บทความที่ได้รับความนิยม

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ทำไมอากาศหนาวทำให้เราติดเชื้อไวรัสได้ง่ายขึ้น


10 ก.พ 2568  สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับฤดูไข้หวัดใหญ่ที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 15 ปี โดยมีผู้ติดเชื้อ 24 ล้านคน และเสียชีวิต 13,000 ราย โรงเรียนหลายแห่งปิดทำการเนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น


ส่วนประเทศญี่ปุ่น พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ถึง 9.523 ล้านคน เฉลี่ยวันละ 66,132 คน แป้งอ่านผ่านตาว่า คนไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกลับมาเมืองไทยช่วงนี้ ป่วยเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่กันตรึมเลยคะ


เชื้อไวรัสก่อโรคในระบบทางเดินหายใจ มีความสามารถแบ่งตัวได้ดีในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า เช่น rhinovirus หรือ corona virus(ไวรัสหวัดธรรมดา) จะแบ่งตัวได้ดีที่อุณหภูมิประมาณ 32-35 องศาเซลเซียส ในขณะที่อุณหภูมิในร่างกายอยู่ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส ดังนั้นเหมือนเรามีป้อมปราการ ไวรัสจะอยู่ได้แค่โพรงจมูกชั้นนอกซึ่งมีอุณหภูมิ 33-35 ซึ่งมีปริมาณไวรัสไม่มากนัก


สำหรับคนทั่วไป ขณะที่มีระบบภูมิคุ้มกันคอยตรวจตราร่วมด้วย ร่างกายก็จะ "เอาอยู่" เราจึงไม่ป่วย แต่เมื่อเราอยู่ในอุณหภูมิที่เย็นกว่าปกติ ร่างกายสร้างความอบอุ่นไม่ทัน อุณหภูมิลดลงเร็ว เชื้อไวรัสที่อยู่ที่โพรงจมูกอยู่แล้ว จะแบ่งตัวได้รวดเร็ว ภูมิคุ้มกันที่อยู่บริเวณนั้นก็รับมือไม่ไหว ทำให้เรามีโอกาสติดเชื้อโรคได้มากขึ้น


สรุปสาเหตุการติดเชื้อไวรัสง่ายกว่าในอากาศหนาวคือ

1. ปัจจัยของไวรัส สามารถแบ่งตัวได้ดีกว่า หากอุณหภูมิลดต่ำลง

2.ปัจจัยร่างกายมนุษย์ อากาศหนาวเย็น ทำให้กลไกการต้านเชื้อไวรัสที่โพรงจมูกแย่ลง



แต่ในร่างกายของคนที่เป็นภูมิแพ้ มักมีการรับรู้ความแตกต่างของอากาศ โดยเฉพาะความเย็นเป็นตัวกระตุ้น ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆนะคะ


เวลาที่เหงื่อเปียกซึมบนศีรษะ ทำให้ผมเปียกบางส่วนซึ่งผู้ป่วยภูมิแพ้หลายคนไม่ค่อยรู้ตัว ส่งผลให้ร่างกายมีความเย็นชื้นเหมือนคนที่เปียกฝน(จะต้องรีบสระผมให้สะอาดและเป่าให้แห้งโดยเร็วเพราะเชื้อโรคชอบความชื้น สามารถแบ่งตัวเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว)มีโอกาสป่วยง่ายขึ้นเมื่อมีความเย็นกว่าหรือความชื้นมากระทบ ร่างกายจะสร้างปฏิกิริยาต่อสารก่อภูมิแพ้ขึ้น จึงเกิดอาการจามหรือไอในทันที 


เมื่อก่อนตอนที่ภูมิแพ้ยังไม่อยู่ในระยะสงบ แป้งทำงานบ้าน+ทำกับข้าวจนหัวเปียกชื้นประจำพอเปิดตู้เย็นที่มีความเย็นมาก มักจะจามทันทีหรือ จู่ๆเดินผ่านพัดลม สายลมจากพัดลมเจือความชื้นมาโดนตัวเรา จะจามทันทีเช่นกัน(มักเกิดเฉพาะคนที่เป็นภูมิแพ้เท่านั้น)


ช่วงก่อน Covid-19 แป้งไปต่างประเทศมักจะเป็นช่วงฤดูหนาว(อุณหภูมิติดลบ)พอเราอาบน้ำอุ่นออกมาแล้วแต่งตัวหน้ากระจก สักพักก็จะจามประมาณ 1-2 ครั้ง นึกเอาเองว่าน่าจะเกิดจากอากาศเย็น ประกอบกับพักผ่อนน้อยจากการเดินทาง ภูมิแพ้เลยกำเริบทุกครั้งเป็นแบบนี้ทุกประเทศ วนเวียนอยู่อย่างนี้ 15 ปี


จนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว(อายุ 45ปี)แป้งอยู่เมืองไทย นั่งแต่งตัวหน้ากระจก ช่วงนั้นน่าจะฤดูฝน แต่งหน้าอะไรเสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนสุดท้ายคือจะทาแป้งวิ๊งยี่ห้อ Guerlain(เกอร์แลง) มีคุณสมบัติทำให้หน้าผ่องใสงดงาม พอปัดแป้งวิ๊งเสร็จ จามทันที ฉุกคิดได้ว่า อากาศไม่ได้หนาวเย็นเท่าเมืองนอก ผมเผ้าไม่ได้เปียกชื้น ทำไมเราถึงได้จามกันนะ


คิดตริตรองสักพัก ได้คำตอบล่ะ โห!!ที่ผ่านมา เราแพ้ส่วนผสมสีชมพูในแป้งตัวนี้นี่เอง ใช้ต่อเนื่องกัน 3 กระปุก(ปกติจะแพ้อายแชโดว์สีชมพู)แต่อันนั้นทาบนเปลือกตา(ทาทีไรตาจะบวมแดงเป็นปลาทอง ต้องฉีดยาสเตียรอยด์ถึงจะหาย) ไม่นึกว่าทาบนแก้มก็จะแพ้เหมือนกัน เพราะตอนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ก็ไม่เคยจามซักครั้ง จะจามเฉพาะตอนที่อยู่หน้ากระจกหลังจากทาแป้งวิ้งเท่านั้น(กว่าจะรู้ตัวว่าแพ้เมคอัพตัวนี้ เวลาล่วงผ่านมา 15 ปี)


สาเหตุคือ เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ทำงานมากเกินไป ทำให้เยื่อบุที่อวัยวะต่างๆมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นทำให้เกิดการตอบสนองที่มากผิดปกติของอวัยวะนั้นๆเช่น กรณีเป็นที่จมูก เรียกว่าโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือโรคแพ้อากาศ มีอาการจาม คันจมูก น้ำมูกไหลทางจมูกหรือไหลลงคอ

คัดจมูก คันเพดานปากหรือคอ


ปัจจุบัน โรคภูมิแพ้ของแป้งอยู่ในระยะสงบแล้วนะคะ ทำงานบ้านจนหัวเปียกโชก เดินผ่านพัดลม ก็ไม่มีอาการจามฮัดชิ้วเหมือนในอดีต

ทาบรัชออนหรืออายแชโดว์สีชมพูได้ ไม่มีอาการจามหรือระคายเคืองคันจนตาบวมเป็นปลาทองแต่อย่างใด 


นึกขอบคุณตัวเองที่สนใจเรื่องวิตามิน+อาหารที่อุดมไปด้วยไมโครไบโอม(microbiome)ที่หลากหลาย เห็นผลชัดเจนช่วยลดการอักเสบที่เกี่ยวเนื่องกับอาการแพ้ได้จริงๆ(คนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายทุกวันนี้ มีจำนวนมากถึง 62% มีผิวบอบบางแพ้ง่าย จำเป็นต้องเอาใจใส่ในเรื่องการดูแลสมดุลของไมโครไบโอมบนผิว)ไม่เช่นนั้นแป้งยังคงป่วยเป็นภูมิแพ้อยู่ร่ำไปคะ 


การฟื้นฟูไมโครไบโอมเป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ไม่ยาก การเลือกพรีไบโอติกและโพรไบโอติกในอาหารที่เรากินเข้าไป จะช่วยหล่อเลี้ยงแบคทีเรียที่ดีให้กับร่างกายของเราและส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหารด้วยนะคะ



ที่มา :

The United States faces its worst flu season in 15 years, with 24 people infected... OnlyMyHealthhttps://www.onlymyhealth.com › Health News › Latest


แพทย์หญิงปุษยบรรพ์ สุวรรณคีรี

14 สัญญาณเตือนว่าอาจมีปัญหาสมดุลจุลินทรีย์ ในระบบทางเดินอาหาร

• มีอาการระบบทางเดินอาหารผิดปกติ หรือลำไส้แปรปรวน เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียและท้องผูก • มีปัญหาไมเกรนหรือนอนไม่หลับ ...

บทความยอดนิยม