บทความที่ได้รับความนิยม

วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560

Goutlessชาที่ลดอาการกำเริบของโรคเกาต์อย่างได้ผลชะงัด

คนเราทุกวันนี้ ยิ่งอายุมากขึ้น ความเสื่อมโทรมของร่างกาย จะปรากฎตามวันเวลาที่หมุนเวียนไปเรื่อยๆ

สมัยที่แป้งทำงานเป็นพยาบาลประจำแผนกผู้ป่วยนอก พบเจอผู้ป่วยสารพัดโรค โดยเฉพาะโรคเกาต์มักพบในเพศชายที่มีอายุเกิน 40 ปี ส่วนใหญ่มีประวัติดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากแอลกอฮอล์ไปขัดขวางกระบวนการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย 

อีกทั้งแอลกอฮอล์ช่วยเร่งปฏิกิริยาการสร้างกรดยูริก โดยเร่งกระบวนการสลายตัวของสารอะดีโนซีนไตรฟอสเฟต(adenosine triphosphate)ในเซลล์ 

โปรดทราบไว้ว่า การดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะการดื่มเบียร์ จะมีผลทำให้เกิดอาการข้ออักเสบได้ทันที เพราะเบียร์มีสารกวาโนซีน(guanosine)ซึ่งเปลี่ยนแปรสภาพเป็นกรดยูริกในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนเพศหญิงที่เป็นโรคเกาต์ มักจะปรากฏอาการหลังจากเข้าสู่วัยทองเนื่องจากฮอร์โมนเพศหญิงโดยเฉพาะเอสโตรเจน จะควบคุมกรดยูริคในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ หืม! วัยทองแทบไม่มีอะไรดีเลย ร้อนวูบวาบ อารมณ์ฉุนเฉียว ผิวเหี่ยวแห้ง นอนไม่หลับ บางคนมีภาวะซึมเศร้า เป็นโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงอีกต่างหาก

โรคเกาต์ คือโรคปวดตามข้อชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอาการปวดร้อนที่ข้อเข่า ข้อนิ้วเท้า หรือข้อเท้าอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน บางครั้งเจ็บมากจนเดินไม่ไหว บางคนแทบคลานและจะปวดข้ออื่นๆ ตามมา อาจมีไข้หนาวสั่นร่วมด้วย และมักจะเป็นเวลากลางคืน แต่อาการจะดีขึ้นภายใน 2-5 วัน หากผู้ป่วยมีอายุมาก ระยะเวลาการหายจะช้าลงไปอีกค่ะ

โดยปกติร่างกายมนุษย์ได้กรดยูริกมาจาก 2 แหล่ง คือ 

 1.ร้อยละ 90 ของผู้ป่วยโรคเกาต์ทั้งหมด เกิดจากกรดยูริคถูกสร้างขึ้นในร่างกาย แต่ไตทำหน้าที่ขับออกมาได้ช้าหรือน้อย จนทำให้เกิดการสะสมของกรดยูริคมากขึ้น

ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักจะมีระดับกรดยูริกในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ แต่ไม่เสมอไปทุกคน และหลายคนที่มีระดับกรดยูริกสูงในกระแสเลือด กลับไม่มีอาการข้ออักเสบจากโรคเกาต์เลย

2.ร้อยละ 10  อาหารเป็นแหล่งกำเนิดของกรดยูริคในเลือด 

กรดยูริค(uric acid)เกิดจากการย่อยสลายสารพิวรีน พบได้ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ข้าวสาลี เครื่องในสัตว์ น้ำพะโล้รวมถึงน้ำซุปกระดูกในก๋วยเตี๋ยวต่างๆ ฯลฯ

ในคนปกติทั่วไป ถึงแม้ว่าได้รับสารพิวรีนจำนวนมาก หรือร่างกายมีการสร้างกรดยูริกเพิ่มขึ้น แต่ไตจะสามารถขับกรดยูริกส่วนเกินออกมาในน้ำปัสสาวะได้

แต่สำหรับคนที่มีความบกพร่อง หรือไตขับกรดยูริกได้น้อยลง จะทำให้มีกรดยูริกคั่งอยู่ในร่างกายมากผิดปกติ จึงเกิดการตกผลึกสะสมอยู่ตามข้อ ผิวหนัง ไตและอวัยวะอื่นๆ จนเกิดเป็นโรคเกาต์

คนที่เป็นโรคเกาต์ ถ้าไม่ได้รับการรักษา อาการจะค่อยๆ กำเริบขึ้น โดยเกิดความเจ็บปวดที่ข้อเดิมก่อน แล้วจะเป็นที่ข้ออื่นๆ ตามมา จนกระทั่งเป็นเกือบทุกข้อทั่วร่างกาย 

อาการปวดจะถี่และนานขึ้น จนกลายเป็นเจ็บปวดตลอดเวลา ถ้าควบคุมโรคเกาต์ไม่ได้ อาจพบว่าข้อที่เคยอักเสบบ่อยๆ เป็นปุ่มก้อนขึ้นมา เนื่องจากมีการสะสมของกรดยูริกจำนวนมาก จนบางครั้งข้อที่ปวดนั้นเกิดการแตกออก และมีสารสีขาวๆ คล้ายชอล์ก หรือยาสีฟันไหลออกมากลายเป็นแผลเรื้อรัง 

ในที่สุดข้อต่างๆ จะเริ่มพิการและใช้งานไม่ได้ นอกจากนี้อาจมีผลทำให้เกิดนิ่วในไต ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัวและตีบตัน เพราะเกิดการสะสมของกรดยูริกในอวัยวะเหล่านั้น

ตามปกติคนที่เป็นโรคเกาต์ จำเป็นต้องกินยารักษาโรคตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด (โดยการกินยาลดการอักเสบขนาดต่ำต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน)เพราะหากขืนดื้อดึง ไม่เชื่อฟังแพทย์ ความเจ็บปวดตามข้อ จะมาเยือนทันทีเลยค่ะ

แป้งค้นพบวิตามินตัวหนึ่ง ซึ่งอยู่ในรูปชาชงดื่มเพื่อลดอาการเจ็บปวดตามข้ออย่างเห็นผลชะงัดใน 3 ซองแรกเลยนะคะ

ชาลดเกาต์(Goutless)ผลิตในมาเลเซีย มีส่วนผสมเกรดพรีเมี่ยมสำคัญ 3 ชนิดคือ 1.Green Barley Seed(ข้าวบาร์เลย์สีเขียว)
2.Tongkat Ali(ตงกัตอาลี)
3.Orthosiphon stamineuso(หญ้าหนวดแมว) 


มีประโยชน์อย่างไร
1.ลดอาการปวด บวมตามข้อต่างๆภายใน 1-3 วัน
2.สารสกัดจากใบข้าวบาร์เลย์สามารถกำจัดอนุมูลอิสระ มีบทบาทสำคัญในการลดการอักเสบในข้อต่อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์(rheumatoid arthrithis) โรคเกาต์(gout)

3.เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายโดยเฉพาะต่อมไร้ท่อ โดยช่วยยับยั้งการสังเคราะห์กรดยูริก จึงป้องกันการตกผลึกของกรดยูริก จากการตกตะกอนบริเวณข้อต่อและกระดูกอ่อนในร่างกาย

4.สามารถเพิ่มการไหลเวียนโลหิต
5.เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันของร่างกาย
6.ลดอาการปวดศีรษะ ไมเกรน
7.ช่วยขับล้างสารพิษในไตและระบบทางเดินปัสสาวะ
8.ช่วยลดอาการปวดตามกระดูกสันหลังและบั้นเอว 
9.ช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย

รีวิวจากคุณพ่อของเพื่อน ที่ได้ทดลองดื่มชาลดเกาต์ค่ะ

1. เริ่มเป็นเกาต์อายุ 53 ปี ตอนนี้ 70 ปี อาการก็เพิ่มตามอายุ
2. ตอนกำเริบ ข้อเท้า นิ้วเท้า บวม และปวด
3. ดื่มชาแล้ว 1-2 วัน หายปวด (ดื่มเฉพาะตอนปวด) เช่น ปวดตอนเย็น ดื่มตอนค่ำ พรุ่งนี้เช้าก็หายปวดเป็นปลิดทิ้ง

ปกติไม่ดื่มชา ประมาณ 4-6 วัน ถึงจะหายปวด 

4. ดื่มชาซองแรกก็หายปวดเลย
แล้วพอปวดขึ้นมาก็ดื่มทีละซอง ก็หาย

*** หมายเหตุ ดื่มชาลดเกาต์เฉพาะตอนปวดเท่านั้น พอหายปวดให้หยุดกิน***

แป้งได้อ่านข้อความนี้ผ่านทาง line 
แค่รับรู้ว่า สิ่งที่เราแนะนำไปให้คนที่เคยชินกับความเจ็บปวดทรมานเวลาเกาต์กำเริบ แล้วหายฉับพลัน โดยที่ไม่ต้องกินยาแผนปัจจุบันแม้แต่เม็ดเดียว 

เพียงเท่านี้ แป้งก็มีความสุขมากมายที่ได้แนะนำสิ่งดีๆให้กับคนอื่น นึกถึงตอนที่เราเจ็บป่วยจากการแพ้อาหารแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็ทรมานจะแย่ แต่โรคเกาต์นี่สิ เจ็บปวดกว่าจะหาย หลายวันหลายคืนเลย มีคนรู้จักบางคนได้โรคไตวายเฉียบพลันแถมมาด้วย ตอนนี้ฟอกไตเรียบร้อยแล้วค่ะ




ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เห็นผลชัดเจน มีจำหน่ายเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย






สอบถามราคาและสั่งซื้อได้ที่
Tel.081-845-3461
Id line : noi_nunoy2512









ที่มา
tongkatali.sg/tongkat ali-arthritis/

วันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ความลับของครีมกันแดด

ประเทศไทย เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแสงแดดที่แรงกล้า จนทำให้คนที่ตากแดดบ่อยๆ หน้าดำหมองคล้ำ สาเหตุสำคัญอันดับต้นๆของกระและฝ้า

โปรดทราบไว้ ครีมกันแดดแต่ละยี่ห้อ ถึงจะมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน ไม่สามารถป้องกันแสงแดดได้จริง 

มีรายงานจาก Environmental Working Group(EWG)ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่แสวงผลกำไร มีความเชี่ยวชาญในการวิจัยและการสนับสนุนเกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นพิษและสุขภาพมนุษย์

ในปี2560 พบว่า เกือบ 75%ของครีมกันแดดไม่ได้ผล นั่นหมายถึงครีมกันแดดเหล่านี้ให้การปกป้องแสงแดดไม่เพียงพอหรือมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผิว

แม้ว่าครีมกันแดดจะมีการปรับปรุงส่วนผสมในทศวรรษที่ผ่านมา แต่ยังมีสารเคมีที่เป็นอันตราย หรือไม่สามารถป้องกันรังสีอัลตราไวโอเล็ตได้

ประมาณครึ่งหนึ่งของครีมกันแดดที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา จะไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในยุโรปได้

ช่วงคลื่นรังสีที่สายตามองเห็น และช่วงคลื่นรังสีอินฟาเรดจะสามารถเข้าสู่ผิวหนังของมนุษย์ได้ แต่จะไม่ถูกดูดซับไว้ จึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์

รังสีอัลตร้าไวโอเลตเอ(UVA)และบี(UVB) สามารถเข้าสู่ผิวหนัง และถูกดูดซับไว้ 

โดยรังสี UVA จะเข้าสู่ผิวหนังลึกสุด และดูดซับมากกว่ารังสี UVB

รังสี UVB มีค่าพลังงานมากกว่ารังสี UVA สามารถทำลายดีเอ็นเอ (DNA) และทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ 

รังสี UVA ถึงแม้จะมีระดับพลังงานที่ต่ำกว่า แต่ยังสามารถแทรกสู่ผิวได้ลึกกว่า

หากสัมผัสรังสีอัลตร้าไวโอเลตเป็นเวลานานและต่อเนื่อง จะทำให้เซลล์ผิวหนังอ่อนแอ เสื่อมโทรม แลดูเหี่ยวย่น จนถึงระดับรุนแรงที่อาจเกิดเซลล์มะเร็งขึ้นได้

ผลการค้นพบที่สำคัญในรายงานการป้องกันแสงแดดของ EWG

1.ประมาณครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์กันแดดที่ขายในสหรัฐอเมริกา จะไม่ผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดมากขึ้นในยุโรปเพราะไม่ได้กรองรังสี UVA มากพอ

2.เกือบ 75 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่ได้รับการตรวจสอบโดย EWG ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ที่จะป้องกันรังสี UV หรือมีส่วนผสมที่เป็นอันตราย ได้แก่ Oxybenzone และ retinyl palmitate 

Oxybenzone มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในครีมกันแดดที่ใช้สารเคมีจากอเมริกา 

มีการทดสอบในห้องปฏิบัติการ แสดงให้เห็นว่าอัตราการซึมผ่านผิวหนังอยู่ที่ 1-9%

 Oxybenzone ยังทำหน้าที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ผิวหนังในมนุษย์จำนวนมาก เช่นเดียวกับ methylisothiazolinone

3.สหรัฐอเมริกายังไม่ได้อนุมัติส่วนผสมครีมกันแดดที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยป้องกันแสงอัลตร้าไวโอเล็ตวงกว้างได้ดียิ่งขึ้น 

ด้วยเหตุนี้การป้องกันรังสี UVA มักไม่มีผลิตภัณฑ์กันแดด SPF 70+ ที่เคยมีอยู่ ในประเทศที่พัฒนาแล้ว

 ปัจจุบัน SPF จึงถูกจำกัด ไว้ที่ 50 เท่านั้น

 มิน่าล่ะ! เมื่อก่อนแป้งเคยเห็นครีมกันแดดหลายยี่ห้อ เขียนไว้ว่า สามารถปกป้องแสงแดดได้มากถึง 100(spf100) มีที่มาอย่างนี้นี่เอง

ปัจจุบันยังไม่มีครีมกันแดดที่สมบูรณ์แบบ 
จึงไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่จะป้องกันแสงแดดเต็มที่ และไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่จะมีอายุการใช้งานได้นานมากกว่า 2 ชั่วโมง

ขนาดครีมกันแดดที่ผลิตในอเมริกา ยังไม่ผ่านมาตรฐานยุโรป แล้วครีมกันแดดที่ผลิตในเมืองไทย จะรอดเหรอค่ะ

ดังนั้นอย่าให้ใครมาหลอกเราได้ว่า ใช้ครีมกันแดดยี่ห้อ บลาๆๆ จะปกป้องแสงแดดได้ 8-12 ชม. ไม่มีในโลกหรอกค่ะ นอกเสียจากทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงนะคะ




















ที่มา







วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560

Revitalizing Immune Force เห็ดทางการแพทย์ที่ลดการอักเสบในระดับเซลล์

การออกกำลังกาย ช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงและส่งผลให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี แต่หากเรามีภาวะเจ็บป่วยเป็นไข้หวัดอยู่ การออกกำลังกายไม่ได้ช่วยให้หายเร็วขึ้นเพราะการออกกำลังกาย ไม่มีผลต่อการกำจัดเชื้อไวรัสออกจากร่างกาย 

อย่างไรก็ดี การวิ่งรับอากาศบริสุทธิ์ในสวนสาธารณะ อาจช่วยทำให้จมูกโล่ง หายใจคล่องขึ้นมาบ้าง แต่ควรพักผ่อนอยู่ที่บ้านจะดีกว่าฝืนออกกำลังกายเพราะในภาวะที่ร่างกายปกติ เมื่อขณะออกกำลังกายเกิน 60 นาทีขึ้นไป ร่างกายจะต้องการใช้ออกซิเจนมากขึ้น(สังเกตุเบื้องต้นได้จากอาการเหนื่อยหอบ)จนเกิดอนุมูลอิสระ แต่คนที่เจ็บป่วย เรี่ยวแรงจะไม่ค่อยมีเป็นทุนเดิม จึงควรงดออกกำลังกาย รอให้หายป่วยเสียก่อนดีกว่านะคะ

ปกติแป้งไม่ใช่คนที่มีวินัยในการออกกำลังกาย จะขยันเป็นช่วงๆ รู้ดีว่า การออกกำลังกาย จะส่งเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้มีสุขภาพที่ดี ไม่เจ็บป่วยง่าย แต่ก็ไม่ค่อยได้นำพาค่ะ

แต่จะดีกว่ามั๊ย หากเราเสริมวิตามินกลุ่มเห็ดทางแพทย์รวม 4 ชนิด มีปริมาณ 800mgในเม็ดเดียว ซึ่งประกอบด้วย

1.เห็ดหางไก่งวง(Turkey Tail หรือ Tremates Versicolor) 
ช่วยต้านโรคมะเร็ง ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เพิ่มภูมิต้านทาน ล้างพิษในตับ 

มีงานวิจัยพบว่า ช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านมในเพศหญิงและมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้อีกด้วย

2.เห็ดถั่งเฉ้า(Cordyceps) ในประเทศจีนถือเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงเซลล์และอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ตับ ม้าม ปอด 

กระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในภาวะที่พร้อมต่อสู้กับเชื้อโรคอยู่เสมอ ลดอัตราการเกิดภูมิแพ้อย่างได้ผล

3.เห็ดกระดุมบราซิล(Agaricus Blazei Murill)

Agaricus Blazei Murill หรือเห็ดกระดุมบราซิลได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและทั่วโลกว่าเป็นของขวัญจากธรรมชาติที่นำมาซึ่งสุขภาพที่ดีและอายุยืน

ในบรรดาเห็ดที่มีศักยภาพมากที่สุดนั้น เห็ดกระดุมบราซิลมี polysaccharides มากถึง 27 เปอร์เซ็นต์ น้ำตาที่ประกอบขึ้นเป็นระดับโมเลกุลของโครงสร้างคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

โพลีแซคคาไรด์บางชนิดมีหน้าที่เก็บพลังงาน ในขณะที่เราได้รับจากการกินอาหาร แต่โพลีแซคคาไรด์บางชนิดมีหน้าที่ในการรักษาโครงสร้างของเซลล์

หนึ่งในเหตุผลที่เห็ดกระดุมบราซิล เป็นจุดสนใจในการวิจัยจนถึงปีค.ศ 1970 คือการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอัตราการป่วยด้วยโรคชราในหมู่ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ใน Piedade หมู่บ้านบนภูเขาในบราซิล

นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่บริโภคเห็ดกระดุมบราซิลเป็นประจำนั้นมีแนวโน้มที่จะไม่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่รุนแรง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเบต้ากลูแคนโพลีแซคคาไรด์ในเห็ด ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามีศักยภาพที่ไม่เหมือนใคร

 มีงานวิจัยพบว่า ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิตและรักษาโรคมะเร็งได้จริง

มีประโยชน์อย่างไร

1.ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
2.เพิ่มภูมิต้านทาน
3.เพิ่มพลังงานทำให้ไม่เหนื่อยง่าย 

4.ลดอาการไอจาม น้ำมูกไหลจากภาวะภูมิแพ้

5.ปรับปรุงการทำงานของไตและปอดให้ดียิ่งขึ้น

6.ลดการอักเสบในระดับเซลล์

7.เพิ่มการไหลเวียนเลือดทั่วร่างกาย

8.ลดความดันโลหิต(พบได้ในบางคน)

9.ป้องกันการติดเชื้อไวรัส ไข้หวัด

10.ป้องกันแผลในปากและการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนต้น 

11.ชะลอความชรา
12.ลดอัตราการเกิดเนื้องอกหรือโรคมะเร็ง
13.ทำลายและป้องกันการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง


แป้งมีเพื่อนสมัยเรียนประถม เป็นโรคหอบหืดมาตั้งแต่เด็ก กินยารักษาโรคมาตลอด ต้องพบแพทย์และรับยาจากโรงพยาบาลทุก 3 เดือน

 แป้งแนะนำให้กินวิตามินตัวนี้ร่วมกับ ALA,ester-c ทีแรกอิดออด พอครบ 1 เดือน โทรมาหาแป้งเลยค่ะ สงสัยว่าทำไมวิตามินดีจัง อาการหอบ ไอช่วงกลางคืนทุเลาลงไปมาก หายใจโล่งขึ้นเยอะ แถมไม่เหนื่อยง่ายเหมือนเมื่อก่อน อ้าว! พยาบาลคนนี้รู้จักเลือกแต่สิ่งที่ดี ไม่ดีจริง ไม่กล้าแนะนำหรอกค่ะ

กลุ่มของโรคที่มีสาเหตุมาจากภูมิแพ้ เช่น โรคหอบหืด โรคหวัดภูมิแพ้ ถือได้ว่าเป็นโรคที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตรุนแรง รวมถึงผู้ป่วยที่มีอาการคัดจมูก ไอจามบ่อยๆ คันตา คันหู คันคอ น้ำมูกใส 

อาการดังกล่าวมักเกิดขึ้นอย่างเรื้อรังและอาจกำเริบเป็นระยะๆโดยเฉพาะในฤดูฝน 

โรคหอบหืด เกิดจากการหดตัวหรือตีบตันของช่องทางเดินหายใจ ทำให้อากาศเข้าสู่ปอดน้อยลง เป็นผลจากการอักเสบของเยื่อบุหลอดลม บางรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

แป้งเลือกกินวิตามิน revitalizing immune force ยี่ห้อ aurora borealis ครั้งละ 1 เม็ด ก่อนอาหารเช้า แต่วันไหนรู้ว่าจะต้องทำงานคร่ำเคร่ง ดึกดื่น ก็เพิ่มเป็น 2 เม็ด คือดีงามมาก เพราะรับรู้ถึงพละกำลังที่เพิ่มขึ้น ไม่มีอาการภูมิแพ้ทางตาหรือหูเกิดขึ้น แม้ว่าจะเครียด นอนดึก พักผ่อนน้อยติดกันเป็นอาทิตย์ก็ตามที 

เหนือสิ่งอื่นใดคือ เซลล์ต่างๆร่างกายทำงานได้ตามปกติถึงแม้ว่า จะมีอายุมากขึ้นในทุกๆปี โดยไม่เกิดการอักเสบง่าย
ด้วยเหตุผลนี้ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆหรือแม้กระทั่งโรคร้ายแรง จะไม่มีวันกล้ำกลายเราได้ แต่ต้องเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผัก ผลไม้ ธัญพืช อย่าให้ขาดค่ะ 

ชีวิตที่เหลืออยู่คือ สุขภาพแข็งแรง ไม่เหนื่อยง่าย ความจำดี สมองปลอดโปร่ง กินอิ่มนอนหลับ แค่นี้แป้งก็พอใจที่สุดแล้ว(เพื่อนร่วมรุ่นเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับอ่อน อีกคนเสียชีวิตจากมะเร็งรังไข่เมื่อต้นปีนี้เองค่ะ)



สอบถามราคาและสั่งซื้อได้ที่
Tel.081-845-3461

Id line : noi_nunoy2512



วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

กลิ่นปากนั้น ท่านได้แต่ใดมา

กลิ่นปากใครว่าไม่สำคัญ มีหลายคนเสียบุคลิกภาพเพราะกลิ่นปากเยอะมากๆ การดูแลรักษาช่องปากสำคัญไม่แพ้อวัยวะอื่นใดเลยนะคะ

แป้งเคยได้กลิ่นปากคนไข้เวลาเจาะเลือด หรือคนทั่วไปเวลาคุยปกตินี่แหละค่ะหลายคนหน้าตาดี จัดว่าหล่อสวยก็มี เวลาพ่นเอ๊ย!พูดออกมาแต่คำ แป้งอยากกลั้นใจตายตรงนั้น ไม่กล้าบอกเค้า กลัวโดนด่า หาว่าเสือกค่ะ 

ได้แต่ภาวนาให้เวลาหมุนติ้วๆฝุ่นกลิ้งตลบโดยเร็ว จบเรื่องเสร็จภารกิจเสียที จะได้ไม่ต้องทนเหม็นแบบนั้น

วันนี้แป้งได้ฤกษ์งามยามดี พบทันตแพทย์เพื่ออุดฟันกรามน้อยที่ชำรุดเนื่องจากการเคี้ยวของแข็ง เช่น เม็ดฝรั่ง(ชอบมาตั้งแต่ไหนแต่ไร รู้ว่าจะมีผลต่อฟันที่เคยอุด แต่ก็หานำพาไม่) 

ขอเล่าย้อนอดีตไปเมื่อครั้งเป็นนักศึกษาพยาบาลปี1 สดใสวัยกระเตาะ ตอนนั้นไม่มีศักยภาพในการดูแลฟันอย่างมีประสิทธิภาพ แง๊! 

แป้งชอบกินขนมหวาน ไอศกรีม เบเกอรี่อร่อยๆ แค่แปรงฟันอย่างเดียว(ไม่ได้ใช้ไหมขัดฟัน)สวามปามแบบนี้ เพียงปีกว่าๆ ฟันผุมาเยือนประมาณ 3-4 ซี่ แต่สังเกตุได้ด้วยตัวเองเพราะเวลาส่องกระจก จะอ้าปาก ดูเหงือกดูฟันตัวเองทุกวัน อยู่มาวันหนึ่ง แป้งเกิดความสงสัยอยู่ครามครันว่า ทำไมฟันถึงได้มีเงาดำๆบริเวณเนื้อฟัน 

ช่วงนั้นก็ยังลั่นล้ากับการกินขนม นมเนยหวานๆอย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม จนเมื่อมีเวลาว่าง ไม่มีคาบเรียน จึงได้ไปที่รพ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น เพื่อตรวจฟันโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน เงาดำคือฟันผุ 

ขณะที่กำลังลงทะเบียนผู้ป่วย มีพี่เวชระเบียนถามว่า สนใจกับทำฟันกับพี่นักศึกษาทันตแพทย์มั๊ย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย แต่ต้องมาตามนัดทุกครั้ง 
แป้งก็หูผึ่งสิค่ะ ไม่ต้องจ่ายตังค์ด้วย แถมได้ทำตอนนั้นเลย เพราะถ้ารอทำกับทันตแพทย์ ต้องรอคิวนาน ตอนนี้ไม่มีทันตแพทย์คนไหนว่างด้วยสิ

นั่งรอแป๊บเดียว ก็ถูกเรียกชื่อเข้าไปในห้องทำฟัน พี่นศ.ทันตะก็บอกว่า มีฟันผุ 3 ซี่ ต้องอุดฟัน มิเช่นนั้นการอักเสบจะลุกลามไปจนถึงเนื้อฟัน แป้งได้ยินแบบนี้ ชักใจคอไม่ค่อยดี รีบจัดเลยค่ะ 

ครั้งแรกและครั้งถัดๆมาใช้เวลาทำฟันนาน 1-2 ชั่วโมง มันมีรายละเอียดหลายอย่างมั๊งค่ะ รู้แต่ว่า แป้งถูกบล็อกปากให้อ้าค้างอยู่ตลอดเวลา ช่วงที่พี่เจ้าของเคสทำๆอยู่ จะมีเพื่อนๆเดินวนเวียนมาถามโน่นนั่นนี่ตลอด พลางคิดในใจว่า พี่นศ.ทันตะคนนี้ต้องเก่งแน่ๆ แต่แป้งรู้สึกเมื่อยปากมากมายที่ต้องแหกปากค้างอยู่เป็น 2 ชม. ถ้าไม่มีใครเดินมาถาม จะเสร็จเร็วกว่านี้มั๊ยน๊า(คิดในใจ)

แป้งเป็นคนไข้ที่ดี มาตามนัดพี่เค้าทุกครั้ง จนครั้งสุดท้ายที่ยังไงก็ไม่ยอมไป เพราะไม่อยากเป็นหุ่นให้พี่เค้าแล้ว มันเมื่อยปากจริงๆนะคะ จำได้ว่า พี่เจ้าของเคสคงวานให้พี่นศ.ทันตะผู้ชาย มาตะโกนเรียกแป้งถึงหอพักในมข. แป้งได้ยินชื่อตัวเองเต็ม 2 รูหู แต่ก็ไม่โผล่ออกไปหรอกค่ะ แบบว่า ไม่เอาแล้ว เข็ดขยาดจริงๆ

จนเมื่ออายุราว 30 กว่าปี ฟันกรามซี่บนสุด ที่พี่นศ.ทันตะคนเก่งคนนั้นอุดให้ไม่ทันเสร็จ เกิดแตกขึ้นมา แป้งเลยไปหาหมอฟันทั่วไปตามคลีนิคเพื่ออุดฟัน ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 10 นาทีก็เสร็จ แต่พอกลับบ้านมาส่องกระจก
โอ! ฝีมือเทียบกับพี่นศ.ทันตะไม่ได้เลยค่ะ 

พี่นักศึกษาทันตะเค้าละเอียดมาก อุดฟันเสร็จ มีการบรรจงตกแต่งกรอฟันให้เป็นรูปฟันตามปกติที่สวยงาม(ทำเสร็จสมบูรณ์ 2 ซี่ อีก 1 ซี่เป็นฟันบดเคี้ยวด้านบน อุดเสร็จแล้ว รอการตกแต่งซึ่งแป้งเบี้ยวนัด ไม่ยอมไปทำต่อเอง นึกแล้วเสียดายจัง ขอโทษด้วยนะคะ)

ตอนหลังแป้งหันมารักษาสุขภาพ งดกินขนมของหวาน มีทันตแพทย์ท่านหนึ่งมาแนะนำให้ใช้ไหมขัดฟัน(dental floss)และแปรงซอกฟัน(interdental brush) ก่อนการแปรงฟันตามปกติ หมดปัญหาฟันผุโดยปริยาย มาร่วม 10 กว่าปี

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว พอดีเห็นมีสิทธิ์ประกันสังคมปีละ 600 บาทเหลืออยู่ เลยไปขูดหินปูนที่รพ.เอกชน หมดไป 1000 บาท เท่ากับควักเอง 400 บาท ซึ่งก่อนไปขูดหินปูน แป้งก็อ้าปากเช็คสภาพฟันด้วยตนเองตามเคย ไม่เห็นมีหินปูนอะไรเลยค่ะ นี่ผ่านมา 2 ปีแล้วที่ไม่ได้ขูดหินปูน แต่ก็ยังงงกับคำโปรยที่ว่า ต้องพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เอ้า!ไปก็ไป เราไม่ได้เรียนมาทางนี้เนอะ

เวลาผ่านไปอีก 4 ปี คือวันนี้แหละค่ะ ฟันกรามน้อยซี่ที่เคยอุดไว้เมื่อสมัยเรียนพยาบาล ได้บิ่นแตกเพราะกระแทกของแข็ง จำต้องไปพบหมอศิริราช เอ๊ย!พบทันตแพทย์เพื่ออุดฟัน อีกครั้ง 

ครั้งนี้บังเอิญเจอทันตแพทย์คนเก่ง จบเกียรตินิยมอันดับ1 มหิดล ซึ่งออกมาเปิดคลีนิคเองแถวเมืองทองธานี ราคาถูกกว่าคลีนิกทั่วไป เสียค่าอุดฟันไป 500 บาท พออุดฟันที่แตกเสร็จ น้องทันตแพทย์ก็บอกว่า ทั้งปากไม่มีฟันผุและหินปูนเกาะเลย ห๊ะ!

ว๊าย! คุณพระคุณเจ้า ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย แป้งไม่ได้ขูดหินปูนมา 4 ปีแล้วนะคะ แสดงว่า การที่เราดูแลฟันโดยการใช้ไหมขัดฟันและแปรงซอกฟัน(interdental)ก่อนการแปรงฟันทุกเย็น จะช่วยลดการเกิดหินปูนได้ยาวนานหลายปีสิค่ะ

***ปกติแป้งไม่ได้ดื่มชา กาแฟและไม่ใช้น้ำยาบ้วนปากนะคะ***

หมายเหตุ
คนเราเมื่อมีอายุมากขึ้น การแปรงฟันรุนแรงดั่งใช้แปรงซักผ้าขยี้ผ้าในกะละมังหรือใช้ขนแปรงแข็งเป๊ก คราบจุลินทรีย์บนผิวฟันและร่องเหงือก สะสมทุกวันต่อเนื่อง โดยที่เราไม่รู้ตัว

ส่งผลให้เหงือกสึกหรอหรือร่นตัว ช่องระหว่างฟันจะกว้างขึ้น พอที่จะสอดแปรงซอกฟันเข้าไปทำความสะอาดได้ พบภาวะนี้ได้ในช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป

หากอายุน้อยกว่านี้ ใช้แค่ไหมขัดฟันรวมถึงแปรงลิ้นทุกครั้งที่แปรงฟัน เนื่องจากร่องฟันและเหงือก ยังไม่ร่น เพียงเท่านี้ เราจะมีลมหายใจสดชื่นยกเว้นกลิ่นปากที่มีสาเหตุจากฟันผุค่ะ

เมลาโทนิน วิตามินย้อนเวลาจากภายใน ไม่ได้มีดีแค่การนอนหลับ

คงมีคนทั่วไปจำนวนไม่น้อยที่จะรู้จักวิตามินชื่อ melatonin ( เมลาโทนิน ) แป้งเองก็รู้จักได้เกือบ 14 ปีล่ะ ครั้งแรกจากการอ่านคอลัมน์ในนิตยสารชื...

บทความยอดนิยม