะ

แค่เริ่มกินลูกเดือยไม่นานยังเห็นผลชัดเจนขนาดนี้ หากกินต่อเนื่อง การมีสุขภาพดี ไม่เจ็บไม่ป่วย ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้ห่างโรงพยาบาล(รัฐ+ประกันสังคม)ไม่ต้องตื่นตี 5 เพื่อรอรับบัตรคิวและกลับบ้านตอนบ่ายสามโมง เรื่องแบบนี้ที่คนสูงอายุเจอ คนอายุน้อยอาจมองภาพไม่ออก แต่เมื่อไหร่ที่โรคภัยคุกคาม ลองมองหาอาหารบำบัดจากธรรมชาติอย่างลูกเดือย ที่ไม่ต้องลงทุนสูงดูนะคะ  อาจจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนแบบแป้งและสามีก็ได้คะ

หมายเหตุ
อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด ได้แก่ เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ แป้ง น้ำตาล นม เนย กาแฟ อาหารแปรรูป น้ำอัดลม อาหารฟาสต์ฟู้ดต่าง ๆ

ส่วนอาหารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ได้แก่ ผักและผลไม้ ธัญพืชต่างๆ







ที่มา

Job's tears Facts and Health Benefitshealthbenefitstimes.comhttps://www.healthbenefitstimes.com › jo...


The Health Benefits of Job's Tears - Livestrong.comlivestrong.comhttps://www.livestrong.com › article › 51...

Job's Tears (Yi Yi Ren) - All Things Healthallthingshealth.comhttps://www.allthingshealth.com › glossary

Job's Tears: Health Benefits, Side Effects, Uses, Dose ... - RxListrxlist.comhttps://www.rxlist.com › supplements

วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

Milk thistle สมุนไพรล้างพิษในตับกับผลข้างเคียงที่เราควรตระหนัก

 Milk thistle สมุนไพรล้างพิษในตับกับผลข้างเคียงที่เราควรตระหนัก

มิลค์ทิสเซิล(Milk thistle)เป็นสมุนไพรยอดนิยมที่ใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี

Dioscorides (ไดออสโคไรด์)เป็นแพทย์และนักพฤกษศาสตร์ชาวกรีกที่เกิดในเอเชียไมเนอร์ตะวันออกเฉียงใต้ในอาณาจักรโรมัน เป็นคนแรกที่อธิบายคุณสมบัติการรักษาของต้นมิลค์ทิสเทิลในปี ค.ศ. 40

พืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนและเป็นไม้ดอกที่มาจากตระกูลเดียวกับเดซี่ เป็นสมาชิกของตระกูลพืช Asteraceae ซึ่งรวมถึงพืชอื่นๆ เช่น ดอกทานตะวันและดอกเดซี่

Milk thistle(มิลค์ทิสเซิล)ชื่อนี้มีที่มาจากของเหลวสีขาวขุ่นที่ไหลออกจากใบของพืชเมื่อถูกบดขยี้ ใบจริงของต้นไม้ยังมีลายจุดสีขาวซึ่งทำให้ดูราวกับว่า พวกมันถูกจุ่มลงในนม เรียกอีกอย่างว่า St. Mary's thistle, Holy thistle และ silybum

เมล็ดมิลค์ทิสเซิลเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระฟลาโวนอยด์ที่เรียกว่า silymarin ซึ่งประกอบด้วยสารออกฤทธิ์อื่นๆ อีกหลายชนิด เรียกว่า ฟลาโวนอยด์

Silymarin(ไซลิมาริน) อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง รวมถึงมะเร็งเต้านม โดยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันความเสียหายของ DNA และยับยั้งการเจริญเติบโตเนื้องอกมะเร็ง นอกจากการยับยั้งมะเร็งเต้านมแล้ว การศึกษาในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลองยังแสดงให้เห็นว่า ไซลิมารินอาจป้องกันมะเร็งอื่นๆ อีกหลายชนิด เช่น มะเร็งปอดและมะเร็งต่อมลูกหมาก

ในอดีต Milk thistle ถูกนำมาใช้บรรเทาอาการต่างๆรวมถึง
 • โรคตับจากแอลกอฮอล์
 • ไวรัสตับอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง
 • โรคตับที่เกิดจากสารพิษ

ดอกแดนดิไลออน ( Taraxacum officinale ) คล้ายกับดอก
มิลค์ทิสเซิลซึ่งออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีงานศึกษาวิจัยว่า
มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการซึ่งอาจรวมถึง
 • ปกป้องตับ ระบบภูมิคุ้มกัน และไต
 • ออกฤทธิ์ต้านไวรัสเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรีย
 • ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน ข้ออักเสบ
เนื่องจากมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่คล้ายคลึงกัน ผู้ผลิตบางบริษัทจึงได้ศึกษาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร milk thistle และ dandelion โดยวางจำหน่ายร่วมกันในเม็ดเดียว

มีประโยชน์อย่างไร
1. โรคหอบหืดเป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันมีปฏิกิริยามากเกินไปต่อสิ่งกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม จนเกิดภาวะอักเสบในทางเดินหายใจ สารออกฤทธิ์ในมิลค์ทิสเซิลอาจช่วยลดการอักเสบได้

การศึกษาหนึ่งในปี 2012 พบว่า silymarin ช่วยป้องกันการอักเสบในทางเดินหายใจของหนูทดลองที่เป็นโรคหอบหืดจากภูมิแพ้

การศึกษาอีกชิ้น ในปี 2020 สรุปว่า silymarin สามารถช่วยลดอาการหอบหืดโดยควบคุมการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน(วงการแพทย์ต้องการการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อดูว่า silymarin มีประโยชน์ต่ออาการของโรคหอบหืดในมนุษย์หรือไม่)

2.Milk thistle อาจช่วยหยุดการแพร่กระจายมะเร็งหลายชนิด

จากการศึกษาขนาดเล็กที่ดำเนินการกับเซลล์ในห้องทดลองเป็นหลักพบว่า มิลค์ทิสเซิลสามารถชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็งและเนื้องอก อีกทั้งอาจเพิ่มประสิทธิภาพของเคมีบำบัดตามข้อมูลของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ(NIH)นักวิจัยพบว่ามีประโยชน์ต่อมะเร็งหลายชนิด ได้แก่
 • มะเร็งต่อมลูกหมาก
 • โรคมะเร็งเต้านม
 • มะเร็งปากมดลูก
 • มะเร็งเม็ดเลือดขาว
 • มะเร็งผิวหนัง
 • มะเร็งลำไส้ใหญ่
การศึกษาขนาดเล็กหลายชิ้น ยังพบว่า มิลค์ทิสเซิลอาจลดผลข้างเคียงของการรักษาโรคมะเร็ง ทั้งการฉายแสง การผ่าตัด และเคมีบำบัด

3. การวิจัยในห้องปฏิบัติการแสดงให้เห็นว่า
สารประกอบ Silibinin ใน milk thistle อาจช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมได้

การศึกษาขนาดเล็กในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 101 ราย นักวิจัยคิดว่า อาจชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยแนะนำว่า การใช้ milk thistle ทาบนผิวหนัง อาจป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษาด้วยรังสี

อย่างไรก็ตาม สารสกัดในมิลค์ทิสเซิลอาจออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน อาจไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมที่ไวต่อฮอร์โมน ซึ่งจะเลียนแบบผลกระทบของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย หากคุณมีภาวะที่ไวต่อฮอร์โมน เช่น เนื้องอกในมดลูก โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมะเร็งรังไข่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มรับประทาน

โปรดทราบว่า สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในมิลค์ทิสเซิลอาจรบกวนประสิทธิภาพของยาเคมีบำบัดมะเร็งบางชนิด โดยการปกป้องเซลล์มะเร็งจากการตายของเซลล์

4. อาจช่วยป้องกันโรคนิ่ว
ตับเป็นอวัยวะย่อยอาหารที่สำคัญ ซึ่งช่วยแปรรูปสารอาหารและสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางอาหาร น้ำ และอากาศ
เนื่องจากตับและอวัยวะย่อยอาหารอื่นๆ เช่น ถุงน้ำดี ตับอ่อน ลำไส้ และไต ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบในทางเดินอาหาร
มิลค์ทิสเซิลจึงสามารถช่วยป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีและนิ่วในไต

แม้ว่าการวิจัยในหัวข้อนี้จะจำกัด เนื่องจากความสามารถ
ของมิลค์ทิสเซิลในการเพิ่มการไหลเวียนของน้ำดี ป้องกันสภาวะของตับ เช่น โรคไขมันพอกตับที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และส่งเสริมการล้างพิษในตับ อาจมีประโยชน์ในการป้องกันนิ่ว

นิ่วเกิดขึ้นเมื่อคอเลสเตอรอลและสารอื่นๆ ในน้ำดีจับตัวกัน ปัญหาเกิดขึ้นเพราะไขมันคอเลสเตอรอลสามารถแข็งตัวมากขึ้นและติดอยู่ในเยื่อบุด้านในของถุงน้ำดีจนกลายเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

5. มักใช้เป็นการรักษาเสริม โดยผู้ที่มีภาวะเสี่ยงจากความเสียหายของตับเนื่องจากสภาวะต่างๆ เช่น โรคตับจากแอลกอฮอล์ โรคไขมันพอกตับที่ไม่มีแอลกอฮอล์ โรคตับอักเสบ และมะเร็งตับ

การศึกษาพบว่า การทำงานของตับดีขึ้นในผู้ที่เป็นโรคตับที่รับประทานมิลค์ทิสเซิลเสริม โดยสามารถช่วยลดการอักเสบของตับและความเสียหายของตับ

ในต่างประเทศจัดเป็นอาหารเสริม ส่วนในเมืองไทยขึ้นทะเบียนเป็นยารักษาโรค ชื่อ Legalon เป็นยาใช้สำหรับป้องกันและรักษาตับในผู้ป่วยโรคตับ เช่น ตับแข็ง, ตับอักเสบ

6.Milk thistle มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ หมายความว่าอาจช่วยป้องกันระบบประสาทและอาจช่วยป้องกันการทำงานของสมองอันเฉื่อยชาที่มักพบในผู้สูงอายุ

 Milk thistle ถูกใช้เป็นวิธีการรักษาแบบดั้งเดิมสำหรับอาการทางระบบประสาท เช่น โรคอัลไซเมอร์และโรคพาร์กินสัน มานานกว่าสองพันปี

ในหลอดทดลองและการศึกษาในสัตว์ พบว่า silymarin ช่วยป้องกันความเสียหายจากปฏิกิริยาออกซิเดชันต่อเซลล์สมอง ซึ่งอาจช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้

การศึกษาเหล่านี้ยังพบว่า มิลค์ทิสเซิลลอาจสามารถลดจำนวนของแผ่นอะไมลอยด์ในสมองของสัตว์ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ได้(แผ่นอะไมลอยด์เป็นกลุ่มเหนียวของโปรตีนอะไมลอยด์ที่สามารถสร้างขึ้นระหว่างเซลล์ประสาทเมื่อมนุษย์มีอายุมากขึ้น)พบได้ในสมองของผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งหมายความว่า อาจใช้มิลค์ทิสเซิลเพื่อช่วยรักษาภาวะที่ยากลำบากนี้ได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการศึกษาในมนุษย์เกี่ยวกับผลกระทบของมิลค์ทิสเซิลในผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์หรือสภาวะทางระบบประสาทอื่นๆ เช่น ภาวะสมองเสื่อมและโรคพาร์กินสัน

ผลข้างเคียง
1.ท้องอืด มีแก๊ส ท้องไส้ปั่นป่วน คลื่นไส้ เบื่ออาหาร
2.Milk thistle อาจทำให้เกิดอาการแพ้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่แพ้ ragweed, marigolds, daisies และ chrysanthemums

รายงานบางฉบับระบุว่า มิลค์ทิสเซิลสามารถทำให้เกิดผื่นที่ผิวหนังและลมพิษ

3. แม้ว่าในอดีต Milk thistle จะถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงการไหลเวียนของน้ำนมแม่ แต่ยังไม่ได้รับการศึกษาถึงประโยชน์ในระหว่างการให้นมบุตรและการตั้งครรภ์ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้

4.Milk thistle อาจมีปฏิกิริยากับยากลุ่ม Statin(สแตติน)ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล (ลดไขมัน)อาจรวมถึง Mevacor, Lescol, Zocor, Pravachol และ Baycol Milk thistle ทำปฏิกิริยากับยาเหล่านี้ เนื่องจากทั้งสองอย่างถูกทำลายโดยเอนไซม์ตับตัวเดียวกัน

6.ความรู้สึกเสียวซ่าในกล้ามเนื้อและกล้ามเนื้อเป็นตะคริว
มีการศึกษาในกรณีหนึ่ง Milk thistle ทำให้เหงื่อออกมากเกินไป

มีรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะ 50+ปี มาปรึกษาแป้งว่า กิน Milk thistle วันละ 300 mg มา 4-5 ปีต่อเนื่อง พอเข้าปีที่ 6 รู้สึกมีเหงื่อออกที่รักแร้เหนียวมากกว่าปกติ(เป็นคนที่ไม่ค่อยมีเหงื่อ)บางครั้งก็เป็นตะคริวที่ขา ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เวลาทำกิจกรรมบางอย่างเช่น ยกไดร์เป่าผมจะรู้สึกชาแปล๊บๆที่กลางหลัง(ไม่มีความเจ็บปวด) นั่งขับรถระยะทางไกลก็มีอาการชาหลัง ทำ MRI ไม่พบความผิดปกติใดๆ

แป้งเลยถามกลับว่า กิน Milk thistle เพื่อวัตถุประสงค์อะไร
พี่เค้าตอบว่า อยากล้างพิษในตับเพราะกินอาหารเสริมเยอะ(วันละ 10 เม็ด) อืม!ถ้ากินยารักษาโรคเยอะก็ว่าไปอย่างหรือหากมีค่าเอนไซม์ตับสูงเกินเกณฑ์หรือมีภาวะไขมันพอกตับ ควรรับประทานอย่างยิ่งเลยคะ

พอค้นคว้าเรื่องผลข้างเคียงของมิลล์ทิสเธิล มีข้อควรระวังคือ อาการชากับเหงื่อออกมากเกินไป เลยแนะนำว่า ลองหยุดกิน Mlik thistle ผ่านไป 5 วัน เหงื่อออกลดลง 60% อาการชาดีขึ้น 70%
ครบ 10 วัน เหงื่อออกลดลง 80% อาการชาดีขึ้น 90%

อาการชาแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์
 • ชาปลายเท้าและปลายมือเข้าหาลำตัว เกิดจากการขาดสารอาหารที่สำคัญบางชนิด ได้แก่ วิตามิน B1, วิตามิน B6 และ วิตามิน B12
 • รู้สึกชาตั้งแต่แขนไปจนถึงนิ้วมือ อาจเกิดจากกระดูกต้นคอเสื่อม และมีผลต่อการกดทับเส้นประสาท
 • รู้สึกชาเลยข้อมือขึ้นมาจนถึงข้อศอก อาจเป็นสัญญาณเตือนของเส้นประสาทถูกกดทับบริเวณกระดูกไหปลาร้า
 • ชาตั้งแต่สะโพกลงไปจนถึงเท้า อาจเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท
 • ชาที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วโป้ง อาจเป็นอาการเกี่ยวกับกระดูกคอทับเส้นประสาท
 • ชาบริเวณปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า อาจมาจากภาวะน้ำตาลสูง ส่งผลให้เส้นประสาทส่วนปลายที่ควบคุมการทำงานของมือ และเท้าเสียหาย
 • ชาตามมือและนิ้วมือ มักมีอาการร่วมกับปวดแสบปวดร้อนบริเวณกระดูกและข้อ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของโรคเกาต์






ที่มา

7 Science-Based Benefits of Milk Thistle - Healthlinehealthline.comhttps://www.healthline.com › nutrition

Milk Thistle Benefits for the Liver, Gut & More - Dr. Axedraxe.comhttps://draxe.com › nutrition › milk-thistl...

Milk thistle benefits: Liver, skin, cholesterol, weight loss, and ...medicalnewstoday.comhttps://www.medicalnewstoday.com › art...

8 Side Effects of Milk Thistle You Should Be Aware Ofstylecraze.comhttps://www.stylecraze.com › articles › se...

ชาปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า สัญญาณเตือนความผิดปกติของระบบประสาท - โรงพยาบาลศิครินทร์

ทำไมการโหมออกกำลังกายมากเกินไป จึงเร่งความชราให้เร็วขึ้น

ผลการศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ ได้ยืนยันแล้วว่า ผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่าจะมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพดีกว่า แต่นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยยูแวสกูแล...

บทความยอดนิยม