บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569

ส่งประกันสังคมทั้งชีวิต แต่เกือบได้บำนาญเพียงครึ่งเดียว

อย่าให้ประกันสังคมเอาเปรียบเรา คนทำงานต้องรู้ข้อนี้เพื่อไม่ให้ได้สิทธิน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

ส่งประกันสังคมทั้งชีวิต แต่เกือบได้บำนาญเพียงครึ่งเดียว ถ้าไม่สู้ศาลอย่างยาวนานถึง 5 ปี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่3307/2567
นาง ณ.(โจทก์)
สำนักงานประกันสังคม (จำเลย)

เรื่องจริงจากคดีศาลแรงงาน ที่คนทำงานทุกคนควรรู้

1.
นาง ณ.ทำงานเป็นลูกจ้างโรงแรม และส่งเงินประกันสังคมมาตลอดชีวิตการทำงาน

เธอส่งเงินสมทบไปแล้ว **181 เดือน**
อายุเกิน **55 ปี**
และออกจากงานในเดือนธันวาคม **2556**

ตามกฎหมาย
เธอมีสิทธิได้รับ **เงินบำนาญชราภาพตั้งแต่เดือนมกราคม 2557**

2.
ก่อนออกจากงาน เธอไปสอบถามที่สำนักงานประกันสังคม

เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำว่า
> ถ้ายังไม่รีบรับบำนาญ
> ให้สมัครเป็นผู้ประกันตน **มาตรา 39** แล้วส่งเงินสมทบต่ออีก 60 เดือน
> เงินบำนาญจะเพิ่มขึ้น

เธอเชื่อคำแนะนำ และทำตามนั้น

3.
เธอจึงสมัครเป็นผู้ประกันตน **มาตรา 39**
และส่งเงินสมทบต่ออีก **5 ปีเต็ม (60 เดือน)**

เมื่อครบระยะเวลา
เธอจึงยื่นขอรับเงินบำนาญชราภาพ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
สำนักงานประกันสังคมแจ้งว่า
เธอจะได้รับเงินบำนาญเพียง **1,320 บาทต่อเดือน**

4.
ตัวเลขนี้ผิดปกติทันที

เพราะค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายของเธอ
อยู่ที่ **13,222 บาท**

ตามกฎหมาย เงินบำนาญต้องคิด **20% ของค่าจ้างเฉลี่ย**
เท่ากับว่าเธอควรได้รับประมาณ
**2,644 บาทต่อเดือน**

และเมื่อรวมเงินเพิ่มจากการส่งสมทบอีก 5 ปี
บำนาญควรเพิ่มเป็นประมาณ
**3,636 บาทต่อเดือน**

5.
แต่สำนักงานประกันสังคมกลับตีความว่า

การคำนวณต้องใช้ฐาน(4,800)ของ
**ผู้ประกันตนมาตรา 39**

ทำให้เงินบำนาญของเธอ
**ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง**

จากที่ควรได้ประมาณ 3,600 บาท
เหลือเพียงประมาณ 1,300 บาท

6.
เธอจึงยื่นอุทธรณ์

แต่ **คณะกรรมการอุทธรณ์ของประกันสังคมก็ยกอุทธรณ์**

เธอจึงต้องตัดสินใจ
ฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน

7.
คดีนี้ต้องผ่านถึง
• ศาลแรงงานภาค 1
• ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
• และศาลฎีกา ใช้เวลารวมกว่า **5 ปี**

8.
ศาลวินิจฉัยว่า
สิทธิรับบำนาญของเธอ **เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2557**
เพราะเธอ
✔ อายุเกิน 55 ปี
✔ ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน
✔ สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33
ครบทุกเงื่อนไขตามกฎหมาย

9.
การที่เธอกลับไปเป็นผู้ประกันตน **มาตรา 39**

ไม่ได้ทำให้สิทธิบำนาญเดิมหายไป
แต่เป็นเพียง
**การเพิ่มอัตราบำนาญในอนาคต**เท่านั้น

10.
ศาลจึงสั่งว่า
เธอมีสิทธิได้รับบำนาญ

• เดือนละ **2,644 บาท** ตั้งแต่ ม.ค. 2557
• และเมื่อส่งเงินสมทบเพิ่มครบ 60 เดือน
บำนาญต้องเพิ่มเป็น
**3,636.05 บาทต่อเดือน**

11.
ศาลจึงเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ประกันสังคม

และสั่งให้จ่ายเงินบำนาญใหม่
ตามสิทธิที่แท้จริงของเธอ

12.
ลองคิดดู
ถ้าเธอ **ไม่สู้คดี**

เธออาจต้องรับเงินบำนาญ
เพียง **1,320 บาทต่อเดือน**
ตลอดชีวิตหลังเกษียณ

13.
คดีนี้จึงเป็นตัวอย่างสำคัญมาก
เพราะมันสะท้อนว่า การตีความกฎหมายของหน่วยงานรัฐ
อาจทำให้ประชาชนเสียสิทธิได้
ผู้ประกันตนจำนวนมากอาจไม่รู้สิทธิของตัวเองและบางครั้ง
การได้ความเป็นธรรม ต้องใช้เวลา **กว่า 5 ปี และผ่าน 3 ศาล**

14.
เงินบำนาญไม่ใช่เงินช่วยเหลือจากรัฐ แต่มันคือ
**เงินที่ผู้ประกันตนส่งสมทบมาตลอดชีวิตการทำงาน**

คำถามสำคัญ

ยังมีผู้ประกันตนอีกกี่คน
ที่อาจกำลังได้รับบำนาญ **น้อยกว่าที่ควรได้**
เพียงเพราะไม่รู้สิทธิของตัวเอง

#ประกันสังคม
#ฎีกาแรงงาน
#บำนาญ

ที่มา :

FB.Ultraman Prasopsuk

ส่งประกันสังคมทั้งชีวิต แต่เกือบได้บำนาญเพียงครึ่งเดียว

อย่าให้ประกันสังคมเอาเปรียบเรา คนทำงานต้องรู้ข้อนี้เพื่อไม่ให้ได้สิทธิน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่งประกันสังคมทั้งชีวิต แต่เกือบได้บำนาญเพียงครึ่...

บทความยอดนิยม