บทความที่ได้รับความนิยม

วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561

Heartburn Relief วิตามินลดกรดไหลย้อนที่ให้ลมหายใจสดชื่น

ความเครียดเปรียบได้กับนักฆ่าที่เงียบที่สุดในอเมริกา อาจเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเกิดโรคหัวใจ

คนที่มีอาการหัวใจวายมักจะมีรายงานว่า อาการแย่ลงในช่วงที่มีความเครียดเพิ่มขึ้น ซึ่งความเครียดอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราได้หลายทาง เช่น เหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง นอนไม่หลับ ระบบทางเดินอาหารถูกทำลายและก่อให้เกิดกรดไหลย้อนอย่างมหาศาล

ชาวอเมริกัน สี่ในสิบคน มีอาการของโรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal หรือ GERD) ส่วนใหญ่จะได้รับยาในกลุ่ม Proton Pump Inhibitors หรือ PPI เช่น Prilosec, Prevacid และ Nexium ซึ่งเป็นยาที่ใช้ลดอาการแสบร้อนหน้าอก ที่เกิดจากกรดไหลย้อนหรือมีแผลในกระเพาะอาหาร โดยลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร เพื่อช่วยรักษาและป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้

PPI เป็นกลุ่มยาที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับสามในสหรัฐอเมริการองลงจากยารักษาโรคจิตประสาทและกลุ่มยาStatins(ยาลดไขมัน)ซึ่งมียอดขายมากกว่า 100 ล้านเหรียญ และ 13.9 พันล้านเหรียญในปี 2553 นอกเหนือจากการขายยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์

แต่ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา(FDA)ได้ออกคำเตือนหลายเรื่องเกี่ยวกับ PPI ว่า

การใช้ยากลุ่ม PPI ในปริมาณสูงและต่อเนื่องระยะยาว อาจมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเกิดกระดูกหักจากภาวะกระดูกพรุน กล่าวคือมีการหลั่งกรดจากกระเพาะอาหาร ส่งผลให้การดูดซึมแคลเซียมจากระบบทางเดินอาหาร อาจมีผลต่อสมดุลของกระดูกโดยตรง และการติดเชื้อแบคทีเรีย Clostridium difficile ในลำไส้ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย อีกทั้งมีความสัมพันธ์กับการเกิดสมองเสื่อมรวมทั้งอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ

มีการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า การใช้ยากลุ่ม PPI ในระยะยาว
อาจลดการดูดซึมสารอาหารวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ ได้แก่ แมกนีเซียม แคลเซียมและวิตามินบี 12 รวมถึงอาจลดประสิทธิภาพของยาอื่น ๆ ด้วย

โรคกรดไหลย้อน เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร โดยของที่ไหลย้อนส่วนใหญ่จะเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ส่วนน้อยเป็นด่างจากลำไส้เล็ก โดยอาจมีหรือไม่มีภาวะหลอดอาหารอักเสบก็ได้

คนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการแสบยอดอก เรอเปรี้ยว นานวันเข้าอาจทำให้เกิดหลอดอาหารอักเสบ หรือเป็นมากจนเกิดแผลรุนแรง จนทำให้ปลายหลอดอาหารตีบ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงเซลล์ของเยื่อบุหลอดอาหาร บางรายอาจรุนแรงจนถึงขั้นเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้

โรคกรดไหลย้อนบางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ก็อาจร้ายแรง หากการย้อนของกรดที่ไหลมาตามหลอด

อาหารบ่อยๆ มีผลให้กรดไฮโดรคลอริก(HCL)ที่หลั่งในกระเพาะอาหารกัดกร่อนและกัดเซาะเนื้อเยื่ออ่อนของหลอดอาหาร ส่งผลให้เกิดการอักเสบและรอยแผลเป็น บางครั้งอาจทำให้เกิดการกัดกร่อนของเคลือบฟันได้ด้วย

ในความเป็นจริงหนึ่งในสิบคนที่มีภาวะกรดไหลย้อน จะพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นอันตรายในหลอดอาหารเรียกว่า Barrett ‘s esophaguses(คือภาวะแทรกซ้อนของโรคกรดไหลย้อน(GERD)โดยมี intestinal metaplasia ไปแทนที่ squamous epithelium ของหลอดอาหารส่วนปลาย แต่ไม่ค่อยพบในคนไทยเนื่องจากพบร้อยละ 0.6 แต่ในประเทศตะวันตกพบสูงมากคือ ร้อยละ 5) อาจมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหาร

อาหารที่กระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน เช่น ชา กาแฟ อาหารรสเปรี้ยวน้ำมะเขือเทศ อาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสเผ็ด เครื่องเทศร้อน ฯลฯ

เวลาที่แป้งกินอาหารรสเผ็ด จะมีอาการแสบท้อง รู้สึกได้ว่า กรดไหลย้อนขึ้นมาที่ลำคอ จุกๆรำคาญๆไม่สบายคออย่างบอกไม่ถูก หากกินอาหารรสชาติจืดๆจะไม่มีอาการแบบที่ว่าเลยค่ะ

วิตามิน Heartburn Relief ยี่ห้อ limitless life ผลิตในอเมริกา มีส่วนประกอบสำคัญ 2 ชนิดคือ Aloe vera และ Mastic Gum

1.ว่านหางจระเข้(Aloe Vera)มีแหล่งกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและบริเวณตอนใต้ของทวีปแอฟริกา พันธุ์ของว่านหางจระเข้มีมากมายกว่า 300 ชนิด ซึ่งมีทั้งพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่มากจนไปถึงพันธุ์ที่มีขนาดเล็กกว่า 10 เซนติเมตร

เดิมเป็นพืชที่ขึ้นในเขตร้อน ต่อมาได้ถูกนำไปแพร่พันธุ์ในยุโรปและเอเชีย มีการใช้ว่านหางจระเข้เพื่อประโยชน์ทางสุขภาพมากว่า 5,000 ปี

2.Mastic Gum เป็นยางไม้ที่ได้จากต้นพิสตาชีโอป่า ซึ่งเป็นไม้พุ่มถึงยืนต้นขนาดเล็ก พบมากในแถบบริเวณเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนใหญ่พบในเกาะกรีก เมื่อลำต้นของพืชชนิดนี้แตกออกจะมียางไหลออกมา พอแห้งจะมีสีเหลืองอ่อนหรือเหลืองอมเขียว โปร่งใสมันวาว และเปราะ

เรซินของต้นพิตาชิโอ ถูกใช้โดยชาวเมดิเตอร์เรเนียนและแอฟริกาเหนือ มานานหลายศตวรรษเพื่อรักษาโรคในกระเพาะอาหารและช่วยลดการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร

มีประโยชน์อย่างไร

1.ช่วยยับยั้งการอักเสบของระบบภูมิคุ้มกันที่อาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร

2.ช่วยลดการอักเสบ จากสารไกลโคโปรตีน จึงสามารถบรรเทาโรคกระเพาะอาหารอักเสบและอาการกรดไหลย้อนได้

3.เพิ่มการย่อยอาหารและเพิ่มการดูดซึมสารอาหาร

4.ช่วยให้กระเพาะอาหารมีความสมดุล โดยทำงานประสานระดับ pH ทั่วร่างกาย

5.ช่วยในการลดการระคายเคืองและรักษาเซลล์ที่ได้รับความเสียหายจากกรดไหลย้อน

6.ลดก๊าซในกระเพาะอาหาร

7.ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ซึ่งถือว่าเป็นสาเหตุหลักของการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

แป้งกินวิตามิน Heartburn Relief ยี่ห้อ limitless life ครั้งละ 2 เม็ด หลังมื้ออาหาร ซึ่งช่วยลดอาการแสบท้อง ปวดแสบปวดร้อนที่คอได้เป็นอย่างดี

เรื่องยาลดกรดไหลย้อนหรือยาเคลือบกระเพาะ จะไม่แตะเลยเพราะเคยเห็นรุ่นน้องที่ทำงาน เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ไปหาหมอแค่ครั้งเดียว จากนั้นไม่เคยไปอีกเลย พออาการกำเริบ ก็กินยาเคลือบกระเพาะอาหารวนไป จำพวกแอนตาซิด(antacid),กระต่ายบิน, Miracid,Cimetidine,Ranitidine ฯลฯ

หมายเหตุ ประเทศไทยจัดยา Cimetidine,Ranitidine อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติและอยู่ในหมวดยาอันตราย เพราะมีผลข้างเคียงและข้อห้ามใช้จำเพาะในแต่ละกลุ่มของผู้ป่วย

อีก 1 ปีต่อมา ได้ข่าวว่า เป็นโรคไตวายเฉียบพลัน ทั้งๆที่มีโรคประจำตัวแค่โรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างเดียว แต่ปวดแสบท้องทุกสัปดาห์ เลยกลายเป็นว่าต้องกินยาต่อเนื่องทั้งปี หายนะชัดๆ

ไม่ว่าอย่างไร ยารักษาโรคก็ผลิตจากสารเคมี มีประโยชน์อนันต์ แต่มีผลข้างเคียงมหันต์เช่นกันค่ะ

ข้อดีของวิตามิน Heartburn Relief ยี่ห้อ limitless life คือหลังกินวิตามินราว 1-2 ชม.เวลาที่ลุกเดินหรือยืนทำนั่นโน่นนี่อยู่ จะเรอออกมาเป็นกลิ่นส้ม ชอบที่สุดตรงนี้ นอกจากหายปวดท้องแล้วยังสดชื่นจากกลิ่นส้มด้วยค่ะ

สอบถามและสั่งซื้อได้ที่ 
tel.081-845-3461
id line ;noi_nunoy2512


ทีมา

Why You Need Aloe Vera If You Have Heartburn or Indigestion - Naturally Savvynaturallysavvy.com › care › why-you-ne...
Aloe Vera For Heartburn - We Love Aloe!www.aloeplant.info › Medicinal Uses
Heartburn, Acid, and the Aloe Cure — Wylde on Healthwyldeabouthealth.com › articles › heartb...
The Possible Benefits of Mastic Gum - Verywell Healthhttps://www.verywellhealth.com › the-be...
Mastic Gum: Benefits, Use, and More - Healthlinehttps://www.healthline.com › health › ma...
Mastic Gum: A Time-Tested Remedy Against Acid Reflux | Sepalikahttps://www.sepalika.com › gerd › mastic...
แมสติก - วิกิพีเดียhttps://th.wikipedia.org › wiki › แมสติก

ว่านหางจระเข้ - วิกิพีเดียhttps://th.wikipedia.org › wiki › ว่านหาง...


วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ความลับของนวัตกรรมความงาม

ทุกวันนี้มีนวัตกรรมความงามเกิดขึ้นมากมาย บางทีเลือกไม่ถูกว่า ปัญหาผิวที่หย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องลึก มีผลทำให้ดูร่วงโรย แก่ชราก่อนวัยอันควรหรืออยากเสริมเติมแต่งให้สวยสะดุดตา เปลี่ยนจากคนหนึ่งให้กลายเป็นคนที่สวยขึ้นด้วยฝีมือแพทย์
เราจะเลือกแบบไหนดี
เช่น เติมฟิลเลอร์(Filler) เติมไขมัน(Lipofilling)
ฉีดโบท็อกซ์(Botox)เลเซอร์(Laser)
เทอมาร์จ(Thermarge)อัลเทอร่า(Ulthera)ฯลฯ

ไม่ว่าหญิงหรือชายเมื่ออายุมากขึ้น หน้าผาก ขมับ แก้มจะตอบลง มองดูแล้วไม่เต่งตึงสดใสเหมือนเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้จะนวัตกรรมการเติมไขมันในบริเวณต่างๆ เช่น ใต้ตา หน้าผาก ร่องแก้ม ขมับ ฯลฯ

การฉีดไขมันที่หน้าคือ การเติมเต็มส่วนที่ขาดหรือยุบบนใบหน้าหรือย้ายเซลล์ไขมันจากส่วนที่ไม่ต้องการ เช่น สะโพก เพื่อเติมเต็มแทนการฉีดฟิลเลอร์(Filler)

เติมไขมันที่หน้าราว 70% จะพบความผิดหวัง เพราะไม่ได้อยู่ถาวรตามที่คลีนิกโฆษณาไว้
 ส่วนใหญ่ 3-4 เดือน ยุบหายหมด
แม้กระทั่งเซลล์ไขมันที่เติมแล้วมีชีวิตรอด ยังสามารถหายไปได้ตามกาลเวลา

ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีเทคนิคการเติมไขมันที่หวังผลได้ 100%
ถึงแม้ว่าเซลล์ไขมันที่นำมาฉีด จะอยู่ได้ตลอดชีวิตก็ตามที
แต่อย่าลืมว่า เนื่องจากเราอายุมากขึ้น สภาพผิวจะหย่อนคล้อยเหี่ยวลง เซลล์ไขมันใต้ผิวหนังจะลดลงตามไปด้วย จึงต้องกลับมาเติมไขมันเรื่อยๆอีกอยู่ดี

ฉีดไขมันที่หน้า ประมาณ 3 เดือน ต้องกลับไปเติมใหม่เพราะจะมีเซลล์ไขมันบางส่วนตาย พอครบ 1 ปี กลับไปเติมอีกรอบเพื่อให้เซลล์ไขมันที่ปลูกคงอยู่ได้นานขึ้น

ราคาฉีดไขมัน ครั้งละ 35,000-70,000+บาท แล้วแต่คลีนิก

Filler Hyaluronic acid เติมร่องลึกใต้ตาหรือร่องแก้ม อยู่ได้สูงสุด 1 ปี จากนั้นจะสลายตัว ต้องเติมใหม่ทุกปี

เติมไขมันร่องลึกใต้ตา บางคนจะเกิดเป็นก้อนนูนใต้ดวงตา ไม่ว่าเกิดก้อนเล็กหรือขนาดใหญ่ ยังไงก็แก้ไขยาก

ร้อยไหม ถึงจะบินร้อยที่เกาหลี ก็ไม่ได้ผล ยังไงต้องฉีดโบทอกซ์เพื่อยกกรอบหน้าอยู่ดี

ข้อความด้านล่างปรากฎอยู่ในนิตยสาร shape
ซึ่งเป็นความเห็นของแพทย์ผิวหนังที่อยู่ในวงการความสวยความงาม

หมอสมศักดิ์ กล่าวว่า’’บอกได้เลยว่า ร้อยไหมน่ะลวงโลก โบท็อกซ์ต่างหากที่ได้ผลเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อเราแทงไหมเข้าไปเป็นสิบเส้น ผิวหนังจะบวมจนนึกว่าหน้ายกกระชับ แต่ที่ไหนได้ มันคือการรักษาตัวของผิว ผ่านไปหนึ่งเดือนก็กลับมาเป็นอย่างเดิม เอาไหมเข้าไปแล้ว ใครไปยกเส้นไหมในหน้าล่ะ หน้าถึงจะได้ยกกระชับได้’’

หมอเกมส์กล่าวว่า’’หลักการของร้อยไหมคือการทำให้เกิดแผลด้านใน เมื่อร่างกายเกิดแผล ก็จะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาทดแทน
แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นมานั้น ไม่ใช่คอลลาเจนที่ดีงาม มันคือผังผืด อารมณ์เหมือนเราล้มเป็นแผล แล้วผิวหนังฟื้นฟูขึ้นมาแต่แผลไม่สวย คนไข้จะรู้สึกตึงอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ที่ไหนได้ ข้างในผิวเหนียวแน่นเป็นผังผืดเลยทีเดียว’’

หมอเอ้ ยืนยันอีกหนึ่งเสียงว่า’’เอาอย่างนี้นะ หมอเคยลองศึกษาเทคนิคร้อยไหมและคิดว่าจะไม่ให้ไหมมาอยู่บนใบหน้าตัวเองเลย และจะไม่ใช้กับคนไข้ด้วย หมอเน้นการบูรณาการปรับโครงสร้างใบหน้า อย่างการใช้โบท็อกซ์คู่กับฟิลเลอร์เพื่อเพิ่มลดบางจุดที่ไม่สมดุล และเพิ่มวอลุ่มในบางจุดเพื่อสร้างจุดเด่นบนใบหน้า จะทำให้สวยแบบธรรมชาติ

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561

skin revitalization อานุภาพของวิตามินชะลอวัย

เมื่อใดที่อนุมูลอิสระโจมตีเซลล์ในร่างกายอย่างต่อเนื่อง สัญญาณแห่งความชราจะเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด เช่น อ่อนเพลียง่าย นอนไม่หลับ มีริ้วรอย กระ ฝ้าหรือเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆเช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคมะเร็ง ฯลฯ ซึ่งเราไม่อาจป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น แต่สามารถชะลอให้ช้าลงได้

โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้

1.รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ระมัดระวังไม่ให้รูปร่างอ้วนจนเกินพิกัด เนื่องจากความอ้วนทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฯลฯ
2.ลดการบริโภคน้ำตาล ไขมันทรานส์(ครีมเทียมที่ผสมในกาแฟ นมข้นหวานดัดแปลง ไอศกรีม เบเกอรี่ เค้ก ฯลฯ)
3.ลดการบริโภคอาหารกระป๋องและอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป สังเกตุง่ายๆคือ อาหารที่มองไม่เห็นหน้าตาเดิมว่าเป็นอย่างไร เช่น ไส้กรอก กุนเชียง หมูยอ ลูกชิ้น(ของอร่อยทั้งนั้น)
4.เลือกรับประทานผักผลไม้สดที่อุดมด้วยไฟเบอร์(fiber)เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหวได้ดี หากขับถ่ายทุกวัน จะแทบไม่มีสารพิษตกค้างในลำไส้ใหญ่
5.ออกกำลังกายสม่ำเสมอเท่าที่ร่างกายพอไหว ไม่ควรหักโหมจนเกินไป
6.ฝึกจิตให้คิดบวกและมีทัศนคติในแง่ดี การสะสมความเครียดเป็นตัวเร่งให้เกิดอนุมูลอิสระมากผิดปกติ จนเกิดความไม่สมดุล เซลล์ที่ดีในร่างกายจะถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย

สภาวะอารมณ์เชื่อมโยงกับร่างกาย ความเครียดจะถูกเก็บสะสมภายใต้จิตสำนึก พอเนิ่นนานวันเข้าเรื่องราวต่างๆที่ไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไข จะกลายเป็นโรคซึมเศร้าในที่สุด

ไม่มีใครอยากชราภาพไปตามกาลเวลา หรือแม้กระทั่งแก่ก่อนวัย แทบทุกคนอยากมีบุคลิกภาพที่ดี สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยออดๆแอดๆ สามวันดีสี่วันไข้ เพราะเวลาที่ร่างกายเกิดความเจ็บป่วย เราจะสูญเสียพลังชีวิตไปชั่วคราว เห็นได้ง่ายๆคือไม่สามารถทำงานได้คล่องตัวเหมือนเดิม ยิ่งความเจ็บป่วยมีระยะเวลายาวนานมากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงรายได้และจำนวนเงินเก็บสะสมจะลดลงตามไปด้วย

ไม่เพียงแต่ร่างกายเท่านั้นที่เจ็บปวดจากความเจ็บป่วย จิตใจและอารมณ์จะอ่อนแอลงกว่าปกติ คนที่ป่วยบ่อยๆจะรู้สึกหงุดหงิดง่าย เหมือนไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง อย่างแป้งเองเวลาท้องเสียเข้าห้องน้ำจนหมดเรี่ยวแรง พออีกวันลำไส้เลิกปั่นป่วน ก็อยากออกกำลังกายสัก 45 นาที แต่ทำไม่ได้เพราะอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เลยรู้สึกเบื่อๆ เมื่อไหร่จะหายเสียที

ยอมรับว่า ถ้าแป้งไม่ได้กินวิตามินคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง คงจะเจ็บป่วยเหมือนเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน ทั้งมะเร็งตับคร่าชีวิต มะเร็งปากมดลูก ซีสต์ในรังไข่ มะเร็งเต้านม ต้อกระจก ฯลฯ

อย่าลืมว่า สัญญาณความชราของเซลล์จะเกิดขึ้นฉับพลันเมื่อใดก็ได้
โลกใบเดิมเปลี่ยนแปลงไปมากมายกว่าเมื่อในอดีต
เด็กๆพากันเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สังเกตุได้จากเด็กสาวเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกเมื่ออายุ 10-11 ปี นั่นแสดงว่า อาหารการกินมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก(เทียบกับแป้งเริ่มมีประจำเดือนตอนอายุ 15 ปี ปัจจุบัน 44 ปี) จึงไม่น่าแปลกใจที่สาววัยยี่สิบกว่าๆ จะพากันเริ่มฉีดโบท็อกซ์กันแล้ว

จะดีกว่ามั๊ยหากเราจะเลือกชะลอวัย ด้วยการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ไร้โรคามาเบียดเบียน นอกจากหลักปฏิบัติข้างต้น ยังมีวิตามินที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระขั้นสุดที่ช่วยป้องกันความเสียหายระดับเซลล์ แถมผิวพรรณเปล่งปลั่งและมีผิวหน้าเรียบเนียนมาให้ด้วย

วิตามิน skin revitalization ยี่ห้อ Aurora Borealis ผลิตในอเมริกา มีส่วนประกอบสำคัญ 3 ชนิด รวมอยู่ในเม็ดเดียว ประกอบด้วย

1.Pyrroloquinoline quinone หรือเรียกว่า PQQ เป็นสารประกอบที่พบได้ตามธรรมชาติทั่วไป เช่น อาหารบางชนิดซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสร้างเซลล์ mitochondria ใหม่ นอกจากนี้ยังผลิตตามธรรมชาติในร่างกายจากกรดอะมิโนอื่น ๆ

PQQ ช่วยลดการอักเสบ เพิ่มพลังสมอง มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นอันตราย เพื่อป้องกันความเสียหายและการอักเสบของเซลล์

การวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารชีวเคมีทางโภชนาการ พบว่าการเสริม PQQ ส่งผลให้การอักเสบในร่างกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญเพียงสามวัน

การศึกษาในปี 2016 พบว่า PQQ สามารถเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ซึ่งจะช่วยป้องกันความรู้ความเข้าใจที่ลดต่ำลงและภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุได้

การศึกษาหนึ่งจากมหาวิทยาลัยฮอกไกโดในประเทศญี่ปุ่น พบว่า PQQ ช่วยป้องกันการตายของเซลล์ประสาทที่เกิดจาก Oxidative Stress(ภาวะเครียดที่เกิดจากออกซิเดชัน คือการที่อนุมูลอิสระเข้าไปทำลายระบบต่างๆ ภายในเซลล์ของสิ่งที่มีชีวิต เช่น รวมตัวกับสารพันธุกรรม คือ ดีเอ็นเอ ทำให้โมเลกุลของดีเอ็นเอเปลี่ยนแปลงไป)ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ต่อความผิดปกติของระบบประสาท เช่นโรคพาร์กินสัน(พบในหลอดทดลอง)

แหล่งอาหารตามธรรมชาติ พบมากที่สุดในอาหาร
โดยเฉพาะอาหารหมักดอง เช่น มิโซะ และ natto(ถั่วเหลืองหมักแบบญี่ปุ่น)

2.Glycine เป็นกรดอะมิโนที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดากรดอะมิโน 20 ตัว พบทั่วไปในโปรตีน ร่ายกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ได้เองเพื่อช่วยสร้าง DNA และ RNA และการสร้างเซลล์ต่างๆ
นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และกรดอะมิโนอื่นๆ ในร่างกาย


 อีกทั้งช่วยป้องกันการสลายตัวของกล้ามเนื้อ เนื่องจากสามารถเพิ่มระดับของ Creatine ในร่างกาย ซึ่งเป็นสารประกอบที่ช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อ


Henri Braconnot นักเคมีและเภสัชกรชาวฝรั่งเศสได้ค้นพบ Glycine ในปี 1820 ซึ่งเป็นตัวอย่างแรกที่ได้รับกรดอะมิโนบริสุทธิ์จากโปรตีน(เจลาติน)โดยการย่อยด้วยกรด

พบได้ในผิวหนังและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอื่น ๆ เช่น เกือบหนึ่งในสามของคอลลาเจน มีหน้าที่ในการรักษาผิวพรรณและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันให้มีความยืดหยุ่น
อาจกล่าวได้ว่า ถ้าไม่มี glycine ร่างกายจะไม่สามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายได้

Glycine มีผลต่อการผลิต neurotransmitters ในสมอง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการควบคุมหน้าที่การทำงานของสมองและอารมณ์ให้เป็นไปตามปกติ

3.Cynatine HNS เป็นส่วนประกอบของ Cosmeceutical ซึ่งประกอบด้วย Solubilized Keratin ซึ่งเป็นโปรตีนที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย

Cynatine HNS เป็นกระบวนการที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งจะสร้างเคราตินที่มีประสิทธิภาพ ดูดซึมได้ดีในร่างกายมนุษย์ ช่วยในการป้องกันและซ่อมแซมเส้นผม เล็บและผิวหนัง

Cynatine HNS ช่วยลดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่น จากสารประกอบสังกะสีและทองแดงที่จับตัวกับโปรตีน ส่งเสริมความกระชับและความยืดหยุ่นในชั้นผิว โดยการปรับปรุงโครงสร้างโปรตีนและช่วยรักษาความชุ่มชื้น ช่วยเพิ่มความสว่างและความกระจ่างใสให้ผิวพรรณผ่านคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ และความสามารถในการส่งเสริมการผลิต SOD และกลูตาไธโอน

Keratin คือส่วนผสมในการทำทรีทเมนต์ยืดผม เป็นที่นิยมในซาลอน แต่มีความแตกต่างจากเคราตินในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมตามธรรมชาติ เนื่องจากเคราตินเป็นสารที่พบตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ จึงไม่เป็นพิษ

แต่นอกเหนือจากเคราตินแล้ว ผลิตภัณฑ์ยืดผมในซาลอน อาจมีสารฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งเราจะสัมผัสกับละอองสารเคมีในขณะที่ยืดเส้นผม ถึงแม้ว่าสารยืดผมดังกล่าวบางครั้งจะเรียกว่า "การบำบัดด้วยเคราติน" แต่เป็นคนละชนิดกับเคราตินที่ปลอดสารพิษตามธรรมชาติ

มีประโยชน์อย่างไร

1.ลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
2.ลดโอกาสเกิดจุดด่างดำ
3.ลดรอยคล้ำใต้ตา
4.ช่วยกระชับรูขุมขน
5.ป้องกันโรคอัลไซเมอร์
6.เพิ่มระดับภูมิต้านทาน
7.ชะลอความชรา
8.เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย
9.ย้อนเวลาให้ผิว บำรุงผิวพรรณให้ยืดหยุ่น นุ่มเนียนละเอียด
10.ลดการคั่งของกรดแลคติกในร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก
11.เพิ่มระดับการจดจำของสมอง(recall)
12.ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
13.ลดการอักเสบ ปกป้องเซลล์จากความเครียด(oxidative stress)และความเสียหายที่เกิดจากการสะสมอนุมูลอิสระที่เป็นอันตราย
14.ช่วยลดริ้วรอยตื้นๆ
15.ช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น

แป้งกินวิตามิน skin revitalization ยี่ห้อ Aurora Borealis ครั้งละ 1 เม็ด ก่อนอาหารเช้า-เย็น เป็นเวลา 3 เดือน พบว่า รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวหน้าเรียบเนียน ทาแป้งติดทนนาน แม้ในบางวันที่ร่างกายเหนื่อยอ่อนแรง แต่ใบหน้ายังผุดผ่องเหมือนวันทั่วๆไป

ช่วงที่แป้งอายุ 42 ปี สังเกตุว่า มีกระจุดเล็กๆบริเวณใต้ตาขวาเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ไม่เคยมีมาก่อน พลางคิดในใจว่า ‘’หืม!ถ้าเราอายุเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ กระจะไม่ขึ้นเต็มหน้าเลยหรือเนี่ย’’ แต่พอได้กินวิตามินตัวนี้มาเรื่อยๆ ความหวังของการชะลอวัย ได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาทันทีค่ะ

เวลาที่เป็นสิวอุดตันครั้งละ 1 เม็ดทุก 3 เดือน แค่ทา 5%Benzoyl peroxide โดยแต้มเฉพาะจุดที่เป็นสิวทิ้งไว้ข้ามคืน ยุบภายใน 1-2 วัน ซึ่งปกติจะกินเวลาหลายวัน ถึงแม้ว่าจะกิน zinc ร่วมด้วย สิวก็ไม่ได้ยุบลงเร็วแบบนี้

ที่สำคัญคือ ผิวบริเวณฝ่าเท้าและปลายนิ้วทั้ง 5 นิ้ว ที่เคยแห้งลอกเป็นขุยๆ กลายเป็นผิวปกติแลดูสุขภาพดี เหมือนคนที่ทาครีมบำรุงเท้าเป็นประจำ ขนาดผิวฝ่าเท้ายังมีความยืดหยุ่นชุ่มชื้นขึ้นมา ผิวกายคงไม่ต้องพูดถึง สวยไปหมดทั้งตัว ผิวลื่นเนียนจนเพื่อนรุ่นเดียวกันที่จับแขนแป้ง บอกว่า ผิวแป้งนุ่มเนียนเหมือนคนเพิ่งทาโลชั่นบำรุงผิวมาหมาดๆเลยค่ะ(ต้องไม่ลืมว่า แป้งกินวิตามินหลายตัว เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

เหนือสิ่งอื่นใด นอกจากประโยชน์ทางด้านผิวพรรณที่เห็นเด่นชัด
จนสัมผัสได้ด้วยตา เซลล์ต่างๆภายในร่างกายจะเสื่อมช้าลงจากสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง โดยการลดระดับจำนวนอนุมูลอิสระต่ออวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมอง จะไม่เสื่อมถอยเหมือนวัยที่ล่วงเลยแน่นอน



สอบถามและสั่งซื้อได้ที่
hamercandysiam.lnwshop.com
Tel.081-845-3461
Id line : noi_nunoy2512



ที่มา
PQQ Supplement: PQQ Benefits, PQQ Foods, PQQ Side Effects - Dr. Axehttps://draxe.com › pqq-supplement
11 PQQ Benefits + Foods, Side Effects, Dosage, Reviews - Selfhackedhttps://www.selfhacked.com › pqq-review
Cynatine HNS - Roxlor LLChttps://www.roxlor.com › cynatinehns
New Skin | Healthy Living Magazinehttps://healthylivingmagazine.us › Articles
Glycine: The Amino Acid that Benefits Your Entire Body - Dr. Axehttps://draxe.com › glycine
Use of L-Glycine by the Human Body | LIVESTRONG.COMhttps://www.livestrong.com › Health
www.betternutrition.com/checkout/the-beauty-of-keratin
Oxidative stress / ภาวะเครียดที่เกิดจากออกซิเดชัน - Food Wiki | Food Network Solutionwww.foodnetworksolution.com › word


วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561

ผลข้าเคียงของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุใหม่(A/H1N1/2009)

เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าค่ะ ว่าทำไมหน่วยงานสาธารณสุขถึงได้มีการรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพอนามัย การป้องกัน ควบคุม และรักษาโรคภัยต่างๆให้แก่ประชาชน

ช่วงก่อนหน้านี้จนปัจจุบัน เป็นฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ระบาด คนป่วยล้นทะลักโรงพยาบาล ใครๆก็พากันป่วยเป็นโรคนี้ โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
ดูเหมือนว่าจะเป็นการเจ็บป่วยธรรมดา แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่

ไวรัสไข้หวัดใหญ่หลายสายพันธุ์มีโอกาสทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อถึงแก่ชีวิตได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ นับว่าน่ากลัวกว่าโรคภัยไข้เจ็บอื่นใดที่ปรากฎบนโลกใบนี้ ขนาดที่ว่าป่วยเป็นโรคมะเร็ง โรคเอดส์ ยังมีชีวิตอยู่ได้หลายเดือน

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1 เกิดจากการผสมผสานของไวรัสสายพันธุ์ของคน หมู และนก ไม่เป็นที่ปรากฏว่าเชื้อนี้ได้เริ่มติดในคนเป็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อใด(ส่วนไข้หวัดนกเกิดจากเชื้อไวรัส H5N1 : A/H5N1/2004 เป็นโรคไข้หวัดที่ระบาดในปี 2004)

แต่เมื่อมีการระบาดเกิดขึ้นแล้ว พบว่าเป็นการแพร่กระจายและติดต่อจากคนสู่คน เชื้อนี้มิได้พบในหมูทั่วไป จึงไม่ติดต่อโดยการสัมผัสหรือกินเนื้อหมู

เป็นการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน โดยลักษณะทางคลินิกที่สำคัญคือ มีไข้สูงแบบทันทีทันใด(เกิน 38 องศาเซลเซียส)ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่สำคัญที่สุดโรคหนึ่งในกลุ่มโรคติดเชื้ออุบัติใหม่และโรคติดเชื้ออุบัติซ้ำ เนื่องจากเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก (pandemic) มาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเกือบทุกทวีป ทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตนับล้านคน

สาเหตุ
เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ซึ่งมี 3 ชนิด (type) คือ A, B และ C

ไวรัสชนิด A เป็นชนิดที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างกว้างขวางทั่วโลก ไวรัสชนิด B ทำให้เกิดการระบาดในพื้นที่ระดับภูมิภาค
ส่วนชนิด C มักเป็นการติดเชื้อที่แสดงอาการอย่างอ่อน หรือไม่แสดงอาการ และไม่ทำให้เกิดการระบาด

เชื้อไวรัสชนิด A แบ่งเป็นชนิดย่อย (subtype) ตามความแตกต่างของโปรตีนของไวรัสที่เรียกว่า hemagglutinin (H) และ neuraminidase (N)

ชนิดย่อยของไวรัส A ที่พบว่าเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในคนที่พบในปัจจุบัน ได้แก่ A(H1N1), A(H1N2), A(H3N2), A(H5N1) และ A(H9N2)

ส่วนไวรัสชนิด B ไม่มีแบ่งเป็นชนิดย่อย

ปัจจุบันสามารถพบ hemagglutinin (H) ที่แตกต่างกันถึง 15 ชนิด และ neuraminidase (N) 9 ชนิดของไวรัสชนิด A แต่มีเพียง H1N1 และ H3N2 ที่พบติดเชื้อในคนบ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของแอนติเจนที่เกิดได้บ่อย ทำให้มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ๆเกิดขึ้นต่างสถานที่และต่างระยะเวลา

ดังนั้นจึงต้องมีระบบการเรียกชื่อเพื่อป้องกันความสับสน คณะผู้เชี่ยวชาญได้กำหนดให้เรียกชื่อเชื้อไข้หวัดใหญ่ ตามหลักสากลทั่วโลกดังนี้

ชนิดไวรัส/ชื่อเมืองหรือประเทศที่พบเชื้อ/ลำดับสายพันธุ์ที่พบในปีนั้น/ปี ค.ศ.ที่แยกเชื้อได้/ชนิดย่อยของ H และ N เช่น A/Sydney/5/97(H3N2), A/Victoria/3/75/(H3N2)
เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ติดต่อทางการหายใจ โดยจะได้รับเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศเมื่อผู้ป่วยไอ จาม
ในพื้นที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน โรงงาน โรงหนัง ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ การแพร่เชื้อจะเกิดได้มาก

นอกจากนี้การแพร่เชื้ออาจเกิดโดยการสัมผัสฝอยละออง
น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย (droplet transmission) จากมือที่สัมผัสกับพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ แล้วใช้มือสัมผัสที่จมูกและปาก

ระยะฟักตัว ประมาณ 1-3 วัน

ระยะติดต่อ
ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ 1 วันก่อนมีอาการและจะแพร่เชื้อต่อไปอีก 3-5 วันหลังมีอาการในผู้ใหญ่
ส่วนในเด็กอาจแพร่เชื้อได้นานกว่า 7 วัน ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่แต่ไม่มีอาการ สามารถแพร่เชื้อในช่วงเวลานั้นได้เช่นกัน

อาการและอาการแสดง
อาการจะเริ่มหลังได้รับเชื้อ 1-4 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้แบบทันทีทันใดปวดศีรษะ หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียมาก และอาจพบอาการคัดจมูก เจ็บคอ

ถ้าป่วยเป็นระยะเวลานาน อาจมีอาการไอจากหลอดลมอักเสบ (post viral bronchitis) อาการจะรุนแรงและเจ็บป่วยนานกว่าโรคไข้หวัดธรรมดา (common cold)

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่มีบางรายที่มีอาการรุนแรง เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญคือ ปอดบวม ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้

ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิต ได้แก่

• ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป

• เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี

• ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคไต เบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

• เด็กที่ได้รับการรักษาด้วยยาแอสไพรินเป็นเวลานาน

• หญิงตั้งครรภ์ระยะที่ 2 หรือ 3 ในฤดูกาลที่มีไข้หวัดใหญ่สูง

โอเซลทามิเวียร์(Oseltamivir) เป็น ยาต้านไวรัส (antiviral drug) ที่มีฤทธิ์เป็น นิวรามินิเดส อินฮิบิเตอร์(neuraminidase inhibitor) ใช้รักษาและป้องกัน (prophylaxis) ไข้หวัดใหญ่ (influenza) ชนิดเอ และ บี

โอเซลทามิเวียร์เป็นยาที่ใช้รับประทาน และมีผลยับยั้งเอ็นไซม์ นิวรามินิเดส พัฒนาโดยบริษัท ไกลีด ไซเอนซ์(Gilead Sciences) และทำตลาดโดย ฮอฟฟ์แมน-ลา โรช ในชื่อการค้าว่า ทามิฟลู® (Tamiflu®)

สามารถรักษาโรคไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดใหม่นี้ได้ แต่ควรใช้เท่าที่จำเป็นและภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้นเพราะหากใช้พร่ำเพรื่อเชื้ออาจดื้อยาได้

ส่วนวัคซีนป้องกันยังอยู่ในขั้นตอนการค้นคว้าวิจัย และอาจจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร จึงจะไปถึงขั้นที่จะสามารถนำมาใช้สำหรับประชาชน และในประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการระบาดของโรค ปัจจุบันมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาล
แนะนำให้ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง วัคซีนนี้เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง หรือมีโรคประจำตัวในกลุ่มโรคปอด และโรคหัวใจ

วัคซีนที่มีประจำฤดูกาลนี้ ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ได้ แต่อาจช่วยลดความรุนแรงได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งยังต้องการการศึกษาวิจัยต่อไป

ผลข้างเคียงยาทามิฟลู
คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หายใจขัด ปวดศีรษะ อ่อนล้า ปวดท้อง นอนไม่หลับ และไอ

มีหลายเหตุผลที่ยาโอเซลทามิเวียร์ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป

หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ ผลข้างเคียงของยาอาจทำให้เสียชีวิตได้ เนื่องจากเมื่อ 11 ปีที่แล้ว คนไข้กว่า 400 คนในญี่ปุ่นเกิดความผิดปกติทางจิต หรือมีอาการคล้ายประสาทหลอน หลังจากได้รับยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์

และมีรายงานว่าเด็กอย่างน้อย 5 คน เห็นภาพหลอนจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต องค์การอาหารและยาของสหรัฐบังคับให้บริษัทฮอฟฟ์แมน-ลา โรช ติดคำเตือนผลข้างเคียงที่กล่องยาให้ชัดเจนว่า "อาจทำให้เกิดอาการทางจิตหรือเห็นภาพหลอน"

มีพ่อของเพื่อนอายุ 85 ปี มีประวัติเป็นความดันโลหิตสูง เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1 ได้รับยาทามิฟลู(Tamiflu)ครบโดส จนหายดี ระหว่างที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลมีอาการฝันร้ายละเมอทุกคืน พอกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ปรากฏว่า ยังไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เดินเซอยู่บ่อยๆ นับจากวันที่ป่วย จนถึงทุกวันนี้เป็นเวลาครึ่งปี ร่างกายยังไม่แข็งแรงเหมือนเดิม

เพื่อนรุ่นพี่ อายุ 46 ปี ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1 จากลูกชายวัย 13 ขวบที่เพิ่งหายป่วย ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล รับยาทามิฟลู(Tamiflu)ครบโดส แต่พอมาพักฟื้นที่บ้าน กลับฝันถึงเรื่องร้ายๆเก่าๆในอดีตติดต่อกันหลายอาทิตย์ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว เหนื่อยง่าย ไม่มีแรงแม้กระทั่งทำงานบ้านที่เคยทำเป็นประจำ

ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่(A/H1N1/2009) นับได้ว่า รุนแรงต่อพลังชีวิตไม่น้อย ถึงแม้จะรักษาหายจากโรคไปแล้ว แต่ยังมีผลข้างเคียงที่ยังหลงเหลืออยู่ กระทบกระเทือนต่อการดำรงชีวิตตามปกติ ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน จึงจะหายเป็นปกติดังเดิม แต่ในคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่างกายมีภูมิต้านทาน อาจไม่เป็นดังเช่นเคสตัวอย่างที่แป้งเล่ามาค่ะ



ที่มา
ไข้หวัดใหญ่ - สำนักระบาดวิทยา - กระทรวงสาธารณสุขwww.boe.moph.go.th › fact › Influenza
รู้จัก”ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A H1N1” - Siriraj E-Public Librarywww.si.mahidol.ac.th › e-pl › articledetail
กิน'โอเซลทามิเวียร์'ซี้ซั้วระวังประสาทหลอน ! - คมชัดลึกwww.komchadluek.net › news › crime
โอเซลทามิเวียร์ - วิกิพีเดียhttps://th.wikipedia.org › wiki › โอเซลทา...

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Goutless ชาสมุนไพรที่คนเป็นเกาต์และปวดข้อเข่าจะต้องหลงรัก

แป้งได้รับข้อความขอบคุณจากหลังไมค์ท่านหนึ่ง ซึ่งอ่านบทความในบล็อก’’Goutless ชาลดอาการกำเริบโรคเกาต์อย่างเห็นผลชะงัด’’ ซึ่งพ่อของผู้อ่านท่านนี้ป่วยเป็นโรคเกาต์มาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ จนย่างเข้าวัย 50 ปีเศษ

ก่อนหน้าที่จะมาอ่านเจอบล็อกแป้ง ได้รักษากับแพทย์แผนปัจจุบันมาตลอด กินยาสม่ำเสมอไม่เคยขาด แต่ทว่าโรคเกาต์ไม่มีทีท่าจะบรรเทาเบาบางลง มักเกิดอาการปวดตามข้อต่างๆ โดยเฉพาะนิ้วเท้าจนเดินไม่ได้ บางทีต้องคลานเอา แม้กระทั่งไปเดินห้างหรือที่แห่งไหนก็ตาม ยกเว้นไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาเวลาที่เกาต์กำเริบ

พอได้ดื่มชา Goutless ซองแรกในตอนเช้า
พอตกกลางคืน อาการที่เคยปวดตามข้อเป็นประจำลดลงไป 50% รุ่งเช้าดื่มชา Goutless ซองที่สอง พอบ่ายๆ กลับหายเป็นปลิดทิ้ง
ไม่ทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดอีกต่อไป

สองคนพ่อลูกดีใจอย่างมาก เพราะผู้เป็นพ่อไม่เคยได้ออกจากบ้านมานานแล้ว ตอนนี้ชวนพ่อออกไปกินข้าวนอกบ้านได้อย่างสบายใจ แถมยังแนะนำให้อาที่ป่วยเป็นโรคเกาต์เหมือนกัน ให้ดื่มชา Goutless อีกด้วย

แป้งอ่านข้อความแล้ว ยิ้มแก้มปริเลยค่ะ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ คนเราถึงจะมีเงินมากมายแค่ไหน หากแต่ต้องมาทนทุกข์กับความเจ็บปวดที่ไม่รู้ว่าจะกำเริบเมื่อไหร่ ไม่มีทางมีความสุขได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ

หลายคนอาจคิดว่า Goutless อาจผสมเสตียรอยด์หรือเปล่า
ทำไมความเจ็บปวดถึงได้หายเป็นปลิดทิ้งอย่างรวดเร็ว
ทั้งๆที่กินยารักษาโรคเกาต์ อาการยังไม่ดีขึ้นเทียบเท่าแบบนี้เลย

มีการส่งตัวอย่างชา Goutless ไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า ปราศจากสารสเตียรอยด์ อย่างสิ้นเชิง



ดังนั้นใครที่ดื่มชา Goutless สบายใจได้เลยค่ะ


อีกตัวอย่างหนึ่ง มีย่าทวดอายุ 86 ปีท่านหนึ่ง ปวดหัวเข่าทั้งสองข้างมานานจนลุกไปไหนมาไหนเองไม่ได้ ต้องมีคนช่วยพยุง บางทีเข้าห้องน้ำลุกไม่ไหว ลูกหลานก็พากันอุ้มเข้าห้องน้ำ พ่อแป้งลองเอาชาสมุนไพร Goutless ให้ลองดื่มวันละซอง สองวันต่อมาปรากฏว่า ลุกเดินได้เอง เดินไปโน่นนั่นนี่ได้เหมือนคนปกติ วิตามินที่ผลิตในมาเลเซียมีประสิทธิภาพสูงและเห็นผลชัดเจนจริงๆ ไม่ลองไม่รู้นะคะ


โรคเกาต์มักพบในเพศชายที่มีอายุเกิน 40 ปี ส่วนใหญ่มีประวัติดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากแอลกอฮอล์ไปขัดขวางกระบวนการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย

อีกทั้งแอลกอฮอล์ช่วยเร่งปฏิกิริยาการสร้างกรดยูริก โดยเร่งกระบวนการสลายตัวของสารอะดีโนซีนไตรฟอสเฟต(adenosine triphosphate)ในเซลล์

โปรดทราบไว้ว่า การดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะการดื่มเบียร์
จะมีผลทำให้เกิดอาการข้ออักเสบได้ทันที เพราะเบียร์มีสารกวาโนซีน(guanosine)ซึ่งเปลี่ยนแปรสภาพเป็นกรดยูริกในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

เหล้าเป็นสาเหตุสำคัญทำให้กรดยูริคในเลือดสูง จนเกิดโรคเกาต์ หลังดื่มเหล้าอาจมีอาการปวดบวมที่นิ้วหัวแม่เท้าอย่างรุนแรง  และยังทำให้เลือดเป็นกรด ส่งผลให้กรดยูริคตกตะกอนภายในข้อ จึงกระตุ้นให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง

มีงานวิจัยพบว่า การดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้กล่อง ที่มีน้ำตาลฟรุกโตสหรือน้ำตาลผลไม้เกินวันละหนึ่งแก้วอยู่เป็นประจำส่งผลให้ระดับของกรดยูริคสูงจนกลายเป็นโรคเกาต์ได้

สาเหตุเกิดจากการที่น้ำตาลฟรุคโตสจำนวนมาก ถูกเผาผลาญในร่างกาย ก่อให้เกิดสารที่มีชื่อว่า เอเอ็มพี(AMP) จำนวนมหาศาล
ซึ่งสาร AMP จะถูกร่างกายเปลี่ยนเป็นกรดยูริคในเลือด 

ส่วนเพศหญิงที่เป็นโรคเกาต์ มักจะปรากฏอาการหลังจากเข้าสู่วัยทองเนื่องจากฮอร์โมนเพศหญิงโดยเฉพาะเอสโตรเจนจะควบคุมกรดยูริคในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ เพราะฮอร์โมนเพศหญิงจะเพิ่มการกำจัดกรดยูริคออกทางไต โรคเกาต์จึงพบในผู้ชายมากกว่า นั่นเอง

ระดับของกรดยูริคในเลือดสูง จะบ่งบอกถึงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเกาต์ ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดเสื่อมสภาพนิ่วในไต และไตวาย
อย่าลืม! ว่า ผู้ป่วยโรคไตวายที่ได้รับการฟอกไตในประเทศไทย นอกจากมีสาเหตุจากโรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ยังมีโรคเกาต์เป็นอันดับต้นๆอีกด้วย

ไม่มียารักษาโรคใดๆที่จะลดความเจ็บปวดทรมานจากโรคเกาต์ ไขข้ออักเสบภายใน1-3 วัน ได้ดีเท่ากับสมุนไพรจากมาเลยเซียอีกแล้วค่ะ



ดังนั้นหากเรามีวิตามิน Goutless ยี่ห้อ Mary life ที่สกัดจากสมุนไพร ปลอดภัยต่อร่างกาย ผลิตในมาเลเซีย สามารถลดระดับกรดยูริก และบรรเทาความเจ็บปวดตามข้อโดยเฉพาะข้อนิ้วหัวแม่เท้า ส่งผลให้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป
แป้งว่าดีกว่ากินยาโคลชิซีน(colchicine) หรือ อัลโลพิวรินอล (allopurinol)เยอะเลยค่ะ


ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคุณภาพสูง นำเข้าจากมาเลเซีย เห็นผลชัดเจนและปลอดภัยต่อร่างกายในระยะยาว
มีจำหน่ายเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

สอบถามราคาสินค้าและสั่งซื้อได้ที่
hamercandysiam.lnwshop.com
Tel. 061-7429944
Id line : a0617429944(มีตัว a นำหน้า)

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Krill Oil วิตามินที่ทรงคุณค่าต่อร่างกายจากใต้ท้องทะเลึก

Antarctic Krill(Euphausia superba)เรียกสั้นๆว่า Krill

เป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก

โดยนักวิทยาศาสตร์คาดว่ามีประมาณ 500 ล้านตันที่พบในมหาสมุทรใต้(Southern Ocean)หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ มหาสมุทรแอนตาร์กติก(Antarctic Ocean)ไข่ตัวเมียสามารถวางไข่ได้ถึง 10,000 ฟองต่อครั้ง และสามารถวางไข่ได้หลายครั้งในแต่ละฤดูกาล


Krill ดำรงชีวิตยืดหยุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ ในช่วงฤดูหนาวเมื่ออาหารขาดแคลน จะสามารถหาแหล่งอาหารอื่น ๆ เช่น สาหร่ายที่อยู่ใต้พื้นผิวของน้ำแข็งบนพื้นมหาสมุทร แม้ในช่วงเวลาที่โหดร้าย

krill สามารถอยู่ได้ถึง 200 วันโดยไม่มีอาหาร



Krill Oil(คริลออยล์)เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากสัตว์ทะเลขนาดเล็กกลุ่มเดียวกับกุ้ง อาศัยอยู่แถบมหาสมุทรแอนตาร์กติก ซึ่งเป็นมหาสมุทรที่อยู่ล้อมรอบทวีปแอนตาร์กติกา บางส่วนปกคลุมด้วยทะเลน้ำแข็งตลอดทั้งปีและเกือบทั้งมหาสมุทรในฤดูหนาว


คริลออยล์มีสีแดงที่โดดเด่น ในขณะที่น้ำมันปลามีสีเหลืองหรือสีทอง


Krill Oil มักมีราคาแพงกว่าน้ำมันปลา


Krill Oil และน้ำมันปลา(Fish Oil)เป็นอาหารเสริมที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกัน คือกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้แก่ DHA และEPA แต่ Krill Oil ประกอบด้วยสารประกอบที่โดดเด่นอีกตัวชื่อว่า Astaxanthin(แอสตาแซนธิน) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ


ไขมันโอเมก้า 3 ในน้ำมัน Krill พบได้ในรูปของโมเลกุลที่เรียกว่า phospholipids ซึ่งดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น


ฟอสโฟไลปิด(phospholipids)มีหน้าที่สะสมพลังงานในเซลล์ไขมัน(Fat cell)เป็นส่วนประกอบของเซลล์เมมเบรน(Cell Membrane)ซึ่งทำหน้าที่ให้สารบางชนิดผ่านเข้าไปในเซลล์ได้

พบมากในสมองและเส้นประสาท อีกทั้งทำหน้าที่เป็นสารรับส่งสารเคมีไปยังส่วนต่างๆ(Chemical messenger)


Krill Oil มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง เช่น docosahexaenoic acid(DHA)และ eicosapentaenoic acid(EPA)ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ


การตรวจสอบอย่างหนึ่งจากประเทศนอร์เวย์ โดยรวบรวมผลจากการศึกษา 14 ชิ้น พบว่า DHA และ EPA ที่พบใน Krill Oil สามารถออกฤทธิ์ทางชีวภาพมากกว่าน้ำมันปลา จึงเป็นอาหารเสริมที่นิยมในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดระดับภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 35% ซึ่งประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียในภูมิภาคยุโรปจัดเป็นผู้บริโภครายใหญ่


ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของ Krill Oil ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน

ลมหายใจมีกลิ่น ท้องอืดท้องเฟ้อ


มีประโยชน์อย่างไร

1.ลดการสะสมไขมันในผนังหลอดเลือด ลดการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล(Cholesterol)ลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์(Triglyceride)และไขมันไม่ดี(LDL)

2.ลดอาการอักเสบในร่างกาย โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

3.ดูดซึมได้ดีกว่าน้ำมันปลา(fish oil หรือ Omega-3)เนื่องจากมีโครงสร้างโมเลกุลแบบ phospholipids

4.ปราศจากสารปนเปื้อนด้วยโลหะหนักและปรอท เนื่องจาก krill อาศัยอยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร

5.มีส่วนประกอบของโคลีน(Choline)ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำหรับ acetylcholine ที่ส่งสัญญาณไปยังสมอง จึงช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ระบบประสาทและสมอง

6.Krill มีสารประกอบแอสตาแซนธิน(Astaxanthin) ทำให้มีความเสถียรและมีโอกาสน้อยที่จะเกิดการออกซิไดซ์

7.ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ




แป้งทดลองกิน Krill Oil 1000 mg ต่อวัน ได้ไม่ถึงเดือน น่าจะเกือบ 3 สัปดาห์ ปรากฎว่า น้ำหนักเพิ่มขึ้นฮวบๆ 2 กิโลกรัมแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว กินอะไรก็อร่อยไปหมด เลยไม่ทันได้เปรียบเทียบว่า Krill Oil ดีกว่า Fish Oil อย่างไร เพราะหยุดกินไปโดยปริยาย กลัวว่าน้ำหนักที่เกินมา จะรีดออกยากค่ะ

























ที่มา :

Are Krill Oil Benefits Even Better than Fish Oil Benefits? - Dr. Axehttps://draxe.com › krill-oil-benefits
Krill oil vs fish oil: Which is better and why? - Medical News Todayhttps://www.medicalnewstoday.com › arti...
Krill Oil vs Fish Oil: Which Is Better for You? - Healthlinehttps://www.healthline.com › nutrition
Why Krill Oil Is More Stable than Fish Oil
| Nutritional Outlookwww.nutritionaloutlook.com › omega-3

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

แสบตา ตาพร่ามัวจากละอองสารเคมีหรือภูมิแพ้กันแน่

อาทิตย์ที่แล้วแป้งเพิ่งมีเรี่ยวแรงจากความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากภูมิแพ้กำเริบ ซึ่งกินเวลาราว 5 วันกว่าจะหายเป็นปกติ เริ่มแรกมีอาการเจ็บแสบคอ จากการไอบ่อยครั้ง จึงกิน ester-c 1000 mg ครั้งละ 2 เม็ด หลังอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น แค่วันเดียว ตื่นขึ้นมา อาการเจ็บคอหายเป็นปลิดทิ้ง เหลือเพียงเสมหะในคอ(มารู้ทีหลังว่า เกิดจากกรดไหลย้อน ไม่ใช่อาการภูมิแพ้กำเริบ)

พอผ่านไป 3-4 วัน แป้งยังไม่ค่อยหายดี ยังมีปวดศรีษะบ้าง ระหว่างนั้นแฟนแป้งก็คะยั้นคะยอให้ไปหาหมอเพื่อตรวจวินิจฉัยและรับยารักษาโรค แต่แป้งดื้อดึงไม่ยอมไป เพราะคิดว่าไปพบแพทย์จะได้ยาสารพัดมากินให้อาการเจ็บป่วยทุเลาลงไป บอกตามตรงว่าไม่อยากกินยาเยอะค่ะ จนครบ 5 วัน อาการดีขึ้นตามลำดับ

พอแป้งหายเจ็บป่วยมีเรี่ยวแรง ก็อยากไปเดินหาซื้อของนั่นโน่นนี่ในห้างสรรพสินค้า ถึงเวลาอาหารมื้อกลางวัน จึงเดินเข้าไปในร้านอาหารที่เพิ่งเปิดใหม่ ได้ 7 วัน(ที่ทราบเพราะเดินผ่านร้านนี้ช่วงที่กำลังตกแต่งเป็นประจำ)พอนั่งลงที่โต๊ะอาหาร มองดูผู้คนที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ก่อนแล้ว เอ! ทำไมเรามองหน้าคนพวกนี้ไม่ชัด เบลอๆยังไงไม่รู้ สงสัยสายตาจะยาวแล้วหรือนี่

ในความเป็นจริงแป้งอายุ 44 ปี ควรจะเริ่มสายตายาว ไม่อยากจะใส่แว่นเอาเสียเลย อยากบอกว่า ตัวหนังสือที่เขียนกำกับในสติกเกอร์ไลน์ในโทรศัพทมือถือแต่ละตัวที่บอกว่า สวัสดีค่ะ,ขอบคุณครับ,เสียใจ นั่นโน่นนี่ แป้งอ่านชัดเจนทุกตัว แบบไม่ต้องเพ่งสายตาเลยนะคะ

อีก 2 วันไปรับประทานอาหารที่ร้านเดิมอีกครั้ง มองดูไปรอบๆร้าน มองภาพหน้าคนที่ห่างไป 20 เมตร ไม่ชัดอีกตามเคย โอ้! แม่เจ้า เราต้องกินวิตามิน Ultra Vision ยี่ห้อ Vitality เพิ่มแล้วเหรอนี่ กลับมาถึงบ้าน จัดเต็มวิตามินเกี่ยวกับสายตาใหญ่เลยค่ะ

ล่าสุดคือวันนี้ แป้งไปเดินห้างเดิม แวะหาอะไรรองท้องมื้อกลางวัน แต่เปลี่ยนร้านใหม่ มองดูใบหน้าผู้คนรอบๆร้าน อ้าว! ก็มองเห็นเป็นปกตินี่นา ไม่ตาพร่าเบลอเหมือนร้านที่เปิดใหม่เลยค่ะ

แป้งมานั่งตริตรองดูว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ก็ได้คำตอบว่า แป้งเป็นภูมิแพ้จากกรรมพันธุ์ มักจะกำเริบที่ตาอยู่บ่อยๆแต่พอมากินวิตามินจากอเมริกา อาการที่ว่าหายไป แต่พอเข้าไปในร้านที่เพิ่งทาสีตกแต่งใหม่ ยังคงมีละอองทินเนอร์ลอยตลบวนเวียนค้างในบริเวณร้าน คนที่เป็นภูมิแพ้ทางตา จะมีดวงตาที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ละอองสารเคมี ดังนั้นสายตาจึงพร่าเบลอ มองเห็นไม่ค่อยชัดเจน

นอกเรื่องนิดนึง เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว(ราวเดือนพฤษภาคม พ.ศ2554)แป้งเดินทางไปเที่ยวอังกฤษ-สก๊อตแลนด์ เป็นฤดูใบไม้ผลิพอดี ช่วงเวลาที่นั่งรอเพื่อร่วมทริปแถวพระราชวังบักกิ้งแฮม ขณะที่นั่งมองอะไรต่อมิอะไรอย่างเพลิดเพลิน ตอนนั้นแป้งแหงนหน้ามองท้องฟ้า อ้าว!นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมละอองเกสรดอกไม้ถึงได้พัดพามากับสายลมเต็มท้องฟ้าไปหมด โห!เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็นค่ะ

แบบว่า เรามองเห็นกองทัพเกสรดอกไม้ปลิวว่อนมาพร้อมกับสายลมด้วยตาเปล่า (ฤดูใบไม้ผลิ มีผลทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ละอองเกสรดอกไม้ ต้องทุกข์ทรมาณ เพราะละอองเกสรดอกไม้ที่มีอนุภาคเล็กๆ ปลิวฟุ้งลอยอยู่ในอากาศ หลายคนพากันไอจาม น้ำตาไหลเป็นทิวแถว)

มีพี่ผู้หญิง 2 คนในทริปที่ยืนอยู่ใกล้ๆแป้ง ตาแดงน้ำตาไหลทันที
พอดีแป้งติดน้ำตาเทียมแบบไร้สารกันบูดไปด้วย จึงได้แบ่งให้พี่เค้าหยอดตาบรรเทาอาการชั่วคราว แต่แป้งไม่เป็นไร น่าจะเกิดจากการกินวิตามินซีเมกะโดส ส่งผลให้ภูมิต้านทานจึงสูงขึ้น

ถึงว่าค่ะ แป้งสงสัยมาหลายสิบปีแล้วว่า ทำไมบางทีเดินเข้า shop มือถือที่เพิ่งรีโนเวทใหม่หรือ shop เสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆที่พาเหรดเปิดใหม่ในห้าง ฯลฯ ล่าสุดไปเดินร้านขายเครื่องเขียนที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน แค่ก้าวขาเข้าไปบริเวณร้าน กลิ่นสารเคมีเตะจมูก เดินเข้าไปลึกถึงด้านในร้าน เริ่มแสบตาตามเคย มิน่าล่ะ! ที่ผ่านมาแป้งถึงได้แสบจมูกแสบตาทุกครั้ง เป็นเพราะละอองสารเคมีจากสีทาผนังที่หลงเหลืออยู่ นั่นเอง

ไม่รู้ว่าจะมีใครมีอาการแบบแป้งบ้างหรือเปล่า แต่แป้งเขียน blog ทิ้งเอาไว้ เผื่อใครที่เคยมีอาการแบบเดียวกัน ผ่านมาอ่าน จะได้หายสงสัยเสียทีค่ะ

การเล่นเวทเร่งให้ผมร่วงหรือหัวล้านแบบ androgenetic alopecia (AGA) จริงหรือ ?!?!

เวทเทรนนิ่ง (Weight Training) คือการออกกำลังกายโดยใช้แรงต้านจากน้ำหนักตัว (Bodyweight)หรืออุปกรณ์เพื่อสร้างความแข็งแรงและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ...

บทความยอดนิยม