บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562

อัพเดตโรคมะเร็งจาก Johns Hopkins

ทุกวันนี้เรามักจะได้รับข่าวคราวจากคนรอบข้างว่า คนนั้นคนโน้นป่วยเป็นโรคมะเร็งกันมากมาย เป็นได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ มีไม่น้อยที่เสียชีวิตภายในเวลาไม่นาน มีหลายเหตุผลที่เป็นปัจจัยให้เกิดโรคมะเร็ง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นโรคนี้

อัพเดตโรคมะเร็งจาก Johns Hopkins

1.ทุกคนมีสิทธิ์เป็นโรคมะเร็งได้ เกิดจากความผิดปกติที่สะสมในร่างกาย ไม่ได้เกิดตามธรรมชาติ เซลล์มะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฏในการทดสอบผลเลือด เมื่อแพทย์บอกผู้ป่วยโรคมะเร็งว่า ไม่มีเซลล์มะเร็งในร่างกายอีกต่อไปหลังการรักษา นั่นหมายถึงการทดสอบไม่สามารถตรวจจับเซลล์มะเร็งได้ เนื่องจากเซลล์มะเร็งยังไม่ถึงขนาดที่ตรวจพบได้

2.เซลล์มะเร็งเกิดขึ้นมากกว่า 6-10 ครั้งในช่วงชีวิตของมนุษย์
แค่ 2 ครั้งก็ว่าอ่วมแล้วนะคะ มีพี่ผู้ช่วยพยาบาล เป็นมะเร็งเต้านม ต้องตัดเต้านมทิ้งไป 1 ข้าง ตอนอายุ 38 ปี ต่อมาอีก 15 ปี เป็นมะเร็งเต้านมข้างที่เหลืออยู่ ครั้งนี้พอได้รับยาเคมีบำบัดแค่คอร์สแรก เสียงพูดหายไป เวลาพูดจะไม่ได้ยินเสียงที่เปล่งออกมา ไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร

เท่าที่ทราบ มีหลายคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งมากกว่า 3 ครั้ง

3.เมื่อระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง จะป้องกันการทวีคูณและก่อตัวเป็นเนื้องอก เซลล์มะเร็งจะถูกทำลาย

4.เมื่อผู้ป่วยเกิดโรคมะเร็ง หมายถึงบุคคลนั้นมีภาวะขาดสารอาหารหรืออาจเกิดจากพันธุกรรม แต่ยังรวมถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต

5.การปรับเปลี่ยนโภชนาการ รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพจำนวน 4-5 ครั้งต่อวันและเสริมวิตามิน จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

6.เคมีบำบัดเกี่ยวข้องกับสารพิษที่เติบโตอย่างรวดเร็วของเซลล์มะเร็ง และทำลายเซลล์ปกติในไขกระดูก ระบบทางเดินอาหาร หลอดอาหาร ฯลฯ

7.การฉายรังสีเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง ทำให้เกิดแผลเป็นและทำลายเซลล์เนื้อเยื่อที่ปกติ

8.การรักษาเบื้องต้นด้วยเคมีบำบัดและการฉายรังสี มักจะลดขนาดก้อนเนื้อ

อย่างไรก็ตาม เคมีบำบัดและการฉายรังสีเป็นเวลานาน ไม่ส่งผลให้เนื้องอกถูกทำลายมากขึ้น

9.การรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัดและฉายรังสี อาจมีผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลาย การติดเชื้อต่างๆจึงเกิดได้ง่ายขึ้น

10.เคมีบำบัดและการฉายรังสี อาจทำให้เซลล์มะเร็งกลายพันธุ์และดื้อยา ยากต่อการทำลาย ถึงอย่างไรการรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัดได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเหมาะสมทำให้ผู้ป่วยบางคนอาการดีขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคน เพราะบางรายไม่สามารถรับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้

11.เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด เนื้อสัตว์ต่างๆมีความเป็นกรดสูง อีกทั้งมีการใช้ยาปฏิชีวนะ ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นอันตรายโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง

12.โปรตีนจากเนื้อสัตว์นั้นย่อยยาก ต้องการเอนไซม์ย่อยอาหารจำนวนมาก เนื้อสัตว์ที่ย่อยไม่หมดในลำไส้จะเน่าเปื่อย ส่งผลให้เกิดการสะสมความเป็นพิษ(Toxin)เพิ่มขึ้น

13.ผนังเซลล์มะเร็งมีโปรตีนปกคลุมอยู่ การงดเว้นเนื้อสัตว์ทำให้มีเอนไซม์มีจำนวนมาก เข้ามาโจมตีผนังโปรตีนของเซลล์มะเร็ง ช่วยทำให้เซลล์นักฆ่าในร่างกายทำลายเซลล์มะเร็ง

14.อาหารเสริมบางชนิดช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
(IP-6, Flor essence, Essiac, สารต่อต้านอนุมูลอิสระ, วิตามิน, แร่ธาตุ,EFAs ฯลฯ ) ช่วยกระตุ้นการทำงานเซลล์นักฆ่าของร่างกายเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง

15.โรคมะเร็งเป็นโรคที่เกิดจากร่างกายและจิตวิญญาณ
ความโกรธ ความขมขื่นใจ ทำให้ร่างกายมีความตึงเครียดและ
มีสภาวะเป็นกรด ควรรู้จักให้อภัย เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและสนุกกับชีวิต

16.เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจน ออกกำลังกายสม่ำเสมอและการหายใจลึก ๆช่วยให้ได้รับออกซิเจนมากขึ้นจนถึงระดับเซลล์ ออกซิเจนบำบัดเป็นอีกวิธีที่นำมาใช้เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง






ที่มา :

Cancer Update from Johns Hopkins - Guyana Chroniclehttps://guyanachronicle.com › 2017/02/12

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เห็ดหางไก่งวงออร์แกนิก เห็ดทางการแพทย์ที่ทรงอานุภาพในการต้านมะเร็ง


www.vitaminvillage.weloveshopping.com



ในปัจจุปัน มีผู้คนล้มป่วยด้วยโรคต่างๆมากมาย หันไปทางไหน ก็พบเจอแต่ความเจ็บป่วย ทุกข์ทรมาน คนละโรคสองโรคหรือหลายๆโรค ซึ่งมีสาเหตุจากภายในและภายนอกร่างกาย สิ่งน่ากลัวที่สุด เห็นจะไม่พ้นโรคมะเร็งตามอวัยวะต่างๆ มาพร้อมกับบิลค่ารักษาพยาบาลบานเบอะ หาเงินมาแทบตาย จำเป็นต้องเอามาจ่ายค่ายาหมด หลีกเลี่ยงข้อนี้ไม่ได้เลย

หากเราออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เน้นผักผลไม้สด ลดความเครียด พักผ่อนเป็นเวลา ไม่ว่าโรคร้ายใดๆ ก็มิอาจทำร้ายทำลายร่างกายเราได้ค่ะ

แต่จะดีกว่ามั๊ย หากเรามีตัวช่วยประสิทธิภาพสูงถึงขีดสุด ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และยอมรับในระดับสากลอีกด้วย

ในโลกของวิตามิน นอกสารต้านอนุมูลอิสระอันเลื่องชื่อ เป็นที่ติดหูติดตาในคนทั่วไปแล้ว ยังมีสารประกอบโพลีแซกคาร์ไรด์ ( polysaccharide ) เรียกว่า PSK 
( Polysaccharide Krestin ) ในเห็ดทางการแพทย์ ที่เหนือกว่าสารต้านอนุมูลอิสระทั้งหลายทั้งปวง จะเป็นอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ

เห็ดหางไก่งวง ( Tremates versicolor ) เป็นหนึ่งในเห็ดที่พบมากที่สุดในป่าอเมริกาเหนือบนไม้เนื้อแข็งที่ตายแล้วและการย่อยสลายตอไม้ 

เห็ดหางไก่งวงเติบโตทั่วโลก สามารถพบได้ทุกต้นไม้ ในความเป็นจริง เห็ดหางไก่งวงคือบางส่วนของเห็ดที่พบมากที่สุดในเนื้อไม้ที่ตายแล้ว

เห็ดหางไก่งวง อุดมไปด้วยสารประกอบโพลีแซคคาไรด์ ( polysaccharide ) เช่น เบต้ากลูแคน ( beta glucans ) arabinoxylanes, glucose , xylose, mannose g

เห็ดหางไก่งวง มีสารประกอบที่เรียกว่า PSK ( Polysaccharide Krestin ) เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ( แป้งและน้ำตาล ) ละลายน้ำได้ มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการต้านมะเร็ง ป้องกันการลุกลามของมะเร็งและฟื้นตัวจากมะเร็งได้อย่างรวดเร็ว ช่วยบรรเทาผลข้างเคียงจากการใช้เคมีบำบัดหรือรังสีรักษา 

มีประโยชน์ในการรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านมและมะเร็งปอด ( พบในหลอดทดลอง ) มีการศึกษาในนำร่องมนุษย์พบว่า อาจลดการเกิดซ้ำของโรคมะเร็ง

เห็ดหางไก่งวงใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆหลายร้อยปีในเอเชีย ยุโรปและชนพื้นเมืองในทวีปอเมริกาเหนือ โดยถูกต้มเป็นชาสมุนไพรจีน มีชื่อเรียกว่า Yun zhi ต้นศตวรรษที่15 ในช่วงราชวงศ์หมิงประเทศจีน 

นักวิจัยมหาวิทยาลัย Bastyr มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ผสมผสานแพทย์ทางเลือก ผู้นำด้านนวัตกรรมส่งเสริมสุขภาพอันดับหนึ่งในอเมริกา อยู่ใกล้กับการค้นพบว่า เห็ดหางไก่งวง ( Tremates versicolor ) สามารถช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด จากการได้รับทุนส่งเสริมจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติอเมริกา ( NIH ) เทียบเท่ากระทรวงสาธารณสุขของไทย

ในประเทศญี่ปุ่น เห็ดหางไก่งวงมีชื่อเรียกว่า Karawatake รักษาโรคมะเร็งอย่างแพร่หลายมานานกว่า 30 ปี อนุพันธ์เห็ดหางไก่งวงในประเทศญี่ปุ่น ผลิตโดยการสกัดน้ำร้อน

ในผู้ป่วยที่ได้รับ PSK ( polysaccharide Krestin ) อย่างต่อเนื่อง มีงานวิจัยแสดงให้เห็นถึงอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง 5 ปีหรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร/ลำไส้ใหญ่/หลอดอาหาร/เต้านม และมะเร็งปอด ในการทดลองทางคลีนิกของประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปีค.ศ 1970 เป็นต้นมา

ในเชิงพาณิชย์ PSK ( polysaccharide Krestin ) ได้รับการอนุมัติตั้งแต่ปี 1997 ยอดขายประจำปีอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ

รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติการใช้ PSK ( polysaccharide Krestin ) ในปีค.ศ 1980 สำหรับการรักษาโรคมะเร็งพร้อมกับการผ่าตัด เคมีบำบัดและการฉายรังสี

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารมะเร็ง peer-review ISRN  ของมหาวิทยาลัย Bastyr และมหาวิทยาลัยมินนิโซต้า สหรัฐอเมริกาพบว่า อาหารเสริมเห็ดหางไก่งวง อาจสนับสนุนการรักษาโรคมะเร็งเต้านม โดยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย กล่าวคือ สามารถเพิ่ม NK ( natural killer cell  เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาว มีหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็ง และเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสเป็นหลัก )
และ CD8+T (T suppressor หรือ CD8 มีหน้าที่ทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม รวมถึงยับยั้งการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันเมื่อหมดความจำเป็นแล้ว ไม่เช่นนั้น จะเกิดความเสียหายต่อร่างกายจากการทำงานที่เกินเลยของระบบภูมิคุ้มกัน )  อย่างมีนัยสำคัญ

ก่อนหน้านี้ นักวิจัยได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาแห่งอเมริกา ใช้เห็ดหางไก่งวง ทดลองทางคลีนิกโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในช่วงต้นปี 2013 โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ พัฒนาการรักษาโรคมะเร็งโดยไม่มีผลข้างเคียงที่ทำให้สุขภาพทรุดโทรม จากยาเคมีบำบัด

เห็ดหางไก่งวงออร์แกนิก จากอเมริกา ผลิตด้วยวิธีการอันทันสมัยของห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเซลล์ขนาดใหญ่ของเส้นใย แถมจดสิทธิบัตรไปทั่วโลกอีกต่างหาก

มีประโยชน์อย่างไร
1.ลดการอักเสบของเซลล์
2.เพิ่มระดับภูมิคุ้มกัน 300%โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งมากถึงร้อยละ 97 
3.ขับสารพิษโดยเฉพาะการสะสมโลหะหนักออกจากร่างกาย จากมลพิษทางอากาศและดิน
4.ลดความไวต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ
5.ส่งเสริมการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น
6.ส่งเสริมการทำงานของไต จึงมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ โดยสามารถลดค่าไตที่สูงลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยไม่ต้องฟอกไต
7.ป้องกันตับรวมถึงผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
8.ควบคุมคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ
9.เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการฉายรังสีและเคมีบำบัด
10.บรรเทาอาการโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด ปอดอักเสบ
11.มีการทดลองทางคลีนิก พบว่า เพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะที่ 1-3 
12.บรรเทาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร
13.ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
14.ลดไขมันLDL , cholesterol
15.รักษาอาการภูมิแพ้โดยไม่ต้องกินยาแผนปัจจุบัน
16.ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงกว่าคนทั่วไป ไม่เจ็บป่วยง่าย

ตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา มีเพียงเห็ดหางไก่งวงออร์แกนิกเท่านั้น จะถูกนำมาใช้ทดลองทางคลีนิก ภายใต้การให้ทุนสนับสนุนจาก NIH จากเชื้อรา Perfecti มีชื่อว่า Host Defense ซึ่ง FDA อเมริกาได้อนุมัติส่วนผสม nutraceutical ( อาหารหรือส่วนประกอบของอาหาร ที่มีสรรพคุณซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ประโยชน์ทางยา ป้องกันโรค รักษาโรค และชะลอความชรา ) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Health Canada ซึ่งเป็นองค์กรด้านสุขภาพของประเทศแคนาดา ได้ให้คำจำกัดความของ nutraceutical ซึ่งระบุความหมายที่ชัดเจนขึ้น คือ " เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากอาหารที่ผ่านการสกัดหรือแยกเป็นสารบริสุทธิ์ และขายในรูปแบบเหมือนยา และมีการพบประโยชน์ต่อร่างกายหรือช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง"

มีการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เห็ดจากเอเชียโดยเฉพาะจีนแผ่นดินใหญ่ พบว่า มีแคดเมียมสูงผิดปกติ แตกต่างจากการเพาะเลี้ยงเห็ดหางไก่งวงออร์แกนิคในป่าดงดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ ฝนตกชุก แร่ธาตุในดินเต็มเปี่ยม มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีความบริสุทธิ์สูงสุด ดูดซึมได้ดีในร่างกายมนุษย์

มีเห็ดทางการแพทย์ในโลก 140,000 สายพันธุ์ แต่มีเพียง 10%เท่านั้น ที่สามารถนำมาใช้งานได้และเห็นผลชัดเจน

Paul Stamets นักพฤกษศาสตร์เห็ดรา ชาวอเมริกัน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและผู้ก่อตั้งเชื้อรา Perfecti จากเห็ดหางไก่งวง กล่าวว่า ทฤษฎีหนึ่งที่ถือได้ว่า " เห็ดหางไก่งวง ช่วยเพิ่มความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันของเซลล์นักฆ่าตามธรรมชาติที่จะโจมตีเซลล์มะเร็ง ขั้นตอนต่อไปของการศึกษาอย่างต่อเนื่องนี้ จะมีการประเมินผลกระทบของการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น ในการอยู่รอดของผู้ป่วยอีกหลายสิบปีข้างหน้า "

 Paul Stamets ได้ยกตัวอย่างมารดาของเขา ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 4 ในปี 2009 เขาได้ให้รับประทานเห็ดหางไก่งวง ( Trametes Vesicolor ) 500 mg วันละ 2 เม็ด จนกระทั่งอีก 7 เดือนต่อมาคือ กุมภาพันธ์ 2010 ตรวจไม่พบเชื้อมะเร็งอีกเลย นับว่าน่าอัศจรรย์มาก อืม!! น่าทึ่งที่สุด

แป้งค้นพบวิตามินตัวนี้โดยบังเอิญอีกแล้วค่ะ พอดีอยากจะหาวิตามินที่สกัดจากเห็ดหางไก่งวงเพื่อช่วยลดค่าไตให้กับผู้ป่วยที่กำลังจะเข้ารับการฟอกไต 

ค้นไปค้นมา เจอแหล่งข้อมูลของเห็ดหางไก่งวงที่เป็นที่นิยมในต่างประเทศ จึงได้ให้กินเห็ดหางไก่งวง 500 mg วันละ 1 เม็ด เพียง 4 เดือน ค่า Cr จาก 7 mg/dl  ลดลงเหลือ 1.26 mg/dl นับว่าเป็นความปลาบปลื้มใจที่มีโอกาสได้ให้คำแนะนำช่วยเหลือผู้ที่เจ็บป่วยอย่างที่สุด นอกเหนือจากเป็นพยาบาลวิชาชีพ ตามที่ร่ำเรียนมา ( แทบตาย )

ส่วนตัวแป้ง เริ่มกินเห็ดหางไก่งวงออร์แกนิก 500 mg วันละ 1 เม็ด ก่อนอาหารเช้า 

ปกติในฤดูฝน มักจะมีเชื้อโรคพัดพามากับสายลมและละอองความชื้น ประกอบกับมีภาวะเครียดแถมนอนดึกอีกต่างหาก แป้งเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว จะต้องคันหู คันตา คัดจมูก น้ำมูกไหล อย่างแน่นอน ชัวร์
แต่เปล่าเลย แป้งแข็งแรง สบายดี ไม่มีอาการภูมิแพ้แม้แต่น้อยเลย แนะนำให้คนที่เจ็บป่วยเป็นไข้หวัด เจ็บคอ ต้องหามดหาหมอทุก 2 เดือนกิน ทุกวันนี้ บอกได้เลย ห่างไกลจากคำว่า " เจ็บป่วย " โดยสิ้นเชิงค่ะ

หมายเหตุ : เห็ดหางไก่งวงออร์แกนิก ส่งเสริมการทำงานของไต จึงมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
หากรับประทานอาหารเสริมชนิดนี้ จำเป็นต้องดื่มน้ำเปล่า วันละ 1500-2000 ml. ขึ้นไป เพื่อให้มีน้ำไหลเวียนที่ไต ซึ่งทำหน้าที่กรองของเสีย กำจัดน้ำ เกลือแร่ กรดและสารพิษออกจากร่างกาย เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำที่ดีมีประสิทธิภาพ จะต้องมีน้ำไหลผ่านตลอดเวลาค่ะ



ทำไมการโหมออกกำลังกายมากเกินไป จึงเร่งความชราให้เร็วขึ้น

ผลการศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ ได้ยืนยันแล้วว่า ผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่าจะมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพดีกว่า แต่นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยยูแวสกูแล...

บทความยอดนิยม